<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คนยุคนี้เป็นโรคจิตมากจริงหรือ &#8211; TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</title>
	<atom:link href="https://www.tisatrendy.com/category/faq/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.tisatrendy.com</link>
	<description>รวมทุกเทรนด์เพื่อสุขภาพที่ดีและไลฟ์สไตล์ทันสมัย</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Sep 2025 05:31:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.9.7</generator>

<image>
	<url>https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2024/06/cropped-TisaTrendy-Web-Icon-32x32.png</url>
	<title>คนยุคนี้เป็นโรคจิตมากจริงหรือ &#8211; TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</title>
	<link>https://www.tisatrendy.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>คนยุคนี้เป็น &#8216;โรคจิต&#8217; กันมากจริงหรือ?</title>
		<link>https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95-psychosis/</link>
		<pubDate>Sat, 25 Feb 2017 01:50:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[FAQ]]></category>
		<category><![CDATA[คนยุคนี้เป็นโรคจิตมากจริงหรือ]]></category>
		<category><![CDATA[จิตแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ปวดหัว]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ป่วยทางจิต]]></category>
		<category><![CDATA[วิตกกังวล]]></category>
		<category><![CDATA[อาการซึมเศร้า]]></category>
		<category><![CDATA[เครียด]]></category>
		<category><![CDATA[โรคจิต]]></category>
		<category><![CDATA[โรคจิตเภท]]></category>
		<category><![CDATA[โรคประสาท]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเครียด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mlm-idea-be-rich.com/?p=6939</guid>
		<description><![CDATA[<p> โรคจิต อาการทางจิตเวชที่น่าเป็นห่วง คนเราทุกวันนี้ป่วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95-psychosis/">คนยุคนี้เป็น &#8216;โรคจิต&#8217; กันมากจริงหรือ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #993300;"><strong> โรคจิต อาการทางจิตเวชที่น่าเป็นห่วง</strong></span></h2>
<p>คนเราทุกวันนี้ป่วยเป็น <span style="color: #808000;"><strong>โรคจิต </strong></span>กันมากขึ้นจริงหรือ? ข่าวทำนองนี้ถึงมีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ อาชญากรรม ทะเลาะเบาะแว้ง หย่าร้าง ฆ่าแกง ทำร้ายกันหน้าตาเฉย..<span id="more-6939"></span></p>
<p>แม้แต่โรงพยาบาลเองก็มีคนไข้ทางจิตเวชเยอะขึ้นๆทุกที ส่วนนึงก็เนื่องมาจากคนมีความรู้มากขึ้นด้วย เลยไม่ค่อยอายที่จะพบจิตแพทย์เหมือนก่อน</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">       แต่ถ้าอยากรู้แน่ๆว่า<strong> &#8220;คนไข้จิตเวชมีมากหรือเปล่า&#8221;</strong>  วิธีที่แม่นยำที่สุดคือ ลงไปตรวจตามบ้านเลย ไม่ต้องรอให้มาพบ<strong>จิตแพทย์</strong> ทีนี้ไม่ว่าคนๆนั้นรู้หรือไม่รู้ว่าตัวเองป่วยก็ตาม ก็จะเก็บยอดได้หมด.. เหมือนเก็บดอกเบี้ยไง อยากแน่นอนต้องไปเก็บเองถึงบ้าน ขืนรอให้มาส่งก็อด..</span></p>
<p>      ว่าแล้วทีมงานกรมสุขภาพจิตก็รุดหน้าลงพื้นที่ ผลสำรวจเสร็จสิ้นเมื่อปีที่แล้วนี่เอง โดยสัมภาษณ์คนตามบ้านทั้ง 4 ภาคทั่วประเทศจำนวนหมื่นกว่าคน</p>
<p>ผลลัพธ์ที่ได้ก็ตามแสดงในกราฟข้างล่างนี้ จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่จะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย พบบ่อยที่สุดคือ <span style="color: #808000;"><strong>โรคซึมเศร้า</strong></span> 3%  ลองเทียบกับของต่างประเทศแล้วก็ถือว่าพอๆกัน</p>
<p>แต่เสียดายที่ไม่ได้มีการสำรวจเมื่อหลายปีก่อนหน้า แต่โชคดีที่ข้อมูลจากต่างประเทศเองก็พบว่ามีอัตราการเกิดโรคค่อนข้างคงที่ตลอด จะมีก็<span style="color: #808000;"><strong>โรคซึมเศร้า</strong></span>นี่แหล่ะที่พบมากขึ้นนิดนึงช่วงหลัง</p>
<p><img class="size-full wp-image-6945 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2017/02/69545.jpg" alt="ผลสำรวจคนป่วยโรคจิต โรคซึมเศร้า เครียด" width="381" height="200" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2017/02/69545.jpg 381w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2017/02/69545-300x157.jpg 300w" sizes="(max-width: 381px) 100vw, 381px" /></p>
<h3><span style="color: #008000;"><strong>ทำไมถึงพบโรคซึมเศร้าบ่อยกว่าโรควิตกกังวล?</strong></span></h3>
<p>ข้อมูลวิจัย 10 ปีหลังพบว่าโรคเหล่านี้มีสาเหตุหลักจากความผิดปกติของยีนหรือองค์ประกอบย่อยของโครโมโซม ซึ่งความผิดปกตินี้อาจเป็นจากกรรมพันธุ์หรือบางครั้งก็ผิดปกติขึ้นมาเองได้</p>
<p>โดยมีภาวะกดดันต่างๆเป็นตัวกระตุ้นให้อาการกำเริบ<span style="color: #808000;"><strong>  &#8220;ขอย้ำว่าเป็นตัวกระตุ้นนะ&#8230;ไม่ใช่สาเหตุ..&#8221;</strong></span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">      ถ้าเขาไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้อยู่ในตัวต่อให้เครียดยังไงก็ไม่ป่วย ทำนองเดียวกันถ้าเขามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอยู่บ้างแต่ไม่เจอภาวะกดดันเลยก็อาจไม่ป่วยเลยก็ได้ </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">เปรียบเทียบให้เห็นง่ายๆคือ คนปกติถูกฝนจะไม่ป่วย แต่ถ้าร่างกายอ่อนแอแล้วได้รับเชื้อบางอย่างในช่วงนั้น ก็อาจป่วยเป็นหวัดคออักเสบได้ นั่นคือทั้งปัจจัยเสี่ยงในตัวกับสภาพแวดล้อมต่างก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน</span></p>
<p><strong>       โรคจิตเภท</strong>ซึ่งเป็น<strong>โรคจิตเรื้อรัง</strong>มีอาการหลงผิดประสาทหลอน เมื่อก่อนเชื่อว่าเป็นมาจากการเลี้ยงดูในวัยเด็กที่พ่อแม่ห่างเหินหรือทำให้เด็กสับสนโตขึ้นก็เลยป่วย</p>
<p>แต่โรคนี้ที่จริงเป็น<strong>ความผิดปกติทางสมอง <span style="color: #808000;">โรคอารมณ์สองขั้ว โรคซึมเศร้ารุนแรง</span></strong>ก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน เกิดขึ้นมาจากความผิดปกติของยีนเหมือนกับโรคเบาหวาน ความดันสูง</p>
<p>คงไม่มีใครบอกว่าเป็นเบาหวานเพราะตอนเด็กๆคุณพ่อไปทำงานต่างจังหวัดพอโตขึ้นเลยทำให้เขาป่วย  เพราะฉะนั้นถ้าลูกของคุณป่วยเป็นโรคทางจิตเวชเหล่านี้พ่อแม่ก็อย่าไปโทษตัวเองเลย</p>
<h3><span style="color: #008000;"><strong>สังคมที่เร่งรีบบีบคั้นทุกวันนี้ ทำให้คนเป็นโรคจิตกันมากขึ้นหรือเปล่า?</strong></span></h3>
<p>ตามหลักการก็ต้องบอกว่าไม่&#8230; มีการสำรวจว่าแม้ในชุมชนชนบทหรือชาวเขา ก็มีอัตราการป่วยเป็นโรคนี้ไม่แตกต่างจากชุมชนเมืองเลย จะต่างกันตรงที่ในชนบทจะมองเป็นเรื่องผีสางเทวดา ทำให้กว่าจะมารักษากันจริงๆก็ตอนทำที่ทำยังไงผีก็ไม่ออกนี่แหล่ะ..</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">       แต่ไม่ได้หมายความว่าการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ แข่งขัน ไม่มีปัญหานะ พวกเขามีปัญหาทางสุขภาพจิตกันพอสมควรเลย ช่วงไหนที่งานกดดันมากก็อาจมีอาการหงุดหงิดง่าย <strong>ปวดหัว</strong> <strong>นอนไม่หลับ</strong> ไม่แฮปปี้เหมือนเมื่อก่อน..</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">แต่เค้าไม่ถึงกับป่วยเป็นโรคจิตเวชเท่านั้น แพทย์ก็จะบอกให้เขารู้ว่าสภาพตอนนี้ของเขาเปรียบเหมือน<strong> &#8220;รถยนต์ที่เข็มความร้อนขึ้นถึงขีดแดงแล้ว..&#8221;</strong> ต้องหยุดพักสักนิด เพื่อมาไตร่ตรองว่าชีวิตที่ผ่านมาตรงไหนที่มันไม่สมดุลจนทำให้เครื่องร้อน </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">เขาเร่งเครื่องบ่อยไปไหม? แข่งกับคนอื่นมากไปไหม? ตะบึงแข่งโดยไม่มองว่ารถเรา cc น้อยก็ต้องช้าหน่อยมั้ย?  สรุปก็คือกลับมาทบทวนตัวเอง <strong>จัดสมดุลให้กับชีวิตใหม่</strong></span></p>
<h3><img class="size-full wp-image-6952 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2017/02/ภาวะโรคจิตของคนยุคใหม่.jpg" alt="คนยุคใหม่มีอาการโรคจิตกันมากขึ้น" width="500" height="374" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2017/02/ภาวะโรคจิตของคนยุคใหม่.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2017/02/ภาวะโรคจิตของคนยุคใหม่-300x224.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></h3>
<h3><span style="color: #008000;"><strong>ถ้าเกิดเจ้าตัวเขาไม่รู้ว่ามีปัญหาทางจิตล่ะ คนรอบข้างจะสังเกตได้ยังไง?</strong></span></h3>
<p>อันนี้เจอได้บ่อยเหมือนกัน <strong>&#8220;เข้าตำรามองไม่เห็นปลายจมูกตัวเอง&#8221;</strong> วิธีสังเกตคือเราจะพบว่าเค้ามีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิมและเป็นการเปลี่ยนแปลงในทางลบ</p>
<p>เช่น ดูหน้าตากลัดกลุ้มไม่แจ่มใสเหมือนก่อน อารมณ์ร้อน ฉุนเฉียวง่าย หรือมีปัญหาด้านสัมพันธภาพกับคนอื่น เข้ากับคนไม่ได้และการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้เขาไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ดีเหมือนก่อน</p>
<p>เช่นถ้าเป็นนักเรียนก็อาจเหมือนเหม่อลอย การเรียนแย่ลง ถ้าเป็นคนวัยทำงานก็ทำงานผิดๆถูกๆ</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">      ถ้าสนิทคุ้นเคยกันเราอยากจะช่วยเขา ก็เริ่มต้นด้วยการถามไถ่ว่าเขามีอะไรในช่วงนี้ไหม เปิดโอกาสให้เขาพูดแล้วรับฟังปัญหาของเขา.. อย่าเพิ่งรีบให้คำแนะนำ หลายคนพอเค้าพูดได้ไม่เท่าไหร่ก็รีบบอกด้วยความหวังดีว่า <strong>อย่าคิดมาก คิดมากไปก็เท่านั้นแหล่ะ ทำใจเถอะ! </strong></span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">การพูดตัดบทแบบนี้จะทำให้เขาไม่สามารถระบายความทุกข์ใจออกมาได้ ความอึดอัดยังคงอยู่ ไม่ผ่อนคลาย เท่ากับไม่ได้ช่วยอะไรเลย เผลอๆอาจยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจเสียด้วยซ้ำ..</span></p>
<p><strong>วิธีก็คือรับฟังอย่างสนใจ</strong> พยายามเข้าใจว่าปัญหาของเขาอยู่ตรงไหน? แสดงความเข้าใจว่าเรารู้ว่าเขากำลังทุกข์ใจมากอยู่ ท่าทีแบบนี้แหล่ะจะทำให้เขากล้าเล่าสิ่งต่างๆให้เราฟัง</p>
<p>พอได้เล่าความกลัดกลุ้มใจของเขาก็ทุเลาไประดับนึง โดยที่เรายังไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ&#8230;  ที่นี้พอเราเข้าใจอะไรแจ่มแจ้งแล้ว การให้คำแนะนำก็จะตรงจุดมากขึ้น เค้ารู้ว่าเราแนะนำโดยที่เข้าใจเค้า แนวโน้มที่จะทำตามที่เราแนะนำก็มากขึ้นตาม</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ถ้าแนะนำแล้วเขาทำไม่ได้หรือทำแล้วไม่ดีขึ้น อย่างนี้ต้องให้ไปพบจิตแพทย์แล้วล่ะ เดี่ยวนี้การไปพบ<strong>จิตแพทย์</strong>ไม่ใช่เรื่องใหญ่ และไม่ได้รักษาเฉพาะโรคจิตเท่านั้น </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ทุกวันนี้คนปรึกษาจิตแพทย์ด้วยปัญหาทั่วๆไปเช่น <strong>นอนไม่หลับ</strong> <strong>เครียด</strong>เรื่องงาน ปรับตัวกันไม่ได้มากขึ้น ถ้าเป็นไม่มากอาจให้ยานิดหน่อยโดยเน้นที่การให้คำปรึกษา </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ถ้าแพทย์พิจารณาแล้วเห็นว่าการกินยามีความสำคัญก็จะชี้แจงให้ฟัง โรคทางจิตเวชหลายโรคต้องกินยานานพอสมควรเป็นเดือนๆปีๆ ซึ่งก็ต้องปฏิบัติตามที่แพทย์แนะนำถ้ากินยาแล้วมีปัญหาอะไรก็กลับไปปรึกษาปรับให้เหมาะสมขึ้น</span></p>
<p>      ปัญหาใหญ่ที่พบว่าทำให้การรักษาได้ผลไม่ดีเท่าที่ควรคือ พออาการดีขึ้นแล้ว คนไข้มักหยุดยาหรือมีผู้หวังดีบอกให้หยุด กลัวติดยา ตัวยาสะสมมีผลต่อตับไต ทั้งๆที่ความจริงไม่เป็นอย่างนั้น</p>
<p>หลังจากคนไข้หยุดยาแรกๆมักไม่เป็นอะไร ทำให้เค้าวางใจว่าหายแล้ว แต่พอสักพัก 3 4 อาทิตย์ต่อมาอาการมักกำเริบขึ้นมาอีก ต้องกลับมาเริ่มต้นรักษาใหม่ทำให้ปัญหาซับซ้อนขึ้นไปอีก</p>
<p>ขอแนะนำว่าให้กินยาตามที่แพทย์สั่ง ไม่สบายใจ กังวลจะมีปัญหาจากยาปรึกษาแพทย์ได้เพราะคุณเป็นคนกินยา เราจึงต้องทราบว่ายาที่กินมีผลดีผลเสียอะไรบ้าง รู้แล้วจะได้สบายใจ ไม่กังวลหรือคิดเอาเองโดยไม่กล้าถาม</p>
<p style="padding-left: 30px;">       <span style="color: #666699;">นอกจากร่างกายแล้วเราควรดูแลสุขภาพจิตของตัวเองและคนใกล้ชิดด้วย แม้ร่างกายแข็งแรงแต่ถ้าจิตใจย่ำแย่ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ต้องเสริมสร้างจิตใจให้แข็งแรงด้วย เจ็บป่วยก็ควรรีบรักษาเสียแต่เนิ่นๆ</span></p>
<p><img class="size-full wp-image-6951 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2017/02/โรคจิต-ผู้ป่วยทางจิต.jpg" alt="โรคจิตเภท ผู้ป่วยทางจิต ในรูปแบบต่างๆ" width="600" height="123" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2017/02/โรคจิต-ผู้ป่วยทางจิต.jpg 600w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2017/02/โรคจิต-ผู้ป่วยทางจิต-300x61.jpg 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3><span style="color: #333300;"><strong>โรคทางจิตเวชที่เป็นกันมาก</strong></span></h3>
<p style="padding-left: 30px;"><strong style="color: #333300;">1. โรคซึมเศร้า</strong><span style="color: #333300;"> มีอาการซึมเศร้า เบื่อหน่ายไปหมด ผอมลง </span><strong style="color: #333300;">นอนไม่หลับ</strong><span style="color: #333300;"> คิดไม่อยากอยู่ สมาธิความจำแย่ลง  รู้สึกตัวเองแย่ เป็นภาระต่อคนอื่น มักเป็นนานเกิน 2 สัปดาห์ขึ้นไป</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><strong style="color: #333300;">2. โรคกังวลทั่วไป</strong><span style="color: #333300;"> มีอาการคิดมาก </span><strong style="color: #333300;">วิตกกังวล</strong><span style="color: #333300;">ไปหมดทุกเริ่อง วิตกจริต คุมความกังวลไม่ได้ มักพบอาการนอนหลับไม่ดี </span><strong style="color: #333300;">ปวดหัว</strong><strong style="color: #333300;">อ่อนเพลีย</strong><span style="color: #333300;"> หงุดหงิด สะดุ้งตกใจง่าย สมาธิไม่ค่อยดี เป็นนานเกิน 6 เดือน</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><strong style="color: #333300;">3. โรคอารมณ์สองขั้ว</strong><span style="color: #333300;"> มีบางช่วงที่มีอาการเหมือนกลุ่ม</span><strong style="color: #333300;">โรคซึมเศร้า</strong><span style="color: #333300;"> บางช่วงเป็นปกติ และบางช่วงที่อารมณ์เปลี่ยนเป็นขั้วตรงกันข้ามคือ อารมณ์ดีคึกคักมีกำลังวังชา คิดว่าตัวเองเก่ง นอนน้อย ใช้เงินเปลือง พูดมาก มีโครงการต่างๆมากมายสนใจไปหมดทุกเรื่อง</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><strong style="color: #333300;">4. โรคแพนิค</strong><span style="color: #333300;"> จู่ๆก็มีอาการใจสั่นรุนแรง หายใจขาด เหงื่อแตกหรืออาจคลื่นไส้วิงเวียน  กลัวจะตาย กลัวคุมตัวเองไม่ได้ อาการเกิดขึ้นเร็วเป็นนาน 10-30 นาที มีอาการเป็นพักๆ </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333300;">บางวันก็ไม่เป็นอะไรปกติดี ตรวจร่างกายปกติหมดทุกอย่าง เจ้าตัวจะกังวลมาก กลัวจะมีอาการอีก ทำให้ไม่กล้าไปไหนคนเดียว</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><strong style="color: #333300;">5. โรคจิต</strong><span style="color: #333300;"> มีอาการเชื่อผิดๆเช่น หวาดระแวงว่าจะมีคนปองร้าย  คอยติดตาม มีประสาทหลอนเช่น หูแว่วภาพหลอน อาการเป็นนานเป็นเดือนโดยมากแล้วเรื้อรังเป็นปีๆ</span></p>
<h3><span style="color: #008000;"><strong>วิธีแก้ที่ดีที่สุดคือ &#8216;ขอเพียงรู้ตัว&#8217;</strong></span></h3>
<p><span style="color: #993300;">จุดสำคัญของปัญหาชีวิตที่นำไปสู่โรคจิตเภท มีหลักในการแก้คือ <strong>&#8220;ขอเพียงรู้ตัว&#8221; </strong></span>ปัญหาชีวิตหลายเรื่องแก้ไม่ได้เช่น ปัญหาสามีมีเมียน้อยเป็นตัวอย่างของปัญหาที่แก้ไม่ได้ บางคนเป็นเมียหลวง คนเป็นเมียน้อย ทั้งสองคนมีทุกข์คนละแบบ</p>
<p>เกือบทั้งหมดแก้ปัญหาไม่ได้เพราะผู้ชายไม่ยอมเลิก เมียหลวงพอทำได้ก็คือดูแลสุขภาพตัวเอง กายที่ดีเป็นรากฐานของสุขภาพจิตที่ดี เมื่อจิตดีก็จะปรับความคิดมุมมองของตัวเองได้ แต่ส่วนใหญ่ไม่ปล่อยวาง ไม่อภัยและไม่ยอมให้ทุกอย่างเหมือนเดิม..</p>
<p><span style="color: #333300;"> <strong>     การปล่อยวางเป็นรูปแบบหนึ่งของการปรับตัว พูดว่าปล่อยวางอาจจะฟังดูใกล้ตรัสรู้มากเกินไป เอาเป็นว่าทุกคนสามารถคลายความเก็บกดไปได้มากด้วยการปล่อยวางก็แล้วกัน&#8230;</strong></span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">      อันที่จริงแล้วคนเรามักไม่รู้ตัวหรอกว่าจิตใจของตัวเองทำงานซับซ้อนกว่าคำว่า<strong> &#8220;คิดมาก&#8221;</strong> ถ้าพูดคำว่าคิดมากออกมาได้แสดงว่ารู้ตัวและพูดได้ แต่ที่ไม่รู้ตัวเพราะเก็บกดเอาไว้ยังมีอีก </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ตัวที่ถูกเก็บกดเอาไว้นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้รู้สึกเหนื่อย <strong>เหมือนกับการกดลูกบอลจมน้ำ</strong> กดลูกบอลใหญ่มากก็ต้องออกแรงมาก กดยิ่งลึกก็ยิ่งเหนื่อย โกรธยิ่งนานก็ยิ่งเหนื่อย&#8230;</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">กดกดบอลลูกใหญ่ด้วย ลึกด้วยนานด้วย ย่อมหมดแรงสักวัน พอหมดแรงก็จะดึงเอาวิชามาร ความคิดชั่วร้ายต่างๆนานาเข้ามาเสริมแรงจนกลายเป็น<strong>โรคจิต</strong> <strong>โรคประสาท</strong> โรคซึมเศร้าก็ตอนนี้แหล่ะ&#8230;</span></p>
<p>       เพียงยอมรับว่าตัวเองปล่อยวางไม่ได้ ก็เป็นการยอมรับในรูปแบบหนึ่งแล้ว และเลิกเก็บกดความคิดที่ว่าปล่อยวางไม่ได้ ลูกบอลก็จะลอยขึ้นมาอีกนิดนึงแล้ว</p>
<p>ประเด็นคือไม่มีความคิดอะไรที่ผิดหรือถูกหรอก ไม่มีอารมณ์อะไรที่ยอมรับไม่ได้ จะโกรธ เกลียด อยากฆ่าเขายังไงก็ปล่อยมันออกมา ขอเพียงรู้ตัวว่าตัวเองรู้สึกยังไง ชีวิตก็จะเหนื่อยน้อยลงเอง&#8230;</p>
<p><span style="color: #993300;"><strong>       สิ่งที่ควรทำคือ ร้องไห้ให้พอ กินอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับ ออกกำลังกาย พยายามดูแลสุขภาพร่างกายให้ดีเพื่อเป็นหลักยึดในการฟื้นฟูจิต ทำงานต่อไป </strong></span></p>
<p><span style="color: #993300;"><strong>หางานอดิเรกเพิ่ม ระบายบางเรื่องให้คนอื่นฟัง สิ่งเหล่านี้ทำให้ขนาดของลูกบอลเล็กลง ลูกบอลลอยขึ้นมาบนผิวน้ำมากขึ้นสักพักนึงก็ไม่ต้องกดลูกบอลสุดแรงแล้ว แค่แตะๆ กดเบาๆ เราก็เอามันอยู่แล้ว</strong></span></p>
<p><a title="แอดไลน์ เพื่อสั่งซื้อสินค้ากับฐิสา" href="http://line.me/ti/p/~s7514" target="_blank"><img class="size-full wp-image-7323 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2015/08/รักษาโรคแพนิคด้วยNutriga.jpg" alt="รักษาโรคแพนิคด้วยอาหารเสริมนูทริก้า Nutriga" width="600" height="314" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2015/08/รักษาโรคแพนิคด้วยNutriga.jpg 600w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2015/08/รักษาโรคแพนิคด้วยNutriga-300x157.jpg 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><a title="[รีวิว] รักษา ‘โรคนอนไม่หลับ’ ด้วยนูทริก้า Nutriga" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-nutriga-review/" target="_blank"><strong>&gt;&gt; รีวิว Nutriga กับโรคนอนไม่หลับ &lt;&lt;</strong></a><br />
<a title="อาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน นูทริก้า (Nutriga)" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99-nutriga/" target="_blank"><strong> &gt;&gt; รายละเอียด : อาหารเสริมนูทริก้า &lt;&lt;</strong></a><br />
<a title="เอนไซม์ SOD ‘สารต้านอนุมูลอิสระ’ ที่ดีที่สุดในโลก" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b0-sod/" target="_blank"><strong> &gt;&gt; SOD สุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระ &lt;&lt;</strong></a></p>
<div class="hatom-extra" style="display:none;visibility:hidden;"><span class="entry-title">คนยุคนี้เป็น &#8216;โรคจิต&#8217; กันมากจริงหรือ?</span> was last modified: <span class="updated">พฤษภาคม 14th, 2017</span> by <span class="author vcard"><span class="fn">admin</span></span></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95-psychosis/">คนยุคนี้เป็น &#8216;โรคจิต&#8217; กันมากจริงหรือ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></content:encoded>
			</item>
	</channel>
</rss>
