ขูดมดลูก เพราะมีปัญหาเรื่องประจำเดือน
เมื่อหมอบอกว่าต้อง ขูดมดลูก แค่ฟังก็สยองแล้วจร้า… มันยังไงกันแน่นะแล้วทำไมต้องทำอะไรอย่างนั้นด้วยล่ะ? มาดูเคสตัวอย่างดังต่อไปนี้ คนไข้หญิงอายุ 49 ปี บอกว่ามีประจำเดือนไม่ปกติ
นั้้นคือมีเมนส์มามากกว่าเดิมมากจนเพลีย จากปกติเคยมาเพียงครั้งละ 5 วัน แต่ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ประจำเดือนมาทีนานถึง 10 วัน แล้วที่เคยใช้ผ้าอนามัยเพียงแค่วันละ 3 แผ่นก็ต้องใช้มากกว่า 7 แผ่น

แถมเลือดยังจับตัวเป็นก้อนเสียด้วย และรอบของประจำเดือนก็สั้นผิดปกติ นับจากวันแรกของครั้งที่แล้วมาถึงวันแรกของครั้งนี้ได้เพียง 20 วันเท่านั้นเอง หมอตรวจแล้วบอกว่าต้องเอาเยื่อบุโพรงมดลูกออกมาดูว่ามีปัญหาอะไร
และการจะเอาเยื่อบุโพรงมดลูกออกมาดูได้ ก็มักจะใช้วิธีที่เรียกว่า “ขูดมดลูก”
บางคนบอกว่าตั้งครรภ์ได้ 2 เดือนแล้วมีเลือดออก ตอนนี้เลือดยังออกมากอยู่ มีก้อนเนื้อปนออกมาด้วย หมอตรวจแล้วว่าต้องขูดมดลูกเพราะแท้งแล้ว ยังมีส่วนของรกค้างอยู่ยังออกมาไม่ครบ

อาจทำให้เสียเลือดมากขึ้นอีก คนไข้ทั้งสองรายไม่อยากขูดมดลูกเลย ไม่ทำจะได้ไหม จะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?
วิธีการ “ขูดมดลูก”
คือ การลอกเอาเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกออกมาจากโพรงมดลูกนั่นเอง เยื่อบุปากมดลูกจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามรอบของประจําเดือน เป็นการตอบสนองต่อฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง
เพื่อที่จะรอรับการฝังตัวของไข่ที่ถูกผสมแล้ว เพื่อการเจริญเติบโตของตัวอ่อนต่อไป เยื่อบุโพรงมดลูกจะเจริญหนาตัวขึ้นในช่วงแรกของรอบเดือนจนกระทั่งเมื่อมีการตกไข่แล้ว

ถ้าไข่ไม่ถูกผสม เจ้าเยื่อบุโพรงมดลูกก็จะลอกหลุดออกมาเป็นประจำทุกเดือน และเมื่อลอกหลุดหมดแล้ว ก็จะเริ่มหนาตัวขึ้นใหม่อีกสลับกันเช่นนี้ไปเรื่อยๆ การเอาเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกออกมาดูจะสามารถบอกอะไรได้หลายๆอย่าง
- จะบอกถึงสภาพการเปลี่ยนแปลงที่บ่งบอกถึงสภาพของฮอร์โมนในร่างกายของคุณผู้หญิงในขณะนั้น
- จะบอกว่ามีการตอบสนองต่อฮอร์โมนมากเกินปกติหรือเปล่า
- จะบอกถึงความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง
ที่จริงแล้วการจะเอาเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกออกมาดูนั้น มีหลายวิธี เรียกภาษาการแพทย์ว่า Endometrial biopsy ซึ่งจะเอาเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกออกมาดูเล็กน้อยเพื่อการวินิจฉัยโรคเท่านั้น

วิธีที่ทำคือ การใช้เครื่องมือที่เป็นท่อเล็กๆสอดผ่านรูปากมดลูกเข้าไปในโพรงมดลูก และใช้เครื่องช่วยดูดเอาเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกออกมาเล็กน้อยเพื่อเป็นการสุ่มตัวอย่าง
แต่ในเทคโนโลยีใหม่ การส่องกล้องผ่านทางปากมดลูกเข้าไปในโพรงมดลูก(Hysteroscopy) แล้วตรวจดูสภาพแล้วเลือกตัดเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกในส่วนที่หน้าตาดูว่าน่าจะมีปัญหาออกมาตรวจ จะช่วยทำให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำมากขึ้น
แต่การ ขูดมดลูก จะเป็นการเอาเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกออกมาทั้งหมด ดังนั้นจะทำให้ได้เนื้อเยื่อทั้งหมดมาตรวจหาความผิดปกติ และผลพลอยได้อีกอย่างก็คือเลือดที่ออกอยู่ก็จะหยุดออกทำให้หยุดการเสียเลือดได้อีกด้วย

ดังนั้นเมื่อมีปัญหาเรื่องประจำเดือนมาไม่ปกติ ไม่เป็นเรื่องเป็นราวโดยเฉพาะมานานหรือมามาก การขูดมดลูกนอกจากจะให้ผลดีในการยุติการเสียเลือดแล้ว ก็ยังได้เนื้อเยื่อไปตรวจดูว่าเพราะเหตุใดจึงเกิดอาการเช่นนั้นได้
และตัวผลตรวจเนื้อเยื่อนี่แหล่ะที่จะบอกว่าควรให้การรักษาอย่างไร
สำหรับคนที่อายุมากแล้ว เกิดปัญหาเรื่องเลือดประจำเดือนไม่ปกติหรือมามาก โดยเฉพาะเมื่อหมดประจำเดือนแล้ว ไม่ว่าจะใช้ฮอร์โมนทดแทนหรือไม่ก็ตาม

แล้วมีเลือดออกจากโพรงมดลูกผิดปกติ จึงสมควรนำเอาเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกออกมาตรวจเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาเกี่ยวข้องกับเรื่องมะเร็งอย่างแน่ชัด
ส่วนใหญ่ในรายที่มีการแท้งลูกในระยะ 3 เดือนแรก เลือดมักออกมาไม่หมดก็จะมีการเสียเลือดต่อเนื่องไปอีกนาน และปริมาณมากเท่าไหร่ก็ไม่รู้แน่ ดังนั้นก็ควรจะต้องช่วยให้หยุดการเสียเลือดก่อนการขูดมดลูกว่าจะเป็นการรักษาได้
ขูดมดลูก ต้องทำอย่างไร
โดยปกติแล้วการ ขูดมดลูก มักจะต้องใช้การฉีดยาชาเฉพาะที่ที่ข้างปากมดลูก เพื่อช่วยระงับความรู้สึกเจ็บปวดจากอาการที่ปากมดลูกถูกขยายกว้างขึ้นทีละเล็กทีละน้อย
เพื่อให้เครื่องมือเล็กๆที่คล้ายช้อนผ่านรูปากมดลูกเข้าไปในโพรงมดลูกได้ แล้วหมอก็จะลากเครื่องมือขึ้นลงโดยรอบโพรงมดลูก เพื่อเกาลอกเอาเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกออกมาเพื่อให้หมอทางด้านพยาธิวิทยาตรวจดู

อาจจะรู้สึกตื้อๆหนักๆหน่วงๆในท้องคล้ายปวดท้องเวลามีประจำเดือนอยู่บ้างเท่านั้น ความเจ็บปวดของแต่ละคนไม่เท่ากันใครจะรู้สึกเจ็บพอทนได้ หรือจะเจ็บแบบทรมานซึ่งแตกต่างกันไป
ดังนั้นบางครั้งก็อาจต้องให้ยาระงับความรู้สึกในคนที่มีการทนต่อความรู้สึกเจ็บปวดไม่ค่อยได้ ซึ่งหลังทำการขูดมดลูกแล้วมักจะอยู่รอดูอาการว่าถ้าเลือดหยุดดี ไม่มึนงง
รู้สึกตัวดีก็กลับบ้านได้ไม่จำเป็นต้องนอนค้างโรงพยาบาล

ส่วนการทำ endometrial biopsy นั้นใช้ยาชาเฉพาะที่ที่ข้างรูปากมดลูกเท่านั้น ก็เพียงพอที่จะบรรเทาความเจ็บได้ มักไม่ต้องใช้ยาระงับความรู้สึก สามารถทำได้ที่ห้องตรวจทางนรีเวชในส่วนของผู้ป่วยนอกได้เลย โดยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องนอนค้าง
การเตรียมตัว
- คุณอาจได้รับยาแก้ปวด เช่น lbuprofen กินก่อนที่จะเริ่มทำประมาณ 1/2-1 ชั่วโมง เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดจากการบีบตัวของมดลูกขณะที่ทำ
- ต้องลงชื่อในใบรับรู้ว่าการตรวจรักษานี้อาจมีความเสี่ยงและยินยอมให้แพทย์ทำการตรวจรักษา ก่อนที่จะลงนามก็ควรจะถามแพทย์ให้เข้าใจเสียก่อนด้วยกรรมวิธีทำเป็นอย่างไร

- ถ้าจะต้องใช้ยาระงับความรู้สึก ห้ามกินหรือดื่มอะไรเลยก่อนเวลาทำ 6-8ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย
- ถ้าคุณกินยาอะไรเป็นประจำสำหรับโรคบางอย่าง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน กรุณาอย่าลืมถามหมอด้วยว่าต้องทำอย่างไร
การดูแลตัวหลังจากขูดมดลูก
- ถ้ารู้สึกตัวดีแล้วและไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ก็ให้กินอาหารได้ และลุกขึ้นเดินไปมาได้ตามปกติ
- หลัง ขูดมดลูก เสร็จมักจะไม่มีใครรู้สึกปวดท้อง แต่ถ้ารู้สึกปวดก็ต้องบอกแพทย์

- ยังไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ใน 7 วันหลังจากทำการขูดมดลูกเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- หลังจากขูดมดลูกแล้วอาจจะมีเลือดออกได้อีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่สำหรับการทำ endometrial biopsy มันจะยังมีเลือดออกต่อเนื่องต่อไป
- ควรสังเกตว่ามีไข้ หรือปวดท้องมากขึ้น เลือดออกมากขึ้นหลังจากทำหรือไม่ ถ้ามีให้รีบไปพบแพทย์ก่อนเวลานัด
- การกลับไปพบแพทย์ตามนัดหลังจากทำการขูดมดลูกนั้นไม่ควรละเลย เพราะจะได้ติดตามว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นกับคุณบ้างหรือเปล่า และที่สำคัญคือการฟังผลเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูก

ที่ถูกนำออกมาส่งให้แพทย์ทางพยาธิวิทยาตรวจนั้นมีผลว่าอย่างไร เพื่อจะได้รู้วิธีวางแผนการดูแลรักษาต่อเนื่องต่อไป
ความเสี่ยงในการขูดมดลูก
โดยปกติแล้วการทำการตรวจรักษาใดๆ ก็มีความเสี่ยงในแต่ละกระบวนการอยู่แล้ว ไม่มีวิธีไหนในโลกนี้ที่ไม่มีความเสี่ยงแต่แพทย์มักจะทำการตรวจรักษาอย่างรอบคอบและระมัดระวัง
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆขึ้น บางครั้งก็ยากที่จะทำการรักษา เช่น มีลักษณะของอวัยวะที่ยากต่อการที่จะทำการดูแลรักษา เช่น รูปากมดลูกเล็กมาก
ตัวมดลูกวางตัวหักงอคว่ำทำองศากับตัวคอมดลูกยากมากเป็นต้น ดังนั้นอาจจะมีความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ ดังต่อไปนี้
- อาจมีความเสี่ยงในการที่ปากมดลูกเสียหาย จากการที่ต้องขยายรูปากมดลูก เพื่อให้เครื่องมือผ่านเข้าไปในโพรงมดลูกได้

- หรืออาจเกิดความเสียหายที่ตัวมดลูก อาจจะทะลุก็ได้ แต่ก็เกิดขึ้นได้น้อยมาก เรื่องของมดลูกทะลุอาจพบได้บ่อยในพวกที่ทำแท้งเถื่อนที่เอาอะไรใส่เข้าไปในโพรงมดลูกเพื่อกระตุ้นให้เกิดการแท้ง ซึ่งมักจะมีการติดเชื้อในโพรงมดลูกตามมาด้วย
- อาจมีการติดเชื้อในโพรงมดลูกหรือในอุ้งเชิงกราน
- อาจมีการเสียเลือด
- จากการใช้ยาระงับความรู้สึก ก็อาจมีความเสี่ยงได้ในเรื่องของการแพ้ยา

เมื่อรู้ความเสี่ยงแล้วก็อย่ากลัวถึงกับไม่ทำเลยเสียล่ะ ลองคิดดูว่าในอาการของคนที่เป็นอยู่นั้นจำเป็นต้องใช้วิธีการตรวจรักษานี้หรือไม่ แต่ถ้าไม่ทำจะรีรอดูได้นานแค่ไหนที่จะไม่เกิดความเสียหายจากโรคร้ายที่ซ้อนเร้นอยู่ ที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการต่างๆเหล่านี้
บทความที่น่าสนใจ