4 ทางเลือก สุขภาพดี ไร้โรค
เราคงพอจะได้รู้มาบ้างว่าอาหารที่เราหยิบใส่ปากตัวเองทุกวันนั้นมีโทษและพิษภัยที่สามารถส่งผลร้ายต่อชีวิตและสุขภาพของเราได้ และในยุคปัจจุบันการจะพยายามป้องกันตัวเองและคนในครอบครัวให้ห่างไกลจากโรคเรื้อรังนั้น เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่ายเลย
เราจึงขอแนะนำ 4 ทางเลือกง่ายๆเพื่อสุขภาพดีที่คุณทำเองได้ เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันนี้
ทางเลือกที่ 1 ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง
หมายถึง การป้องกันตัวเองจากโรคภัยต่างๆ ด้วยการปลูกข้าว ปลูกผักและผลไม้ทุกอย่างที่จำเป็นต่อร่างกายเพื่อเอาไว้กินเอง เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะมีผักผลไม้กินครบถ้วน และได้รับวิตามิน เกลือแร่ และใยอาหารเพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ

โดยไม่ต้องกังวลว่าเราจะได้รับสารเคมีอันใดจากอาหารที่กิน เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ไร้โรค ที่อาจจะเกิดจากสารเคมีในอาหาร ข้อดีคือหากทำได้จริงก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
เพราะเราจะได้รับสารอาหารจากธรรมชาติครบถ้วน และจะปลอดภัยที่สุด ซึ่งอาหารจากธรรมชาติที่ไม่ผ่านการแปรรูปนั้น ถือว่าเป็นอาหารที่ดีที่สุด ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีหลายคนที่เลือกทางนี้
เช่น ส่วนหนึ่งของคนญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรืออเมริกาก็ปลูกพืชผักสวนครัวกินเองเพิ่มขึ้น 30-35% ของการบริโภคผักทั้งหมด แม้ว่าการปลูกผักผลไม้กินเองจะดีที่สุด

แต่ในทางปฏิบัติแล้วการจะกินอาหารให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วนสมดุลด้วยตัวเองในทุกวัน ก็เป็นเรื่องที่ทำจริงได้ยาก คนไทยส่วนหนึ่งก็ไม่ได้อยู่อาศัยตามไร่นา และไม่ได้มีพื้นที่ว่างเพียงพอที่จะปลูกพืชผักผลไม้ด้วยตัวเองได้อย่างครบถ้วน
ทั้งการดูแลให้พืชผักผลไม้เหล่านี้เติบโตโดยไม่ใช้สารเคมีนั้นต้องอาศัยความทุ่มเททั้งเวลาและทรัพยากรจำนวนมาก
ทางเลือกที่ 2 ทานอาหารเสริม

โดยเลือกทานเสริมในส่วนที่ปกติเรากินไม่เพียงพอ หรือช่วยลดการดูดซึมในส่วนที่เรากินมากเกิน เพื่อช่วยให้เราได้รับสารอาหาร 7 หมู่ในปริมาณที่สมดุล เช่น หากปกติเรากินผักผลไม้น้อย
เราก็เลือกกินอาหารเสริมที่ให้วิตามินเกลือแร่และใยอาหาร อาจรวมกันหลายชนิดเพื่อให้ได้ครบถ้วนตามที่ต้องการ หากปกติเราไม่ค่อยได้กินปลา เราก็เลือกกินอาหารเสริมที่มีโอเมก้า3
ถ้าเรากินไขมันหรือคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป เราก็เลือกกินอาหารเสริมที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารเหล่านี้น้อยลงหรือขับสารอาหารเหล่านี้ออกจากร่างกายได้มากขึ้น

คนส่วนหนึ่งอาจจะมีความรู้สึกต่อต้านอาหารเสริม เพราะคิดว่าถ้าเรากินสารอาหารให้ได้ครบถ้วน ก็ไม่จำเป็นต้องกินอาหารเสริม เป็นความเชื่อที่ถูกต้องในระดับหนึ่งแค่นั้น
แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นเรื่องยากมากๆที่เราจะกินอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนได้จริงๆ ฉะนั้นสำหรับคนที่ไม่สามารถกินให้ได้สารอาหารครบถ้วนด้วยตัวเอง การกินอาหารเสริมจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ตัวเขาได้รับสารอาหารที่สมดุลได้
ข้อดีของทางเลือกนี้คือช่วยให้เราได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนสมดุลได้ง่ายกว่า โดยไม่ต้องปลูกพืชผักผลไม้ ไม่ต้องพยายามกินผักผลไม้ให้ครบ เพราะอาหารเสริมมักจะระบุปริมาณสารอาหารต่อหน่วยบริโภค
และมักออกแบบให้มีส่วนผสมในระดับที่เหมาะสมและสมดุล อาหารเสริมบางประเภทก็จะถูกผลิตในรูปของอาหารที่ดูดซึมได้ง่าย เช่น กรดอะมิโน กรดไขมัน ซึ่งจะช่วยลดภาระการทำงานของระบบย่อยอาหาร

นอกจากนี้ อาหารเสริมยังช่วยให้เราเบาใจในเรื่องเกี่ยวกับสารพิษ (ขอย้ำเฉพาะอาหารเสริมที่ได้ อย.) เพราะอาหารเสริมเหล่านี้ จะต้องถูกตรวจสอบจากหน่วยงานราชการในระดับหนึ่ง
เราจึงเชื่อมั่นในเรื่องความสะอาดและปลอดจากสารเคมีได้มากกว่าอาหารที่เรากินตามปกติ เพราะอาหารที่เรากินยกตัวอย่างง่ายๆเช่น ส้มตำถ้าไปขอ อย. ก็คงจะไม่ผ่านเพราะสกปรกและมีสารตกค้างเต็มไปหมด..
ข้อเสียก็คือ อาหารเสริมหลายยี่ห้อมีการโฆษณาเกินจริงและส่วนใหญ่ไม่สามารถกินทดแทนอาหารได้ คือจะต้องกินเสริมไปกับอาหารที่กินปกติ การกินอาหารเสริมแบบนี้จึงเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
ซึ่งบางยี่ห้อก็มีราคาที่สูงมาก จนแพงกว่าเราไปซื้อผักผลไม้มากินด้วยตัวเองหลายเท่า (แต่ก็ป้องกันได้ด้วยการเลือกยี่ห้อที่มีราคาสมเหตุผล ราคาเฉลี่ยต่อวันใกล้เคียงหรือน้อยกว่าไปซื้ออาหารหรือผักผลไม้มากินเอง)

นอกจากนี้ ผู้ขายอาหารเสริมบางคนก็ไม่ได้มีความรู้ทางโภชนาการหรือไม่มีจรรยาบรรณ จึงเน้นขายให้มากที่สุดโดยไม่ได้ให้คำแนะนำที่ถูกต้อง ทำให้เรามีโอกาสได้รับวิตามิน เกลือแร่ หรือสารอาหารบางอย่างมากเกินไปจนอาจเกิดผลเสียต่อร่างกายได้
อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์อย่างเหมาะสมก็มี และอาหารทดแทนที่เราสามารถกินแทนอาหารในบางมื้อแล้วทำให้เราได้รับสารอาหารครบถ้วนเหมาะสมก็มี เราจึงต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนที่จะเลือกเชื่อเลือกซื้อ
ทางเลือกที่ 3 พยายามด้วยตัวเอง
โดยเราเลือกกินตามหลักการด้วยความระมัดระวังสารพิษสารเคมีที่อยู่ในอาหาร เลือกเนื้อสัตว์ ผักผลไม้จากแหล่งที่เชื่อถือได้ เลือกร้านอาหารที่เชื่อถือได้ว่าร้านนี้เลือกวัตถุดิบที่ไม่ใส่สารเคมีลงไป และไม่ทำอาหารด้วยกรรมวิธีที่ทำให้เกิดสารก่อมะเร็งในกรณีทำอาหารกินเอง

เวลาที่เราซื้อผักผลไม้ เราก็ต้องพยายามเลือกซื้อและล้าง ด้วยวิธีการดังนี้
- เลือกซื้อผักที่มีรูพรุนจากการเจาะของแมลงบ้าง
- เลือกซื้อผักใบมากกว่าผักหัว เพราะผักหัวจะสะสมสารพิษไว้มากกว่า
- ผักและผลไม้ที่ปอกเปลือกได้ ควรล้างน้ำให้สะอาด แล้วปอกเปลือกก่อนกิน
- ทำความสะอาดผักผลไม้ก่อนนำมากิน โดยเฉพาะผักที่กินสดเพื่อลดปริมาณสารพิษตกค้าง เชื้อโรค และลดการปนเปื้อนของไข่พยาธิ โดยปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้

1. ล้างด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง หรือแช่น้ำสะอาด 15 นาที
2. ล้างโดยแช่ในสารละลายต่อไปนี้ ประมาณ 10 -15 นาที
– เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 2 ลิตร
– ด่างทับทิม 20-30 เกร็ด ต่อน้ำ 1 กะละมัง
– โซเดียมไบคาร์บอเนตหรือผงฟู 1 ช้อนชา ต่อน้ำ 4 ลิตร
– น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วย ต่อน้ำ 4 ลิตร
3. ล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อปฏิบัติครบทั้ง 3 ขั้นตอน ก็จะสามารถลดยาฆ่าแมลงและสารพิษลงได้มาก ข้อดีคือเราสามารถทำได้โดยไม่ต้องมีที่ดินสำหรับปลูกผักผลไม้ และไม่ต้องไปเลือกซื้ออาหารเสริม และเราสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้เกือบทุกด้าน
แต่อาจจะเสียเงินเพิ่มขึ้นบ้างจากการเลือกอาหาร เสียเวลาเพิ่มขึ้นบ้างจากการล้างผักและเลือกร้านอาหาร และทางเลือกนี้ก็มีข้อเสียคือ ถึงเราจะพยายามเลือกซื้ออาหารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือที่สุด เราก็ไม่มีทางรู้เลยว่า แท้จริงแล้วมีสารพิษหรือไม่ สุดท้ายเราจึงมีโอกาสได้รับสารพิษอยู่ดี…
ทางเลือกที่ 4 ปล่อยไปตามยถากรรม

สำหรับบางคนที่ไม่มีเวลา หรือไม่สามารถทำได้ โดยข้อดีนั้นคือ ในระยะสั้นไม่ต้องคิดอะไรมาก มีอะไรก็กิน อยากกินอะไรก็กิน แต่ข้อเสียก็คือ ในระยะยาวคงเป็นการนั่งรอว่าเมื่อไหร่ วันที่โรคเรื้อรังจะมาถึง
ไม่ว่าเราจะเลือกทางไหนก็ตาม สิ่งที่ควรตระหนักเอาไว้ก็คือ เรายังคงมีโอกาสป่วยเป็นโรคเรื้อรัง (ยิ่งทางเลือกข้อหลังๆ ก็ยิ่งมีโอกาสเป็นมากขึ้น) ฉะนั้นเราจึงควรลดความเสี่ยงทางการเงินด้วยการทำประกันสุขภาพที่คุ้มครองโรคเรื้อรังต่างๆ
เพื่อให้เรามีเงินที่สามารถดูแลตัวเองได้ในวันที่ป่วย จะได้ไม่เป็นภาระตัวเองและคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้ที่เลือกทางเลือกสุดท้าย บางคนอาจจะคิดว่า การให้ความสนใจกับร่างกายทำให้เสียเวลา จึงไม่ค่อยอยากจะสนใจ
ความจริงแล้วชีวิตของเรามีค่ามากกว่าเงินและเวลาที่เราจะเสียไปเพื่อใช้ดูแลสุขภาพของเราเสียอีก เพราะเรายังต้องใช้ร่างกายนี้ทำอะไรอีกตั้งมากมาย และชีวิตของเรามีคุณค่าและมีความหมายต่อพ่อ แม่ ลูกหลาน ญาติพี่น้อง และคนที่เรารัก
เราจึงไม่ควรเสียดายเวลาและความพยายามในการดูแลร่างกายของเราเอง ถ้าเรายังไม่ใส่ใจ ความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับร่างกายเรา จะกัดกินทั้งทรัพย์สินและจิตใจของเรา คนที่เรารักและคนที่รักเรา

และในวันที่เราล้มป่วยจนหนัก บางทีมีเงินมากเท่าไหร่ก็ไม่สามารถเรียกสุขภาพที่ดีกลับมาอีกครั้งได้ หรือถ้าเราเสียชีวิต มีเงินมากเท่าไหร่ก็ไม่สามารถฟื้นคืนชีพได้ เราจึงควรป้องกันตัวเองตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่จะสายเกินไป …ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐยิ่งนัก
บทความที่น่าสนใจ
- วิตามินรวม Vistaplex เสริมสุขภาพดีให้ร่างกาย
- วิตามินเสริม ดูแลสุขภาพคนวัย 50+
- กินให้สุขภาพดี ห่างไกลจากโรคเรื้อรัง
