<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สเตอรอยด์ &#8211; TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</title>
	<atom:link href="https://www.tisatrendy.com/tag/%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.tisatrendy.com</link>
	<description>รวมทุกเทรนด์เพื่อสุขภาพที่ดีและไลฟ์สไตล์ทันสมัย</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Sep 2025 05:31:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.9.7</generator>

<image>
	<url>https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2024/06/cropped-TisaTrendy-Web-Icon-32x32.png</url>
	<title>สเตอรอยด์ &#8211; TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</title>
	<link>https://www.tisatrendy.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อ่อนเพลีย&#8230;ส่อ &#8216;ต่อมหมวกไต&#8217; ล้มเหลว</title>
		<link>https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%95-%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2/</link>
		<pubDate>Sat, 11 Jun 2016 06:20:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[FAQ]]></category>
		<category><![CDATA[อันตรายต่อมหมวกไตล้มเหลว]]></category>
		<category><![CDATA[ต่อมหมวกไต]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบภูมิคุ้มกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ร่างกาย อ่อนเพลีย]]></category>
		<category><![CDATA[สเตอรอยด์]]></category>
		<category><![CDATA[อ่อนเพลีย]]></category>
		<category><![CDATA[อ่อนเพลีย เรื้อรัง]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร เสริม]]></category>
		<category><![CDATA[เบื่ออาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เหนื่อย ง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[โรคแอดดิสัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mlm-idea-be-rich.com/?p=5668</guid>
		<description><![CDATA[<p>อันตราย..หาก &#8220;ต่อมหมวกไต&#8221; ล้มเหลว คุณเคยมีอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%95-%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2/">อ่อนเพลีย&#8230;ส่อ &#8216;ต่อมหมวกไต&#8217; ล้มเหลว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #993300;"><strong>อันตราย..หาก &#8220;ต่อมหมวกไต&#8221; ล้มเหลว</strong></span></h2>
<p>คุณเคยมีอาการอย่างนี้บ้างมั๊ย?<span style="color: #808000;"><strong> &#8220;อ่อนเพลีย หมดเรี่ยวแรง.. เบื่ออาหาร ปวดท้อง&#8221;</strong> </span>ซึ่งอาจจะทำให้ตอนแรกคิดว่าเป็นไข้หวัดทั่วๆไป</p>
<p>แต่พออาการมันเป็นอยู่นานนับสัปดาห์ แถมต่อมายังมีผิวดำคล้ำเพิ่มขึ้นด้วย.. คราวนี้คงต้องคิดถึง<strong>โรคต่อมหมวกไตล้มเหลว</strong>แล้วล่ะ !<span id="more-5668"></span></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>      </strong><strong> ต่อมหมวกไตล้มเหลว</strong><strong>เรื้อรัง</strong></span> หรือที่เรียกว่า <strong>Addison’s Disease</strong> เป็นโรคที่ <strong>ต่อมหมวกไต</strong> ไม่สามารถผลิตฮอร์โมนได้ตามปกติ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาเยียวยาโดยเร็ว</p>
<p>เนื่องจากถ้าไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้<strong>เสียชีวิต</strong>ได้ ประธานาธิบดีเคเนดี้ก็มีโรคประจำตัวนี้ แต่ด้วยการได้รับการรักษาทางยาและติดตามที่ดีโดยแพทย์ประจำตัวมาตลอด จึงสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติ</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ปกติคนเรามีต่อมหมวกไตอยู่ทั้ง 2 ข้าง รูปร่างเหมือนหมวกครอบอยู่บริเวณชั้นบนของไต (รูปร่างคล้ายเม็ดถั่ว) มีขนาดเล็ก ส่วนเปลือกนอกของต่อมนี้จะทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมน 2 ชนิด คือ <strong>คอร์ติซอล(cotisol)  และอัลโดสเตอโรน (Aldosterone)</strong></span></p>
<p>      คอร์ติซอลมีฤทธิ์ทำให้ร่างกายใช้น้ำตาลและโปรตีนเป็นพลังงานได้ดี ทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับ<span style="color: #808000;"><strong>ความเครียด</strong></span> การติดเชื้อ และการบาดเจ็บได้ ขณะที่อัลโดสเตอโรนจะมีฤทธิ์ช่วยกำกับค้ำจุนให้สารจำพวกเกลือแร่อย่างโซเดียม โพแทสเซียม และน้ำในร่างกายให้อยู่ในสภาพคงที่ได้</p>
<p style="padding-left: 30px;"><strong><span style="color: #333300;">สภาวะต่อมหมวกไตล้มเหลวมี 2 แบบ คือ แบบปฐมภูมิซึ่งเกิดจากต่อมเอง และทุติยภูมิ คือเกิดจากสาเหตุนอกต่อม</span></strong></p>
<p><strong>ภาวะต่อมหมวกไตล้มเหลวอย่างเฉียบพลันแบบแรก</strong> โดยมากเกิดจากการที่มีเลือดออกใน<strong> &#8220;ต่อมหมวกไต&#8221;</strong> ภาวะต่อมหมวกไตล้มเหลวแบบเรื้อรัง ส่วนมากเกิดจาก<strong>ต่อมหมวกไต</strong>ถูกทำลายโดยภาวะ<span style="color: #808000;"><strong>ระบบภูมิคุ้มกัน</strong></span>ต้านตัวเองหรือการติดเชื้อ (เช่น <span style="color: #808000;"><strong>วัณโรค</strong></span>) หรือ<span style="color: #808000;"><strong>มะเร็ง</strong></span>แพร่กระจายมาทำลาย เช่น <span style="color: #808000;"><strong>มะเร็งเต้านม</strong></span> ปอด ไฝดำ</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333300;">ภาวะ<strong>ต่อมหมวกไตล้มเหลวอย่างหลัง</strong>อาจมีสาเหตุหลายอย่าง เช่น ขาดฮอร์โมนจาก<strong>ต่อมใต้สมอง (Pituitary gland)</strong> ที่เรียกว่า  <strong>Adrencorticotropic Hormone ( ACTH)</strong> </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333300;">ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้น<strong>ต่อมหมวกไต</strong>ให้สร้าง<strong>ฮอร์โมนคอร์ติซอล</strong> ถ้าขาด ACTH ต่อมหมวกไตก็สร้างคอร์ติซอลได้น้อย แม้ว่าต่อมหมวกไตจะไม่ถูกทำลาย แต่ก็เกิดอาการล้มเหลวเช่นกัน</span></p>
<p>      แม้ว่า<strong>โรคต่อมหมวกไตล้มเหลว</strong>หลายอย่างจะเป็น<strong>สภาวะถาวร</strong> แต่บางอย่างก็เป็น<strong>แค่ชั่วคราว</strong> สภาวะล้มเหลวชั่วคราวที่พบบ่อยคือ คนที่กินยากลุ่ม<span style="color: #808000;"><strong>สเตียรอยด์</strong> </span>(ซึ่งคอร์ติซอลก็เป็นสารกลุ่มนี้)เป็นเวลานานๆ</p>
<p>ยากลุ่มนี้มักจะใช้รักษาโรค<span style="color: #808000;"><strong>ไขข้ออักเสบ</strong> <strong>หอบหืด</strong></span> ผื่นผิวหนัง เมื่อคนกิน<strong>สเตียรอยด์</strong>เข้าไปจะไปกดการทำงานของต่อมใต้สมอง ทำให้ผลิต ACTH ได้น้อยลง</p>
<p>เป็นผลให้ต่อมหมวกไตฝ่อลง ผลิตคอร์ติซอลและอัลโดสเตอโรนได้น้อยลง หลังจากเลิกกินยาสเตียรอยด์แล้ว อาจต้องใช้เวลาหลายอาทิตย์หรือหลายเดือน บางรายเป็นปีในการฟื้นตัวสู่สภาพปกติของต่อมหมวกไต</p>
<p>และขณะที่กำลังฟื้นตัวนี้คนๆนั้นจะมีจุดอ่อนเพราะมีฮอร์โมนคอร์ติซอลไม่พอใช้ เมื่อไปเจอกับสภาวะเครียด เช่น การผ่าตัด บาดเจ็บ การติดเชื้อ ก็จะเกิดภาวะวิกฤติต่อมหมวกไตล้มเหลวเฉียบพลันได้ ความดันเลือดตกฮวบ ช็อก ถ้าหากรักษาโดยให้คอร์ติซอลไม่ทันก็จะเสียชีวิต</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333300;">คนที่ชอบซื้อยากินเอง กิน<strong>ยาชุด ยาลูกกลอน</strong> จากหมอตี๋หมอบ้าน เพื่อรักษาอาการเจ็บปวดเมื่อยตามข้อ ตามตัวหรืออื่นๆโดยไม่รู้ตัวว่ายาที่กินมี<strong>สเตียรอยด์</strong>อยู่เป็นสิ่งที่อันตรายมาก </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333300;">เพราะเมื่อกินไปนานๆแล้วอาจไปกดการทำงานของ <strong>ต่อมหมวกไต</strong> จึงเสี่ยงต่อ<strong>ภาวะต่อมหมวกไตล้มเหลว</strong> เมื่อเกิด<strong>ความเครียด</strong> เช่น เจ็บไข้ได้ป่วย ติดเชื้อ หรือผ่าตัด จะทำให้เกิดอาการช็อกตายได้ </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333300;">แต่ถ้ารู้ก่อนและได้รับสเตียรอยด์ทดแทนเข้าไปต่อต้านความเครียดก็จะไม่เกิดอาการช็อก เช่น คนไข้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดโรคทางศัลยกรรม ถ้าให้สเตียรอยด์เข้าไปก่อนผ่าตัดก็สามารถผ่าตัดใหญ่ได้โดยไม่เกิดภาวะวิกฤติต่อมหมวกไตล้มเหลว </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333300;">ถ้าไปหาศัลยแพทย์ก็ต้องบอกหมอด้วยว่าเคยกินยา<strong>สเตียรอยด์</strong>มาก่อน บางคนเคยกินมาแล้วถึงปีก็ยังอาจจะมีปัญหาได้ถ้าไม่ได้รับยาทดแทนเข้าไป</span></p>
<h3><img class=" wp-image-5678 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2016/06/ต่อมหมวกไต-อ่อนเพลีย.jpg" alt="อ่อนเพลีย น้ำหนักลด อาการต่อมหมวกไตล้มเหลว" width="373" height="272" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/06/ต่อมหมวกไต-อ่อนเพลีย.jpg 496w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/06/ต่อมหมวกไต-อ่อนเพลีย-300x218.jpg 300w" sizes="(max-width: 373px) 100vw, 373px" /></h3>
<h2><strong><span style="color: #008000;">อาการต่อมหมวกไตล้มเหลวเรื้อรัง</span></strong></h2>
<p>มักจะเกิดขึ้นช้าๆ ส่วนมากใช้เวลาหลายเดือน อาการมีดังนี้</p>
<ul>
<li><strong><span style="color: #666699;">อ่อนแรง อ่อนเพลีย</span></strong></li>
<li><strong><span style="color: #666699;">เบื่ออาหาร น้ำหนักลด</span></strong></li>
<li><strong><span style="color: #666699;">กรณีที่เป็นโรคแบบปฐมภูมิจะมีผิวหนังดำคล้ำลง และหิวเกลือ</span></strong></li>
<li><strong><span style="color: #666699;">ความดันเลือดต่ำ เวียนหัวบ่อย</span></strong></li>
<li><strong><span style="color: #666699;">ปวดท้อง พร้อมกับมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน หรือท้องผูก</span></strong></li>
<li><strong><span style="color: #666699;">มีไข้ ไม่ยอมหาย</span></strong></li>
</ul>
<p><span style="color: #666699;">    ถ้า</span>มีอาการที่ว่าไม่ยอมหายควรปรึกษา<span style="color: #808000;"><strong>แพทย์</strong> </span>ถ้ามีอาการปวดท้อง อาเจียนมาก ท้องเดิน ความดันเลือดลดลง ช็อก หมดสติ ต้องไปหาหมอด่วน เพราะว่าถ้ารักษาไม่ทันก็อาจไม่ฟื้นได้</p>
<p>โรคนี้อาจจะวินิจฉัยยาก เนื่องจากอาการที่แสดงคล้ายคลึงกับโรคอื่น เช่น<strong> ไข้หวัดใหญ่</strong> อาจทำให้หลงทาง จึงต้องใช้วิธีตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตรวจการทำงานโดยการเจาะเลือดตรวจหาระดับโซเดียม โพแทสเซียม คอร์ติซอล และ ACTH</p>
<p>ถ้าผิดปกติอาจต้องทดสอบโดยใช้ ACTH กระตุ้น โดยวัดระดับคอร์ติซอลในเลือดก่อน-หลังการกระตุ้น ดูผลตอบสนองเป็นอย่างไรจึงสามารถบอกโรคได้</p>
<p>ตรวจดูลักษณะทางกายภาพโดยใช้เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CTscan) ทำให้รู้ขนาดและรูปร่างที่ต่างของต่อมหมวกไต ทำให้บอกโรคได้ เช่น ถ้ามีขนาดเล็กกว่าปกติอาจหมายถึงโรคภูมิคุ้มกันต้านตัวเอง ถ้าขนาดโตขึ้น อาจหมายถึงก้อนเนื้องอกทั้งชนิดร้ายและไม่ร้ายแรงหรือการติดเชื้อ</p>
<p>โรคต่อมหมวกไตล้มเหลวเรื้อรังถ้าวินิจฉัยได้ถูกก็สามารถรักษาด้วยยาเข้าไปแทนที่ฮอร์โมนที่ขาดหายไป อย่างเช่น <strong>จอห์น เอฟ เคเนดี้ </strong>ที่ได้รับยาตลอดชีวิต แต่โรคไม่หายขาด</p>
<p>สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับคนที่เป็นโรคนี้ ก็คือ ควรป้องกันด้วยการพกข้อมูล หรือห้อยป้ายข้อมือที่แสดงชื่อตัว ชื่อโรค และยาที่กินประจำไว้เพื่อประโยชน์ในยามฉุกเฉิน ถ้าช็อกหรือหมดสติจะช่วยให้หมอวินิจฉัยได้รวดเร็วและช่วยชีวิตได้ทัน</p>
<p><span style="color: #993300;"><strong>      การปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกายให้อยู่ในภาวะสมดุลที่ปกติดี จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่อาจมองข้ามได้เลย</strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><a title="อาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน นูทริก้า (Nutriga)" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99-nutriga/" target="_blank"><strong>&gt;&gt; ปรับสมดุล เพิ่มภูมิคุ้มกันด้วย Nutriga &lt;&lt;</strong></a><br />
<a title="อาหารเสริมสำหรับผู้หญิง คลิ๊กพลัส Click Plus" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87-clickplus/" target="_blank"><strong> &gt;&gt; ปรับสมดุลฮอร์โมนเพศหญิงด้วย Click &lt;&lt;</strong></a></p>
<div class="hatom-extra" style="display:none;visibility:hidden;"><span class="entry-title">อ่อนเพลีย&#8230;ส่อ &#8216;ต่อมหมวกไต&#8217; ล้มเหลว</span> was last modified: <span class="updated">พฤษภาคม 14th, 2017</span> by <span class="author vcard"><span class="fn">admin</span></span></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%95-%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2/">อ่อนเพลีย&#8230;ส่อ &#8216;ต่อมหมวกไต&#8217; ล้มเหลว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></content:encoded>
			</item>
		<item>
		<title>แม้จะติด &#8216;สเตียรอยด์&#8217; ก็ดีท็อกได้นะ</title>
		<link>https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%8c-steroid/</link>
		<pubDate>Sat, 07 May 2016 06:50:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[FAQ]]></category>
		<category><![CDATA[ติดสเตียรอยด์ ก็ดีท็อกได้]]></category>
		<category><![CDATA[ดีท็อก]]></category>
		<category><![CDATA[ยาสเตียรอยด์]]></category>
		<category><![CDATA[สารสเตรอย]]></category>
		<category><![CDATA[สารสเตอรอยด์]]></category>
		<category><![CDATA[สารสเตียรอย]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สเตอรอยด์]]></category>
		<category><![CDATA[สเตียรอย]]></category>
		<category><![CDATA[สเตียรอยด์]]></category>
		<category><![CDATA[แพ้สเตรอย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mlm-idea-be-rich.com/?p=5331</guid>
		<description><![CDATA[<p>ติด &#8216;สเตียรอยด์&#8217; ก็ดีท็อกได้ เภสัชกรโรงพยาบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%8c-steroid/">แม้จะติด &#8216;สเตียรอยด์&#8217; ก็ดีท็อกได้นะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h1><span style="color: #993300;">ติด &#8216;สเตียรอยด์&#8217; ก็ดีท็อกได้</span></h1>
<p>เภสัชกรโรงพยาบาลแห่งนึงกำลังจ่ายยาให้กับคนไข้โรคหอบหืดที่เพิ่งได้รับการพ่นยาขยายหลอดลมในห้องตรวจฉุกเฉินมา</p>
<p>แพทย์สั่งยาให้ผู้ป่วยรายนี้ 2 อย่างคือ ยาพ่น<span style="color: #808000;"><strong>สเตียรอยด์</strong></span>ให้ใช้ทุกวันเพื่อป้องกันการจับหืดกับยาพ่นขยายหลอดลม หลังจากที่ได้อธิบายการใช้ยาอย่างละเอียด..<span id="more-5331"></span></p>
<p>ลุงแกก็รีบบอกทันทีว่า<span style="color: #808000;"><strong> “ไม่ต้องอธิบายมากก็ได้ </strong></span><span style="color: #808000;"><strong>ลุงไม่เคยใช้ยานี้เลย มันไม่ได้เรื่อง.. ใช้ยังไงก็จับหืดเหมือนเดิม”</strong></span> เลยถามถึงสาเหตุที่ไม่ได้ใช้ยา  ปรากฏว่าหลายเดือนที่แล้วลุงไปรับยาจากร้านยาที่หมู่บ้านมา เป็นยาเม็ดสีชมพูต้องกินวันละ 10 เม็ด (เม็ดละ 4 บาท) กินแล้วไม่จับหืด กินมาเป็นเดือนแล้ว ที่มาหาหมอก็เพราะไม่มีเงินไปซื้อยาที่ว่า</p>
<p>ที่ร้านสั่งไว้ว่าถ้าจับหืดขึ้นมาในช่วงที่ไม่มียาสีชมพูให้ไปรับยาคุณภาพต่ำกว่าที่โรงพยาบาลก่อน</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">       ถึงกับอึ้ง! แค่ฟังก็รู้แล้วว่ายาที่ลุงได้คือยาอะไร? พยายามอธิบายว่าการรักษาโรคหืดในระยะจับหืดนั้นไม่ใช่การรักษาด้วย<strong>สเตียรอยด์</strong>แต่ต้องเป็นการให้ยาขยายหลอดลม เมื่ออาการจับหืดหายไปค่อยใช้ยาพ่นสเตียรอยด์พ่นทุกวัน ร่วมกับหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นการจับหืด </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ถ้ามีอาการหอบเหนื่อยหรือจับหืดให้ใช้ยาขยายหลอดลมชนิดพ่น ถ้ายังไม่ดีขึ้นก็ควรมาโรงพยาบาล ซึ่งกรณีนี้แพทย์เจ้าของไข้ทำถูกต้องแล้ว แต่ไม่ว่าจะอธิบายยังไงลุงก็ยังยืนยันไม่ใช้ยาพ่นและจะไปหาเงินซื้อยาเม็ดสีชมพูอยู่ดี</span></p>
<p>        <span style="color: #333300;"><strong>นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผู้ที่ใช้ยาผิดๆ ยังยึดกับการรักษาอาการให้หายโดยไม่สนใจว่าโรคจะหายหรือไม่..!</strong> ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ธุรกิจยาชุด ยาตำโบราณ(เถื่อน) ทั้งหลายรุ่งเรืองเฟื่องฟูมาจนปัจจุบัน</span></p>
<h2><span style="color: #008000;">เกิดอะไรขึ้น? เมื่อเราเจ็บป่วย</span></h2>
<p>การเจ็บป่วยของคนเราที่แสดงออกมารูปแบบต่างๆเช่น อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไข้ ไอ หอบ และอาการเจ็บปวดต่างๆนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่เชื้อโรคไปทำลายเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ซึ่งที่จริงแล้วถือว่าเป็นเพียงเล็กน้อย</p>
<p>อาการที่รู้สึกและมองเห็นส่วนใหญ่เกิดจากร่างกายของเราทำเองต่างหาก โดยเป็นปฏิกริยาการตอบสนองของระบบ<span style="color: #808000;"><strong>ภูมิคุ้มกัน</strong></span>ของร่างกายซึ่งตัวหลักๆก็คือ เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ปกป้องเรา</p>
<p>คนเป็นหวัด เชื้อไวรัสก็แค่เข้าไปเกาะทำลายเนื้อเยื่อเพียงเล็กน้อย แต่อาการไข้และเจ็บอักเสบคอแดงที่เป็นสาเหตุของการไม่สบายตัว ระบบ<span style="color: #808000;"><strong>ภูมิคุ้มกัน</strong></span>ของเราเองเป็นตัวการปล่อยสารก่อไข้ และการเจ็บอักเสบทั้งนั้น</p>
<p>ไม่ใช่ว่าร่างกายของเราต้องการทำร้ายตนเองหรอก แต่ว่าการเกิดไข้และการอักเสบเป็นการเร่งให้เกิดการทำลายล้างเชื้อโรคที่บุกรุกให้เร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้หายจากโรคได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็มียาบางตัวที่ถูกนำมาใช้เพื่อยับยั้งการทำงานของเม็ดเลือดขาวเพื่อใช้ประโยชน์ในการรักษานั่นคือ  <span style="color: #808000;"><strong>“ยาสเตียรอยด์” </strong></span>นั่นเอง</p>
<ul>
<li><span style="color: #666699;"><strong>คนมีไข้</strong> ได้ยาไปไข้ก็ลดลงอาการเจ็บเนื้อตัวก็หายไป</span></li>
<li><span style="color: #666699;"><strong>คนปวดข้อ</strong> ปวดเข่าแดงบวมข้อแท้ๆได้ยาตัวนี้ไปแข้อก็ไม่ปวดไม่เจ็บอีก</span></li>
<li><span style="color: #666699;"><strong>เคยเป็นโรคหืด</strong> พอเจออากาศหน้าฝนเข้าไปก็จับหืด แต่พอได้ยานี้ไปถึงฝนจะตกฟ้าจะร้องยังไงก็ไม่จับ สเตียรอยด์จึงเป็น “ยาวิเศษ”จริงๆในสายตาชาวบ้าน ที่ไม่รู้เท่าทันพิษร้ายของมัน</span></li>
</ul>
<p>การที่ร่างกายสามารถรับ<strong>สเตียรอยด์</strong>ได้เนื่องจากร่างกายเองก็มีการสร้าง<strong>สเตียรอยด์</strong>ออกมาเพื่อควบคุมการทำงายของระบบต่างๆในร่างกายอยู่แล้ว โดยมีการควบคุมมาจากสมองส่งมายังต่อมหมวกไต เพื่อให้หลั่งสารสเตียรอยด์ออกมา ซึ่งร่างกายจะนำไปใช้ในการควบคุมการทำงานของระบบต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวเพื่อเอาชีวิตรอด</p>
<h2><span style="color: #008000;"><strong>มารู้จัก &#8216;สเตียรอยด์&#8217; กัน</strong></span></h2>
<p><span style="color: #333300;"><strong>        สเตียรอยด์</strong> เ</span>ป็นชื่อเรียกกลุ่มฮอร์โมนที่ถูกสร้างจากต่อมหมวกไตภายในร่างกายของคนเรา หลักๆ มีอยู่ 2 ชนิด คือ คอติซอล(Cortsol) กับอัลโดสเตอโรน(Aldosterone) จะถูกสร้างสูงสุดตอนตื่นนอน และต่ำสุดตอนที่เรานอน</p>
<p>นอกจากนี้ตอนที่มีความเครียดต่างๆ ไม่ว่าทางร่างกายหรือจิตใจร่างกายก็จะหลั่งสารสเตอรอยด์ออกมามากขึ้นตาม<strong>ธรรมชาติ</strong> เพื่อควบคุมความกดดันเหล่านั้น เชื่อว่าถ้าไม่มีสเตอรอยด์เลย อาจทำให้เราถึงตายได้ทีเดียว</p>
<h2><span style="color: #008000;"><strong>ประโยชน์ของสเตียรอยด์</strong><strong> </strong></span></h2>
<ol>
<li><span style="color: #666699;"><strong>ใช้ทดแทนภาวะขาดฮอร์โมน</strong>จากต่อมหมวกไต ข้ออักเสบเฉพาะที่รุนแรงควบคุมไม่ได้ด้วยยา โดยรับประทาน หรือฉีดเข้าข้อโดยตรง</span></li>
<li><span style="color: #666699;"><strong>หัวใจอักเสบรูมาติก โรคไต</strong> บางชนิด เช่น Nephrotic syndrome,Glomerulonephritis,</span></li>
<li><span style="color: #666699;"><strong>โรคเกี่ยวกับคอลลาเจน</strong>บางชนิด เช่น Polymyositis, Polyarteritis nodusa, SLE,โรคภูมิแพ้ที่รุนแรง ควบคุมด้วยยามาตรฐานแล้วไม่ได้ผล เช่น หอบหืดอย่างรุนแรง โรคปอดเรื้อรัง ส่วนใหญ่ใช้รูปของยาพ่น กิน หรือ ฉีด โรคตา ในรูปหยอด หรือป้ายตา โรคผิวหนังผื่นแพ้ จะเป็นยาทาเฉพาะที่</span></li>
<li><span style="color: #666699;"><strong>โรคทางเดินอาหาร</strong> ได้แก่ Ulcerative colitis, Crohn’s disease โรคตับ Subacute Hepatic Necrosis, Chronic active Hepatitis, ตับอักเสบจากแอลกอฮอล์และตับแข็งในสตรีที่ไม่ดื่มสุรา โรคมะเร็งในโรค Lymphoblastic Leukemia</span></li>
<li><span style="color: #666699;"><strong>มะเร็งเต้านม</strong> ป้องกันการอาเจียนในผู้ที่ได้รับยาต้านมะเร็ง</span></li>
<li><strong><span style="color: #666699;">ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง โรคโลหิตจาง</span></strong></li>
<li><span style="color: #666699;"><strong>ใช้กับการปลูกถ่ายอวัยวะ</strong> เพื่อให้เกิดการยอมรับอวัยวะผู้อื่นดีขึ้น</span></li>
</ol>
<h2><span style="color: #008000;"><strong>พิษร้ายสเตียรอยด์</strong></span></h2>
<p>แม้ว่าในทางการแพทย์<strong><span style="color: #808000;"> &#8216;สเตียรอยด์&#8217; </span></strong>จะมีคุณประโยชน์ในการรักษาอันมากมาย แต่ไม่ควรซื้อยานี้ใช้เองโดยไม่มีแพทย์คอยดูแล เนื่องจากผลข้างเคียงของสเตียรอยด์นั้นมีมากมายเช่นกัน..</p>
<ol>
<li><span style="color: #666699;"><strong>เลือดออกในกระเพราะอาหาร </strong>เนื่องจากสเตียรอยด์ไปทำให้ผนังกระเพาะอาหารและลำไส้บางลงและเสียความสามารถในการป้องกันกรดในทางเดินอาหารที่หลั่งมาเพื่อย่อยอาหารได้ดังนั้นหากใช้สเตียรอยด์ไปนานๆผนังทางเดินอาหารก็จะบางตัวลงจนถึงขั้นทะลุ และมีแผลเลือดออกได้ ถ้ารับการรักษาไม่ทันท่วงทีก็เสียชีวิต</span></li>
<li><span style="color: #666699;"><strong>กระดูกบาง </strong>การใช้สเตียรอยด์จะไปกระตุ้นเซลล์ในกระดูกชนิดหนึ่งร่วมกับกระตุ้นระบบฮอร์โมน ทำให้กระดูกละลายบางลง ซึ่งในคนสูงอายุก็จะลงท้ายด้วยโรค<strong>กระดูกพรุน</strong>และเกิดกระดูกหักได้ง่าย</span></li>
<li><span style="color: #666699;"><strong>ร่างกายหยุดสร้างเสตียรอยด์ </strong>เพราะได้สเตียรอยด์จากภายนอกไปมากพอแล้ว และหากวันใดไม่ได้รับสเตียรอยด์จากภายนอกเข้าไป แล้วเจอเรื่องเครียด(เจ็บป่วย อดอาหาร เครียด) ร่างกายก็จะขาดสเตียรอยด์อย่างฉับพลัน ทำให้ไม่สามารถปรับตัวได้ทัน อาจทำให้ความดันโลหิตตกลงฉับพลัน หมดสติและเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว</span></li>
<li><span style="color: #666699;"><strong>กดภูมิคุ้มกันของร่างกาย </strong>บดบังอาการติดเชื้อต่างๆ เมื่อร่างกายติดเชื้อก็จะไม่มีอาการเจ็บไข้ให้เห็น ทำดูเหมือนสบายดี และเนื่องจากสเตียรอยด์กดภูมิคุ้มกันของร่างกายเอาไว้ ดังนั้นกว่าจะรู้ตัวอีกทีเชื้อโรคก็เจริญเติบโตเริงร่าไปทั่วร่างกายแล้ว ซึ่งอาจทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้</span></li>
<li><span style="color: #666699;"><strong>ยับยั้งการเติบโตในเด็ก </strong>ทำให้เด็กเติบโตช้าและหยุดสูงเร็วกว่าปกติ อันนี้ไม่ถึงขั้นเสียชีวิตนะ แต่เลี้ยงไม่โต</span></li>
<li><span style="color: #666699;"><strong>น้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงในผู้ป่วยเบาหวาน </strong>หรืออาจทำให้ระดับน้ำตาลควบคุมได้ยาก หากน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับที่สูงมากอาจทำให้ช็อคและเสียชีวิตได้</span></li>
</ol>
<p>โดยปกติ <strong>ยาสเตียรอยด์ ถูกจัดเป็นยาควบคุมพิเศษ </strong>ไม่สามารถขายได้ถ้าไม่มีใบสั่งแพทย์ โดยทั่วไปก็ไม่มีหมอคนไหนสั่งสเตียรอยด์ให้คนไข้สุ่มสี่สุ่มห้าเพราะว่า ผลสุดท้ายที่ออกมาก็คือการรักษาจะไม่ดีขึ้นในระยะยาว</p>
<p>ผู้ที่ใช้สเตียรอย์มาต่อเนื่องยาวนานส่วนใหญ่จะมีความเชื่อว่าเภสัชกรหรือแพทย์นั่นแหละที่แอบจ่ายยาสเตียรอยด์ให้เขาโดยไม่บอก และไม่รู้ว่าตัวเองไปโดนมาจากไหน? หรือไม่เชื่อว่าตัวที่ใช้อยู่นั่นแหล่ะที่ผสมสเตียรอยด์</p>
<h2><span style="color: #008000;"><strong>แหล่งสเตียรอยด์ที่สำคัญของคนไทย</strong></span></h2>
<p>ก่อนอื่นต้องขอบอกเลยว่าไม่ได้มีเจตนาดูถูกภูมิปัญญาชาวบ้าน เพราะที่ดีก็มีอยู่จำนวนมาก แต่เนื่องจากพ่อค้าบางรายชอบหยิบเอาประเด็น<span style="color: #808000;"><strong>สมุนไพร</strong></span>และภูมิปัญญาชาวบ้านมาแอบอ้างเวลาทำการโฆษณาขายยาตามหมู่บ้าน แบบไม่ลงทุนก็ขายเป็นยาลูกลอน ลงทุนหน่อยก็ขายเป็นยาหม้อ</p>
<ul>
<li><span style="color: #666699;"><strong>ยาลูกกลอน</strong>ที่ว่าก็เอาพืชผักอะไรไม่รู้ บางทีก็เป็น<strong>สมุนไพร</strong>จริงนำมาตากแห้งบดเป็นผงละเอียดมาปนกับผงยา<strong>สเตียรอยด์</strong> จากนั้นผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลมๆเป็นอันเสร็จพิธี พ่อค้าที่ฉลาดบางรายจึงเปลี่ยนใหม่เป็นการนำสมุนไพรซึ่งส่วนใหญ่เป็นกิ่งไม้ข้างทาง เถาไม้เลื้อย ใบไม้แห้งต่างๆมารวมกัน เอาไปผ่านกรรมวิธีอาบน้ำยาสเตียรอยด์ ก่อนนำไปตากแห้งแล้วแต่งสีให้ดูปกติ เอามารวมเป็นชุดๆขาย ก็เท่ากับดื่มยาสเตียรอยด์เข้าไปแล้ว</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;"><strong>ยาพระ</strong> สเตียรอยด์อาจอยู่ในอีกรูปแบบโดยอ้างว่าเป็นยาพระโดยมีทั้งพระจริง และพระเช่นการอ้างเกจิอาจารย์ดังๆ ในอดีต หรืออุปโลกน์พระที่ไม่มีตัวตนขึ้นมาแล้วอ้างตำราของท่านเหล่านั้น ถ้าอ้างให้เชื่อถือก็อ้างส่วนผสมแล้วใช้คำไทยๆ เช่น เกสรทั้ง 5 รากทั้ง 6 ลำต้นทั้ง 7 อะไรทำนองนี้เอาแปะไว้ที่หน้าห่อ </span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;"><strong>ยาชุด </strong>ยาชุดในที่นี้ไม่ใช่ชุดที่รับจากแพทย์หรือเภสัชกรซึ่งมีการระบุชื่อไว้อย่างชัดเจน ให้นึกถึงยาหลากหลายสีในถุงยาใสเล็กๆวิธีกินคือ กินทีละซองขายตามร้านของชำ ปั๊มเล็กๆ หรือร้านยาที่ไม่มีเภสัชกรประจำร้าน อ้างสรรพคุณครอบจักรวาลทั้งแก้ปวดเมื่อย กษัยเส้น ช่วยเจริญอาหาร ที่ร้ายไปกว่าคือ อ้างสรรพคุณว่าเป็นยาบำรุง ไม่ใช่ยาชุด</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">สรุปว่าไม่ว่าจะเป็นยาอะไรจากใครก็ตาม หากคุณเห็นว่าใส่รวมๆกันไม่มีชื่อยาก็ควรถามชื่อยา จากคนที่เอายาให้ก่อนเพราะเป็นสิทธิของผู้ป่วยที่ควรทราบ แต่ถ้าถามชื่อยาแล้วตอบแค่ว่าเป็นยารักษาอาการอะไร ประมาณว่ายาลดปวด ยาลดบวมข้อ ยาเส้น ยาแก้ไอ เป็นต้น ก็ให้คิดเผื่อใจไว้เลยว่าใช่</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;"><strong>ยานี้มี อย.</strong> การนำเสนอแบบนี้นับเป็นรูปแบบใหม่ที่กำลังนิยม มีทั้งบอกปากเปล่าหน้าตาเฉยว่า <strong>“ยาของเราไม่ผสมสเตียรอยด์ และได้รับการรับรองจากอย.แล้ว”</strong> หรือที่ร้ายกว่านั้นก็ทำตราอย.ปลอมเองซะเลย ซึ่งเป็นกลอุบายหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยมาเถียงกับแพทย์ว่าไม่ได้กินสเตียรอยด์หรอกเพราะมี อย. แต่พอนำไปทดสอบจริงก็จะพบสารสเตียรอยด์</span></li>
</ul>
<p><span style="color: #993300;">       <strong> ยาสเตียรอยด์มีประโยชน์ในทางการแพทย์มากมาย แต่ผลข้างเคียง(พิษ) ของยานี้ก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน จึงไม่ควรซื้อมาทานเองใช้เองโดยเด็ดขาด</strong></span></p>
<h2><strong><span style="color: #008000;">ติดเสตียรอยด์ไปแล้ว ทำยังไงดี?</span></strong></h2>
<p><span style="color: #993300;"><strong>       เมื่อเกิดการติดเสตียรอยด์เข้าแล้ว หนทางแก้คุณต้องเลือกว่า “จะเอาเสตียรอยด์ออกดีหรือเอาไว้” เพราะมีผลข้างเคียงทั้งสองอย่าง แต่การเอาออกเราจะได้ความปลอดภัยและสุขภาพที่ดีกลับคืนมาในระยะยาว ไม่ต้องตกเป็นทาสเสตียรอยด์อีกต่อไป..</strong></span></p>
<p><span style="color: #993300;"><strong>       เนื้อวุ้นของสมุนไพรว่านหางจระเข้นี่แหล่ะ.. มีฤทธิ์ในการดูดซับสารพิษ สารตกค้างได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถใช้ทานหรือทาเพื่อดีท็อกสารพิษหรือล้างสารเสตียรอยด์ออกจากร่างกายได้</strong></span></p>
<h5><em><span style="color: #808080;">คลิป : ดีท็อกสารพิษด้วย<a title="เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ น้ำว่านหางจระเข้ S VERA PLUS" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-s-vera-plus/" target="_blank">น้ำว่านหางจระเข้ S Vera plus</a></span></em></h5>
<p><center><iframe src="https://www.youtube.com/embed/T9kNNCC3KP8" width="383" height="287" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></center></p>
<p style="text-align: center;"><a title="น้ำว่านหางจระเข้ S VERA PLUS" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89-s-vera-plus/" target="_blank"><strong>&gt;&gt; ดีท็อกเสตียรอยด์ด้วยน้ำว่านหางจระเข้ &lt;&lt;</strong></a><br />
<a title="ทำไมทาเจลว่านหางจระเข้ S vera แล้วรู้สึกร้อนและแสบผิวหน้า?" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%8c-s-vera/" target="_blank"><strong> &gt;&gt; กำจัดเสตียรอยด์ด้วยเจลว่านหางจระเข้ &lt;&lt;</strong></a><br />
<a title="“ดีท็อกซ์” อย่างไรให้ปลอดภัย" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c-safety-detox/" target="_blank"><strong> &gt;&gt; ดีท็อกยังไง ให้ปลอดภัย &lt;&lt;</strong></a></p>
<div class="hatom-extra" style="display:none;visibility:hidden;"><span class="entry-title">แม้จะติด &#8216;สเตียรอยด์&#8217; ก็ดีท็อกได้นะ</span> was last modified: <span class="updated">มิถุนายน 28th, 2016</span> by <span class="author vcard"><span class="fn">admin</span></span></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%8c-steroid/">แม้จะติด &#8216;สเตียรอยด์&#8217; ก็ดีท็อกได้นะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></content:encoded>
			</item>
		<item>
		<title>สเตอรอยด์ คืออะไร มีคุณและโทษแค่ไหน?</title>
		<link>https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
		<pubDate>Sun, 18 Oct 2015 03:59:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[FAQ]]></category>
		<category><![CDATA[สเตียรอยด์ คืออะไร]]></category>
		<category><![CDATA[กดภูมิคุ้มกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ปวดข้อเข่า]]></category>
		<category><![CDATA[ปวดเมื่อย]]></category>
		<category><![CDATA[ยาชุดแก้ปวด]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการอักเสบ]]></category>
		<category><![CDATA[สเตอรอยด์]]></category>
		<category><![CDATA[สเตียรอย]]></category>
		<category><![CDATA[สเตียรอยด์]]></category>
		<category><![CDATA[แก้อักเสบ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคข้ออักเสบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mlm-idea-be-rich.com/?p=3649</guid>
		<description><![CDATA[<p>คำตอบ : &#8220;สเตียรอยด์&#8221; (steroid) หรือ สเตอรอย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/">สเตอรอยด์ คืออะไร มีคุณและโทษแค่ไหน?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คำตอบ : &#8220;สเตียรอยด์&#8221; (steroid) หรือ สเตอรอยด์</strong> คือ ฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างมาจากต่อมหมวกไตชั้นนอก ซึ่งเป็นฮอร์โมนธรรมชาติของมนุษย์ที่คอย<strong>ควบคุมความสมดุลของร่างกาย</strong> เมื่อมีภาวะเครียดทางกาย ใจ</p>
<p>ซึ่งมีการนำ<strong> สเตอรอยด์ </strong>ไปใช้ในการบรรเทา<strong>อาการอักเสบ</strong>และ<strong>กดภูมิคุ้มกัน</strong>ในโรคต่างๆ เช่น ฉีดเป็นยา<strong>บรรเทาอาการเจ็บปวด</strong>ที่เกิดจากการอักเสบ เช่น อาการ<strong>ปวดข้อเข่า ปวดเมื่อย</strong>ตามร่างกายต่างๆ โดยเฉพาะ<strong>อาการอักเสบ</strong>จาก<strong>โรคข้ออักเสบชนิดรูมาตอยด์ <span id="more-3649"></span></strong></p>
<p>โดยการ<strong>ฉีดสเตอรอยด์</strong>เข้าข้ออาจช่วย<strong>ลดการอักเสบ</strong>ได้ แต่<strong> สเตอรอยด์ </strong>ก็ส่งผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายแก่ร่างกายเป็นอย่างมาก ดังนั้นในการใช้ <strong>สเตอรอยด์</strong> ก็ต้องอยู่ในการควบคุมอย่างระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง</p>
<p>ทั้งนี้การใช้สารดังกล่าวกับร่างกายในขนาดสูง จะมีผล<strong>กดภูมิต้านทาน</strong>ของร่างกาย ทำให้เกิดการ<strong>ติดเชื้อ</strong>ได้ง่าย และบดบังการแสดงของโรคติดเชื้อ ทำให้ตรวจพบโรคเมื่ออาการรุนแรงแล้ว</p>
<p>เราจะได้รับ<strong>สารสเตอรอยด์</strong>เข้าสู่ร่างกายได้จากการทาน<strong>ยาแก้ปวด แก้อักเสบ</strong>ที่ได้จาก<strong>ยาชุดแก้ไข้</strong> หรือ<strong>ยาลูกกลอน ยาสมุนไพรที่ไม่ได้มาตรฐาน</strong> โดยอวดอ้างว่าทานแล้วหายปวด หายเมื่อย หายไข้ ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหากไข้เหล่านั้นเกิดจากโรคติดเชื้อ อาการก็จะดีขึ้นสักพัก จากนั้นก็เกิดการลุกลามของเชื้อโรคเข้าสู่อวัยวะและกระแสเลือดจนเสียชีิวิตได้</p>
<p>ซึ่งการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นระยะเวลานานหรืออย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้ต่อมหมวกไตไม่ทำงาน และไม่สามารถสร้าง<strong>ฮอร์โมนสเตียรอยด์</strong>ได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อร่างกายอยู่ในภาวะเครียด ทำให้เพิ่มความเสียงในการช็อคและเสียชีวิตได้มากขึ้นเมื่อมีการติดเชื้อจากเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย</p>
<p>และยังส่งผลให้<strong>กระดูกพรุน (Osteoporosis)</strong> ได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ คนที่เป็น<strong>โรคไขข้ออักเสบ</strong> ยิ่งใช้ยาที่ผสมสเตียรอยด์ก็จะยิ่งซ้ำเติมให้กระดูกยิ่งพรุนหนักกว่าเดิม</p>
<p>แม้<strong>สำนักคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.)</strong> จะจัดให้<strong>สารสเตียรอยด์</strong>เป็น <strong>&#8220;ยาควบคุมพิเศษ&#8221;</strong> และ<strong> &#8220;ยาอันตราย&#8221;</strong> ทั้งยังกำหนดบทลงโทษแก่ผู้ฝ่าฝืนในการขายยาชุดที่มียาสเตียรอยด์ผสมอยู่ ทั้งจำและปรับแล้วก็ตาม แต่เราในฐานะผู้บริโภคเองก็ควรเพิ่มความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงในการซื้อ<strong>ยาลูกกลอน</strong>ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา หรือ<strong>ยาชุด</strong> เพราะอาจมีการนำสเตียรอยด์ไปผสม โดยเฉพาะ<strong>ยาชุดแก้ปวดเมื่อย ยาชุดแก้หวัด</strong>เป็นต้น</p>
<p>แม้<strong>สารสเตอรอยด์</strong>จะมีประโยชน์ต่อร่างกายเราเป็นอย่างมาก แต่การได้รับสารนี้เข้าสู่ร่างกายอย่างพร่ำเพรื่อด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็อาจนำมาซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้</p>
<p>ในกรณีที่มี<strong>ภาวะกระดูกพรุน ข้ออักเสบ ปวดตามข้อ</strong> ก็ควรแก้ปัญหาด้วยการรับแคลเซียมที่เพียงพอ และเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและข้อ ไม่ควรใช้การบรรเทาอาการปวดด้วยการทาน<strong>ยาชุดแก้ปวดเมื่อย</strong>ที่ไม่ได้คุณภาพ เพราะจะยิ่งสร้างภาระปัญหาให้ย่ำแย่หนักกว่าเดิม</p>
<p style="text-align: center;"><a title="อาหารเสริม ‘แคลเซียม’ เดียร์ (Deer)" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1-deer/" target="_blank"><strong>&gt;&gt; อาหารเสริมแคลเซียมเดียร์ (Deer) &lt;&lt;</strong></a><br style="color: #336c73;" /><a title="ข้อเสีื่อม วิธีสังเกตและดูแลรักษาข้อ" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1-%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81/" target="_blank"><strong>&gt;&gt; อาการข้อเข่าเสื่อม ควรทานอาหารเสริมตัวไหนดีนะ?? &lt;&lt;</strong></a><br />
<a title="กระดูกอ่อนปลาฉลาม ดีต่อกระดูกและข้ออย่างไร?" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a1-shark-cartilage/" target="_blank"><strong>&gt;&gt; กระดูกอ่อนปลาฉลาม มีประโยชน์ต่อกระดูกและข้ออย่างไร &lt;&lt;</strong></a></p>
<div class="hatom-extra" style="display:none;visibility:hidden;"><span class="entry-title">สเตอรอยด์ คืออะไร มีคุณและโทษแค่ไหน?</span> was last modified: <span class="updated">พฤษภาคม 8th, 2016</span> by <span class="author vcard"><span class="fn">admin</span></span></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/">สเตอรอยด์ คืออะไร มีคุณและโทษแค่ไหน?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></content:encoded>
			</item>
	</channel>
</rss>
