<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>หัวใจ &#8211; TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</title>
	<atom:link href="https://www.tisatrendy.com/tag/%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.tisatrendy.com</link>
	<description>รวมทุกเทรนด์เพื่อสุขภาพที่ดีและไลฟ์สไตล์ทันสมัย</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Sep 2025 05:31:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.9.7</generator>

<image>
	<url>https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2024/06/cropped-TisaTrendy-Web-Icon-32x32.png</url>
	<title>หัวใจ &#8211; TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</title>
	<link>https://www.tisatrendy.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>แปลกไหม?..ทำไมหัวใจขาดเลือด</title>
		<link>https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94/</link>
		<pubDate>Sat, 26 Mar 2016 06:00:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[FAQ]]></category>
		<category><![CDATA[ทำไมหัวใจขาดเลือด]]></category>
		<category><![CDATA[กล้ามเนื้อหัวใจตาย]]></category>
		<category><![CDATA[คอเลสเตอรอล]]></category>
		<category><![CDATA[หัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[หัวใจขาดเลือด]]></category>
		<category><![CDATA[อ่อนเพลีย]]></category>
		<category><![CDATA[อาการของโรคหัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[เจ็บหน้าอก]]></category>
		<category><![CDATA[เจ็บหัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[เบต้ากลูแคน]]></category>
		<category><![CDATA[เหนื่อย]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหัวใจขาดเลือด]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเสื่อม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mlm-idea-be-rich.com/?p=4974</guid>
		<description><![CDATA[<p>ทำไมหัวใจขาดเลือด&#8230;ลองมาดูกัน “หัวใจขาดเลือด” ฟังด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94/">แปลกไหม?..ทำไมหัวใจขาดเลือด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #993300;"><strong>ทำไมหัวใจขาดเลือด&#8230;ลองมาดูกัน</strong></span></h2>
<p><span style="color: #808000;"><strong>“หัวใจขาดเลือด” </strong></span>ฟังดูแปลกๆไหม? ทั้งที่อวัยวะ<span style="color: #808000;"><strong>หัวใจ</strong></span>ก็สูบฉีดเลือด สัมผัสกับเลือดอยู่ตลอดเวลา แต่กลับมีอาการขาดเลือดได้&#8230;</p>
<p><span style="color: #003300;"><span style="color: #808000;"><strong>“โรคหัวใจขาดเลือด”</strong></span>เป็น 1 ใน 10 โรคร้ายที่พบมากเป็นอันดับต้นๆคร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดไม่ว่าชายและหญิง </span><span id="more-4974"></span></p>
<p><span style="color: #003300;">ในประเทศอเมริกาจำนวนผู้เสียชีวิต</span>ที่มีสาเหตุมาจาก<span style="color: #808000;"><strong>โรคหัวใจ</strong></span>ขาดเลือดมีมากถึง 1 ใน 6 และที่น่ากลัวยิ่งไปกว่านั้นก็คือ <span style="color: #808000;"><strong>ราวๆครึ่งหนึ่งของการตายจากโรคนี้ไม่เคยมีสัญญาณเตือนมาก่อน</strong></span></p>
<p>เรียกได้ว่าเป็นมัจจุราชที่แฝงตัวอยู่ในความมืด พอได้ออกโรงเมื่อไหร่ก็ลงมือได้เฉียบขาดแน่นอน ถึงแม้ว่าอัตราการเสียชีวิตจาก<strong> &#8220;หัวใจขาดเลือด&#8221; </strong>ซึ่งนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจะสูงก็ตาม</p>
<p>แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อเกิดอาการแล้วผู้ป่วยจะต้องเสียชีวิตเสมอ สิ่งที่จะชี้เป็นชี้ตายในสภาวะฉุกเฉินเช่นนี้คือ ผู้ป่วยถึงมือแพทย์ได้เร็วเพียงใด</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">เช้าตรู่ในวันที่อากาศดีและยังตรงกับวันหยุด จึงไม่แปลกที่สวนลุมพินีจะเต็มไปด้วยผู้คนเยอะแยะมากมายทั้งคนที่มาออกกำลังกายและมาพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ลุงน้อมก็เป็นหนึ่งในนั้น วันนี้ก็เหมือนวันเสาร์อื่นๆลุงน้อมตื่นตั้งแต่ตีห้า อาบน้ำแต่งตัวออกมาเจอเพื่อนๆที่สวนลุมฯเช่นเคย</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ขณะที่กำลังเดินเข้าสวนลุมพินี ลุงน้อมก็เริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ปกติ เริ่มรู้สึกใจสั่น จุก แน่นหน้าอกเหมือนถูกของหนักๆวางทับ มือไม้อ่อนจนแทบยืนไม่ไหว โชคดีที่เพื่อนคว้าแขนเอาไว้ได้ทันไม่งั้นศีรษะคงกระแทกฟาดพื้นแน่ </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ลุงน้อมนึกขึ้นมาได้ทันทีว่า<strong>เจ็บหน้าอก</strong>นี้คล้ายกับครั้งก่อนที่เคยเป็น ตอนนั้นหมอจ่ายยาอมใต้ลิ้นเอาไว้ด้วย ลุงก็พกติดตัวเสมอเผื่อฉุกฉิน จึงรีบบอกเพื่อนว่ามียาอยู่ในกระเป่า ลุงก็หยิบขึ้นมาด้วยมือสั่นก่อนเอาใส่ปาก แล้วรอด้วยความหวังว่าอาการเจ็บหน้าอกจะบรรเทาลง</span></p>
<ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">ห้านาทีผ่านไป&#8230;</span></li>
<li><span style="color: #666699;">10 นาทีผ่านไป&#8230;</span></li>
</ul>
</ul>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">อาการ<strong>เจ็บหน้าอก</strong>ไม่เบาลงเลย หนำซ้ำรู้สึกใจเต้นไม่เป็นจังหวะยังรุนแรงขึ้น หน้ามืดจนเกือบจะประคองสติเอาไว้ไม่อยู่ เพื่อนๆรอบข้างเห็นท่าไม่ดีเลยรีบพาส่งโรงพยาบาล&#8230;</span></p>
<p><img class="size-full wp-image-7162 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2016/03/โรคหัวใจขาดเลือด.jpg" alt="โรคหัวใจขาดเลือด" width="500" height="224" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/03/โรคหัวใจขาดเลือด.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/03/โรคหัวใจขาดเลือด-300x134.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>เรารู้กันดีว่า<span style="color: #808000;"><strong>หัวใจ</strong></span>ก็ต้องการสารอาหารออกซิเจนที่มากับเลือดเช่นเดียวกับอวัยวะอื่นๆ แต่ทั้งๆที่หัวใจทำงานสัมผัสกับเลือดตลอดเวลาแต่กลับไม่สามารถดึงเอาสารอาหารจากเลือดที่ตัวเองปั๊มมาใช้ได้ กลับต้องใช้<span style="color: #808000;"><strong>เลือด</strong></span>ที่มาจากช่องทางพิเศษต่างหากที่เรียกว่า <strong>&#8220;เส้นเลือดหัวใจ&#8221;</strong> เท่านั้น</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">เส้นเลือดหัวใจประกอบๆไปด้วยเส้นเลือดหลักๆ3เส้น ไปเลี้ยงส่วนต่างๆในหัวใจ ทำหน้าที่เป็นเหมือนท่อน้ำย่อยๆ ที่ส่งน้ำเข้าไปเลี้ยงตัวปั๊มน้ำเอง</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;"> โรคหัวใจขาดเลือดเกิดจากการที่ท่อเล็กๆเหล่านี้ตีบแคบลงจากหลายสาเหตุ แต่ที่พบมากที่สุดคือการตีบจากการที่มี<strong>พลั๊ค(Plaque)</strong> ซึ่งมีส่วนประกอบส่วนใหญ่เป็น<strong>คอเลสเตอรอล</strong> เปรียบเหมือนตะกรันที่ติดอยู่ตามท่อ ทำให้ท่อ(หลอดเลือด)นั้นตีบตันลง</span></p>
<p>เมื่อมีการตีบตันของเส้นเลือด ในช่วงแรกๆร่างกายจะยังไม่แสดงอาการใดออกมา เนื่องจาก<strong>เลือด</strong>ปริมาณมากยังคงสามารถไหลไปเลี้ยง<span style="color: #808000;"><strong>หัวใจ</strong></span>ได้อยู่อาจมีอาการแน่นหน้าอกเล็กน้อยตอนออกแรง</p>
<p>หรือมีความเครียด เพราะความเครียดจะส่งสัญญาณไปที่<strong>หัวใจ</strong>ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น ก็เพราะหัวใจต้องการเลือดมากขึ้น</p>
<p>แต่หลอดเลือดที่ตีบลงนั้นไม่สามารถส่งเลือดไปเลี้ยงได้มากเท่ากับที่หัวใจต้องการ จึงมีอาการ<span style="color: #808000;"><strong>เจ็บหน้าอก</strong></span> อาการ<span style="color: #808000;"><strong>เจ็บหน้าอก</strong></span>ระยะต้นจะเป็นอยู่ไม่นาน พอนั่งพักสักหน่อยหัวใจเต้นช้าลงก็จะดีขึ้น หรืออมยาใต้ลิ้นอาการก็จะดีขึ้นได้เอง</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333399;">ใครมีอาการ<strong>เจ็บหน้าอก</strong>เวลาออกแรง และเป็นทุกครั้งที่ออกแรงแบบนี้ควรไปพบแพทย์ เพราะว่านี่เป็นสัญญาณเตือนเริ่มแรกแล้วว่าหัวใจของคุณกำลังตกอยู่ในอันตราย!</span></p>
<p><span style="color: #333300;">หากว่าการตีบตันของเส้นเลือด<strong>หัวใจ</strong>ยังคงถูกละเลยต่อไป เมื่อ<strong>พลั๊ค</strong>พอกตัวหนาขึ้นจนกระทั่งไม่สามารถเกาะตัวกันได้อีกต่อไป มันก็จะระเบิดออกจริงๆ และเมื่อมันระเบิดออก จะทำให้เกิดกระบวนการจับตัวของเกล็ดเลือดกับ<strong>พลั๊ค</strong>เป็นก้อนขนาดใหญ่ที่อุดตันหลอดเลือดหัวใจจนมิด </span></p>
<p><span style="color: #333300;">พอมาถึงขั้นนี้ผู้ป่วยจะรู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมาทันทีทั้งๆที่ไม่ได้ออกแรงอะไร (เพราะว่าเส้นเลือดหัวใจถูกอุดตันไปหมดแล้ว) แม้จะนั่งพักหรืออมยาใต้ลิ้นอาการก็ไม่หาย </span></p>
<p><span style="color: #333300;">อาการที่รุนแรงอย่างนี้บ่งบอกว่าตอนนี้<strong>หัวใจกำลังขาดเลือด</strong>เข้าขั้นวิกฤตจนกล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนเริ่มจะถูกทำลายลงหรือที่เรียกกันว่า <strong>“ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย”</strong> ซึ่งสามารถตรวจพบได้เนิ่นๆด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="color: #000080;">เมื่อพบการตีบตันของเส้นเลือดหัวใจซึ่งอาจจะแตกต่างไปในแต่ละคน ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ, สุขภาพผู้ป่วย แพทย์จะแนะนำให้กินยาเช่น ยาป้องกันเกล็ดเลือดจับตัว ยาลดไขมันในเลือด ยาขยายหลอดเลือด ยาลดการบีบตัวของหัวใจ เพื่อลดการทำงานของหัวใจและลดการใช้ออกซิเจนเป็นต้น </span></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="color: #000080;">หรืออาจจะรักษาขยายหลอดเลือดหัวใจโดยการถ่างขยายด้วยลูกโป่ง หรือ<strong>บอลลูนขนาดเล็ก (Percutaneous coronary intervention – PCI)</strong> </span></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><span style="color: #000080;">หรือรักษาโดยการผ่าตัดต่อทางเบี่ยงเส้นเลือดหรือที่เรียกว่า<strong>บายพาสหลอดเลือดหัวใจ (Coronary artery bypass surgery)</strong>ในกรณีที่จำเป็น</span></span></p>
<p>ฉะนั้นถ้าสงสัยว่ามีภาวะ<span style="color: #808000;"><strong> &#8220;</strong><strong><span style="color: #808000;">หัวใจขาดเลือด&#8221;</span> </strong></span>ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะช่วงแรกๆที่กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดนั้น  กล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนจะเพียงแค่บาดเจ็บแต่ยังไม่ตาย</p>
<p>หากว่าได้รับยาและการรักษาที่เหมาะสมก็จะสามารถฟื้นคืนกลับมาได้ อย่ามัวรอสังเกตอาการอยู่กับบ้านนะ <span style="color: #993300;"><strong>เพราะทุกๆนาทีที่คุณรอคือแต่ละนาทีที่หัวใจค่อยๆตายลงไป&#8230;</strong></span></p>
<h2><span style="color: #008000;"><strong>5 สัญญาณเตือนร่วมของอาการโรคหัวใจ</strong></span></h2>
<p>ถ้าคุณมีอาการ<span style="color: #808000;"><strong>เจ็บหน้าอก</strong></span>เหมือนถูกอะไรหนักๆ มากดทับบริเวณกลางอกค่อนไปด้านซ้าย อาจมีเจ็บร้าวไปบริเวณไหล่ซ้ายหรือขึ้นไปถึงบริเวณกราม ในบางรายอาจจะเป็นอาการจุกแน่นบริเวณลิ้นปี่ร่วมกับอาการดังต่อไปนี้</p>
<ul>
<li><strong style="color: rgb(51, 51, 153);">หายใจสั้น รู้สึกหายใจไม่สะดวก เหนื่อย หอบ</strong></li>
</ul>
<ul>
<li><strong style="color: rgb(51, 51, 153);">หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม</strong></li>
</ul>
<ul>
<li><strong style="color: rgb(51, 51, 153);">ใจสั่นใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ใจหวิว</strong></li>
</ul>
<ul>
<li><strong style="color: rgb(51, 51, 153);">เหงื่อแตกตัวเย็น</strong></li>
</ul>
<ul>
<li><strong style="color: rgb(51, 51, 153);">เจ็บร้าวบริเวณคอ ไหล่ และกราม</strong></li>
</ul>
<p>หรือแม้จะมีแค่อาการ<span style="color: #808000;"><strong>เจ็บหน้าอก</strong></span>ดังกล่าวแต่เพียงอย่างเดียว “อย่า” สังเกตอาการเองที่บ้าน ควรรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดในทันที</p>
<h4><strong><span style="color: #993300;">การป้องกันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของโรคหัวใจทั้งหมด ด้วยการควบคุมอาหาร หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ </span></strong></h4>
<h4><strong><span style="color: #993300;">และควรเสริมอาหารด้วยโสม,ถั่งเช่า,เบต้ากลูแคนฯ เพื่อฟื้นฟูสุขภาพให้ดีขึ้นอีกทางด้วย ที่สำคัญคุณจะไม่ต้องใช้เงินก้อนโตที่เก็บสะสมมาทั้งชีวิตเพื่อรักษาโรคหัวใจ..!</span></strong></h4>
<p><a title="ลดไขมันในเลือด ด้วยน้ำมันรำข้าวออริซามิน Orysamin" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94-orysamin/" target="_blank"><img class=" wp-image-5831 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2016/07/น้ำมันรำข้าวงาดำ-orysamin-โรคหลอดเลือดหัวใจ.png" alt="น้ำมันรำข้าวงาดำ-orysamin-โรคหลอดเลือดหัวใจ" width="427" height="337" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/07/น้ำมันรำข้าวงาดำ-orysamin-โรคหลอดเลือดหัวใจ.png 480w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/07/น้ำมันรำข้าวงาดำ-orysamin-โรคหลอดเลือดหัวใจ-300x236.png 300w" sizes="(max-width: 427px) 100vw, 427px" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a title="ลดไขมันในเลือด ด้วยน้ำมันรำข้าวออริซามิน Orysamin" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94-orysamin/" target="_blank"><strong>&gt;&gt; รายละเอียด : อาหารเสริม Orysamin &lt;&lt;</strong></a><br />
<a title="โรคหัวใจ ภัยร้ายใกล้ตัวคนทำงาน" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/" target="_blank"><strong> &gt;&gt; 4 อาการเสี่ยงโรคหัวใจ ภัยใกล้ตัวคนทำงาน &lt;&lt;</strong></a><br />
<a title="ไม่แก่ก็ตายได้ หัวใจวายเฉียบพลัน" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/young-heart-failure/" target="_blank"><strong> &gt;&gt; ไม่แก่ก็ตายได้ หัวใจวายเฉียบพลัน &lt;&lt;</strong></a></p>
<div class="hatom-extra" style="display:none;visibility:hidden;"><span class="entry-title">แปลกไหม?..ทำไมหัวใจขาดเลือด</span> was last modified: <span class="updated">เมษายน 3rd, 2017</span> by <span class="author vcard"><span class="fn">admin</span></span></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94/">แปลกไหม?..ทำไมหัวใจขาดเลือด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></content:encoded>
			</item>
		<item>
		<title>อย่าให้หัวใจ ตกอยู่ในอันตราย</title>
		<link>https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88-heart-danger/</link>
		<pubDate>Fri, 18 Mar 2016 06:45:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[FAQ]]></category>
		<category><![CDATA[อย่าให้หัวใจ ตกอยู่ในอันตราย]]></category>
		<category><![CDATA[กล้ามเนื้อหัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ความดันโลหิตสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบประสาทอัตโนมัติ]]></category>
		<category><![CDATA[หัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[หัวใจขาดเลือด]]></category>
		<category><![CDATA[หัวใจเต้นเร็ว]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราการเต้นของหัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[เบต้ากลูแคน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหัวใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mlm-idea-be-rich.com/?p=4892</guid>
		<description><![CDATA[<p>รักชีวิต&#8230;อย่าให้ &#8220;หัวใจ&#8221; ตกอยู่ในอันต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88-heart-danger/">อย่าให้หัวใจ ตกอยู่ในอันตราย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #993300;"><strong>รักชีวิต&#8230;อย่าให้ &#8220;หัวใจ&#8221; ตกอยู่ในอันตราย</strong></span></h2>
<p>ถ้าร่างกายเปรียบเหมือนกับบ้าน <span style="color: #808000;"><strong>หัวใจ</strong></span>ก็เหมือนกับปั๊มน้ำในตัวบ้านที่คอยทำหน้าที่สูบน้ำสะอาดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆภายในบ้าน และยังส่งน้ำเสียจากภายในบ้านไปกรอง(ฟอก)ให้สะอาดที่ปอด</p>
<p>อวัยวะชิ้นนี้เริ่มทำงานตั้งแต่วินาทีแรกที่เราเกิด ทำงานต่อเนื่องเรื่อยมาไม่เคยหยุดพัก แม้ว่าเราจะถึงวัยเกษียณเมื่ออายุ 60 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัย<br />
พักผ่อนแล้ว<span id="more-4892"></span></p>
<p><span style="color: #808000;"><strong>&#8220;หัวใจ&#8221; </strong></span>ของเราก็เต้นไปแล้วกว่า 1,800 ล้านครั้ง และยังคงเต้นต่อไปโดยไม่มีการหยุดพัก เมื่อ <strong>หัวใจ </strong>ต้องทำงานหนักขนาดนี้หากเราปล่อยละเลยไม่ดูแลใส่ใจ โรคร้ายต่างๆย่อมถามหาอย่างแน่นอน และคงเป็นใครไม่ได้เลยนอกจาก”ตัวเราเอง”ที่ต้อง<span style="color: #808000;"><strong>”ปกป้องหัวใจ”ไม่ให้ตกอยู่ในอันตราย!</strong></span></p>
<h3><span style="color: #008000;"><strong>หัวใจ</strong></span></h3>
<p>มีลักษณะเป็นห้อง 4 ห้อง ทั้ง 4 ห้องนี้ถูกกั้นออกจากกันด้วยลิ้นหัวใจซึ่งจะเป็นเสมือนวาล์วน้ำ ทำหน้าที่กั้นไม่ให้เลือดไหลย้อนทางเวลาที่หัวใจบีบตัว เลือดจะไหลเข้าสู่หัวใจผ่านทางหลอดเลือดดำใหญ่เทเลือดเข้าสู่<strong>หัวใจ</strong>ห้องบนขวา</p>
<p>หลังจากนั้นเลือดจะไหลผ่านลิ้นหัวใจมาสู่หัวใจห้องล่างขวา ซึ่งจะบีบตัวดันเลือดให้ไปฟอกเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนเปลี่ยนเลือดดำให้กลับเป็นเลือดแดงใหม่ที่ปอด</p>
<p>หลังจากที่ฟอกเลือดจนสะอาดแล้วเลือดจะไหลกลับจากปอดเข้าสู่หัวใจห้องบนซ้ายไหลผ่านลงมาสู่หัวใจห้องล่างซ้าย และถูก<strong>หัวใจ</strong>ห้องล่างซ้ายซึ่งมีกล้ามเนื้อที่หนาและแข็งแรงบีบตัวปั๊มเลือดออกไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายผ่านทางหลอดเลือดแดงใหญ่รวมทั้งเลี้ยงตัวหัวใจเองด้วย</p>
<p>หลายคนเข้าใจผิดว่า <strong>&#8220;หัวใจ&#8221; </strong>นั้นมีเลือดไหลผ่านเข้าออกตลอดเวลา เลยไม่น่าจะมีภาวะ <span style="color: #808000;"><strong>&#8220;หัวใจขาดเลือด&#8221; </strong></span>ได้ จริงๆแล้วถึงแม้ว่าหัวใจจะเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่บีบตัวปั๊มเลือดที่อยู่ภายในห้องหัวใจไปทั่วร่างกายแต่หัวใจไม่สามารถดึงเอาออกซิเจนจากเลือดที่อยู่ภายในห้องหัวใจไปใช้ได้</p>
<p>เปรียบสเมือนพนักงานธนาคารที่ถึงแม้จะทำงานจับเงินตลอดเวลาแต่กลับเอาเงินนั้นไปใช้ไม่ได้ ต้องปั๊มเลือดออกมาทางหลอดเลือดแดงใหญ่ก่อนแล้วเลือดจึงไหลผ่านหลอดเลือดเล็กๆที่เรียกว่า<strong>เส้นเลือดหัวใจ </strong></p>
<p>ซึ่งประกอบด้วยเส้นเลือดหลัก 3 เส้นด้วยกัน เมื่อเทียบกับปริมาณเลือดที่ออกจากหัวใจแล้วเลือดที่กลับเข้ามาเลี้ยงตัวหัวใจเองนั้นเป็นเพียงแค่ 5%ของเลือดทั้งหมดที่หัวใจบีบตัวปั๊มออกไป</p>
<p><img class=" wp-image-4922 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2016/03/หัวใจ-ต้องคอยดูแล.jpg" alt="มั่นคอยสังเกตและดูแลหัวใจ" width="374" height="249" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/03/หัวใจ-ต้องคอยดูแล.jpg 525w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/03/หัวใจ-ต้องคอยดูแล-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 374px) 100vw, 374px" /></p>
<h3><span style="color: #008000;"><strong>หัวใจขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า</strong></span></h3>
<h4><strong><span style="color: #993300;">นอกจากส่วนที่ทำหน้าที่ปั๊มเลือดแล้วหัวใจยังเหมือนกับปั๊มน้ำอีกอย่างหนึ่งตรงที่มันขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ใช่แล้ว&#8230;อ่านไม่ผิดหรอก! หัวใจของคนเรานี่แหละขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า</span></strong></h4>
<p>ใน<span style="color: #993300;"><strong> &#8220;หัวใจ&#8221; </strong></span>ของคนเรานอกเหนือจากเซลล์<strong>กล้ามเนื้อหัวใจ</strong>ซึ่งเป็นหนึ่งในเซลล์ที่แข็งแรงที่สุดของร่างกายแล้ว ยังประกอบด้วยเซลล์อีกจำนวนหนึ่งที่ทำหน้าที่ให้กำเนิดกระแสและเป็นตัวนำไฟฟ้าสำหรับวงจรไฟฟ้าเล็กๆในหัวใจ</p>
<p>เป็นเคล็ดลับที่ทำให้เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจทำงานบีบตัวได้โดยพร้อมเพรียงกันโดยไม่แตกแถว ที่น่าทึ่งก็คือกระแสไฟฟ้าเหล่านี้แข็งแรงมากพอที่จะสามารถวัดได้จากผิวหนังโดยใช้เครื่องมือพิเศษวัดกระแสคลื่นไฟฟ้า<strong>หัวใจ</strong>ที่เรียกว่า Electrocardiogram (EKG)</p>
<p><span style="color: #666699;">ไฟฟ้าของหัวใจนี่เองที่เป็นส่วนที่ทำให้หัวใจสามารถติดต่อกับส่วนอื่นๆของร่างกายและทำงานสอดประสานกันได้อย่างราบรื่น ไฟฟ้าของหัวใจจะถูกควบคุมโดย<strong>ระบบประสาทอัตโนมัติ</strong></span></p>
<p><span style="color: #666699;">ซึ่งจะปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้ตรงกับความต้องการออกซิเจนและสารอาหารต่างๆที่จะถูกสูบฉีดไปกับเลือดที่ปั๊มผ่านหัวใจออกไปให้อวัยวะต่างๆมีพลังงานนำไปใช้เพียงพออยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="color: #333300;">โดยปกติ<span style="color: #808000;"><strong>อัตราการเต้นของหัวใจ</strong></span>ปกติของผู้ใหญ่อยู่ที่ 60-100 ครั้งต่อนาที ส่วนในเด็กอัตราการเต้นของหัวใจจะเร็วกว่านี้ แต่กลับกันอัตราการเต้นของหัวใจจะช้าลงเรื่อยๆเมื่อมีอายุมากขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #333300;"> บางครั้งในบางภาวะร่างกายอาจต้องการพลังงานไปใช้มากขึ้น ทำให้เกิดการส่งสัญญาณไปที่หัวใจ ส่งผลให้หัวใจบีบตัวเร็วขึ้นและแรงขึ้นเพื่อส่งเลือดที่เต็มไปด้วยสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายให้พอเพียง </span></p>
<p><span style="color: #333300;">เช่น เวลาออกกำลังกาย เวลามีไข้ นอกจากนี้ในคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำจนทำให้<strong>หัวใจ</strong>มีความแข็งแรง สามารถบีบตัวปั๊มเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ อัตราการเต้นของหัวใจในสภาวะพักก็อาจจะช้าลงอีกเนื่องจากการบีบตัวแต่ละครั้งก็เพียงพอที่จะส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกาย</span></p>
<h3><span style="color: #008000;"><strong>หัวใจกับความดันโลหิต</strong></span></h3>
<p>เมื่อมีแรงบีบตัวของ<strong>หัวใจ</strong>ดันเลือดออกไปสู่เส้นเลือดใหญ่จึงเกิด”<span style="color: #808000;"><strong>ความดันโลหิต</strong></span>” ซึ่งความดันโลหิตนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแรงบีบตัวของหัวใจเพียงอย่างเดียว</p>
<p>แต่เกี่ยวข้องกับขนาดของเส้นเลือดที่ไหลผ่านด้วย หลายคนคงจะเห็นภาพเวลาที่เราเอานิ้วไปอุดสายยางรดน้ำต้นไม้แล้วทำให้น้ำพุ่งได้แรงขึ้น ไกลขึ้น การพุ่งของเลือดก็เช่นเดียวกัน เมื่อเส้นเลือดหดเล็กลง เลือดก็จะพุ่งแรงขึ้น จึงเป็นที่มาของ<span style="color: #808000;"><strong>ความดันโลหิตสูง</strong></span></p>
<h4 style="padding-left: 30px;"><span style="color: #993300;">ถ้าอย่างนั้น<strong>ความดันโลหิตสูง</strong>ก็น่าจะดีสินะ เพราะเลือดพุ่งไกลขึ้นแรงขึ้น หัวใจน่าจะทำงานน้อยลง แบบนั้นทำไมเราต้องมานั่งรักษาโรคความดันโลหิตสูงกันล่ะ?</span></h4>
<p>ก็เพราะในขณะที่เส้นเลือดมีไขมันไปพอกจนทำให้มีขนาดเล็กลง หัวใจต้องทำงานเพิ่มขึ้นอีกเพื่อบีบตัวต้านกับแรงเสียดทานของผนังหลอดเลือด แม้ว่าเลือดจะพุ่งได้ไกลได้แรงก็จริง แต่สิ่งที่ร่างกายต้องการก็คือ <span style="color: #808000;"><strong>&#8220;ปริมาณ&#8221; ไม่ใช่ &#8220;ความแรง&#8221; </strong></span>ของเลือด</p>
<p><strong>หัวใจ</strong>จึงต้องทำงานหนักมากขึ้นในการดันเลือดออกไปให้ได้ปริมาณเท่าเดิม นอกจากนี้การที่เลือดพุ่งออกจากหลอดเลือดแรงมากเกินไป ไม่ได้เป็นผลดี นอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้วยังทำให้เกิดการกระทบกระแทกกับผนังหลอดเลือดจนอาจเกิดการปริแตก ฉีกขาดได้</p>
<p>โดยเฉพาะในเส้นเลือดเล็กที่มีความเปราะบางอย่างเส้นเลือดสมอง ซึ่งถ้ามีการแตกก็อาจทำให้ผู้ป่วยเป็นอัมพาตไปอย่างถาวรได้ รู้อย่างนี้แล้วเรามารักษา<strong>หัวใจ</strong>ให้แข็งแรงอยู่กับเราไปนานๆเถอะครับ เริ่มด้วย 4 วิธีง่ายๆคือ</p>
<p><strong style="color: rgb(102, 102, 153);">1. ออกกำลังกาย</strong><span style="color: rgb(102, 102, 153);"> การออกกำลังกายที่ใช้ความเร็ว เช่น การว่ายน้ำ การวิ่ง การปั่นจักรยาน การออกแรงที่ทำให้หัวใจได้เต้นแรงๆ เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 15 นาทีต่อครั้ง จะเป็นเหมือนการ &#8220;ฟิตกล้าม&#8221; </span></p>
<p><span style="color: rgb(102, 102, 153);">ให้กับ</span><strong style="color: rgb(102, 102, 153);">กล้ามเนื้อหัวใจ</strong><span style="color: rgb(102, 102, 153);">ได้หัดทำงาน เมื่อกล้ามเนื้อหัวใจได้ฝึกบ่อยๆการบีบตัวก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ในเวลาปกติหัวใจจะบีบตัวช้าลง ทำงานน้อยลงก็จะทำงานได้นานขึ้นอยู่กับเราไปจนแก่เฒ่า</span></p>
<p><strong style="color: rgb(102, 102, 153);">2. กินอาหารที่มีประโยชน์</strong><span style="color: rgb(102, 102, 153);"> การกินอาหารที่มีไขมันสูงนอกจากจะทำให้ไขมันในเลือดเพิ่มสูงขึ้นแล้ว ไขมันตัวร้ายยังไปสะสมอยู่ตามหลอดเลือดเหมือนเป็นตะกรันในท่อน้ำ </span></p>
<p><span style="color: rgb(102, 102, 153);">ทำให้น้ำไหลไม่สะดวกเกิดภาวะ</span><strong style="color: rgb(102, 102, 153);">ความดันโลหิตสูง</strong><span style="color: rgb(102, 102, 153);">ตามมา นอกจากไขมันแล้วยังมีความเค็มที่จะทำให้น้ำถูกเก็บเอาไว้ในร่างกายเพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณเลือดหมุนเวียนในร่างกายเพิ่ม แต่คุณภาพของเลือดลดลงหัวใจจึงต้องบีบตัวทำงานหนักขึ้น</span></p>
<p><strong style="color: rgb(102, 102, 153);">3. หลีกเลี่ยงความเครียด</strong><span style="color: rgb(102, 102, 153);"> เมื่อเรามีความเครียด ระบบต่างๆในร่างกายจะรวนและหลั่งฮอร์โมนความเครียดซึ่งจะทำให้</span><strong style="color: rgb(102, 102, 153);">หัวใจเต้นเร็ว</strong><span style="color: rgb(102, 102, 153);">ขึ้น แรงขึ้น แต่ไร้ประสิทธิภาพเป็นการทำงานหนักโดยไม่จำเป็น</span></p>
<p><strong style="color: rgb(102, 102, 153);">4. งดบุหรี่</strong><span style="color: rgb(102, 102, 153);"> นอกจากจะเป็นพิษต่อปอดแล้ว ยังเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้หลอดเลือดทั่วร่างกายเกิดความผิดปกติ ไม่ยืดหยุ่นเท่าที่ควรจะเป็น หลอดเลือดที่แข็งเกินไปเหล่านี้ไม่สามารถขยายตัว</span></p>
<p><span style="color: rgb(102, 102, 153);">เวลาที่ร่างกายต้องการเพิ่มปริมาณเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้ ดังนั้น</span><strong style="color: rgb(102, 102, 153);">หัวใจ</strong><span style="color: rgb(102, 102, 153);">จึงต้องรับภาระการทำงานหนัก เสี่ยงต่อการเป็น</span><strong style="color: rgb(102, 102, 153);">โรคหัวใจ</strong></p>
<p><strong><span style="color: #993300;">ยังมีรายละเอียดอีกมากมายที่จะช่วยให้หัวใจของคุณแข็งแรง แต่แค่ทำ 4 สิ่งหลักๆนี้ให้ได้ เสริมอาหารด้วยเบต้ากลูแคนที่ช่วยปรับสมดุล ลดปริมาณไขมันร้ายในร่างกายทั้งระบบ ก็เท่ากับคุณได้ถนอมหัวใจของตัวเองไว้ไม่ให้ตกอยู่ในอันตรายได้มากแล้วล่ะ</span></strong></p>
<p><a title="ลดไขมันในเลือด ด้วยน้ำมันรำข้าวออริซามิน Orysamin" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94-orysamin/" target="_blank"><img class=" wp-image-5831 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2016/07/น้ำมันรำข้าวงาดำ-orysamin-โรคหลอดเลือดหัวใจ.png" alt="น้ำมันรำข้าวงาดำ-orysamin-โรคหลอดเลือดหัวใจ" width="403" height="318" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/07/น้ำมันรำข้าวงาดำ-orysamin-โรคหลอดเลือดหัวใจ.png 480w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/07/น้ำมันรำข้าวงาดำ-orysamin-โรคหลอดเลือดหัวใจ-300x236.png 300w" sizes="(max-width: 403px) 100vw, 403px" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a title="ลดไขมันในเลือด ด้วยน้ำมันรำข้าวออริซามิน Orysamin" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94-orysamin/" target="_blank"><strong>&gt;&gt; รายละเอียด : น้ำมันรำข้าวผสมเซซามิน Orysamin &lt;&lt;</strong></a><br />
<a title="โรคเสื่อมส่งผลร้ายแก่ร่างกายของเราอย่างไร" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1/" target="_blank"><strong>&gt;&gt; โรคหัวใจ 1ในโรคเสื่อมร้ายแรง &lt;&lt;</strong></a><br />
<a title="โรคหัวใจ ภัยร้ายใกล้ตัวคนทำงาน" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/" target="_blank"><strong>&gt;&gt; 4 อาการเสี่ยงโรคหัวใจ ภัยใกล้ตัวคนทำงาน &lt;&lt;</strong></a></p>
<div class="hatom-extra" style="display:none;visibility:hidden;"><span class="entry-title">อย่าให้หัวใจ ตกอยู่ในอันตราย</span> was last modified: <span class="updated">เมษายน 3rd, 2017</span> by <span class="author vcard"><span class="fn">admin</span></span></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88-heart-danger/">อย่าให้หัวใจ ตกอยู่ในอันตราย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></content:encoded>
			</item>
	</channel>
</rss>
