<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรคความดันโลหิตสูง &#8211; TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</title>
	<atom:link href="https://www.tisatrendy.com/tag/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.tisatrendy.com</link>
	<description>รวมทุกเทรนด์เพื่อสุขภาพที่ดีและไลฟ์สไตล์ทันสมัย</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Sep 2025 05:31:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.9.7</generator>

<image>
	<url>https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2024/06/cropped-TisaTrendy-Web-Icon-32x32.png</url>
	<title>โรคความดันโลหิตสูง &#8211; TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</title>
	<link>https://www.tisatrendy.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ดูแล &#8220;ความดันสูง&#8221; ให้อยู่หมัด</title>
		<link>https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87-trick-curation/</link>
		<pubDate>Thu, 27 Oct 2016 05:40:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[FAQ]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแลความดันโลหิตสูงให้อยู่หมัด]]></category>
		<category><![CDATA[ความดันสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ความดันโลหิต]]></category>
		<category><![CDATA[ความดันโลหิตสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ปวดหัว]]></category>
		<category><![CDATA[ลดความดัน]]></category>
		<category><![CDATA[อัมพาต]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นเลือดสมองแตก]]></category>
		<category><![CDATA[โรคความดันโลหิต]]></category>
		<category><![CDATA[โรคความดันโลหิตสูง]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหลอดเลือดสมอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mlm-idea-be-rich.com/?p=6373</guid>
		<description><![CDATA[<p>ดูแลไม่ให้ &#8220;ความดันสูง&#8221; เกินพิกัด หลังจากมี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87-trick-curation/">ดูแล &#8220;ความดันสูง&#8221; ให้อยู่หมัด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #993300;"><strong>ดูแลไม่ให้ &#8220;ความดันสูง&#8221; เกินพิกัด</strong></span></h2>
<p>หลังจากมีข่าวการแชร์โพสต์วิธีรักษาโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันโดยใช้เข็มทิ่มนิ้วเพื่อเจาะเลือดลดแรงดัน แพทย์สภาจึงออกมาเตือนประชาชนทั่วไปที่มี <span style="color: #808000;"><strong>ความดันสูง </strong></span>และเสี่ยงต่อ<strong>โรคหลอดเลือดสมอง</strong><span id="more-6373"></span></p>
<p>เนื่องจากวิธีดังที่ว่าไม่มีการรับรองทางการแพทย์หรือการยืนยันว่ามีประโยชน์เลย อย่าได้หลงเชื่อเพราะอาจทำให้สูญเสียโอกาสทองในการรักษาโรคได้ทันท่วงที</p>
<p>ถ้ามีอาการ<strong>ปวดหัว แขนขาอ่อนแรง ตาพร่า มือชา ปากเบี้ยว </strong>ให้รีบไปพบแพทย์หรือโทร 1669 เพื่อใช้บริการแพทย์ฉุกเฉินโดยด่วน</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">จากที่มีการเผยแพร่คลิปการนวดกดจุดที่บริเวณคอว่อน<strong>โซเชียล</strong>โดยอ้างว่าเป็นการนวดเพื่อรีเฟรชสมอง <strong>แพทย์</strong>ได้ให้ความเห็นว่าวิธีดังกล่าวนี้เป็นอันตรายอาจทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงก้านสมองได้พอ ทำให้สมองส่วนการรับจอภาพเกิดการมืดลงและมองไม่เห็นได้ในที่สุด</span></p>
<p>        หลังจากนั้นไม่นานก็มีการแชร์ในโลก<span style="color: #808000;"><strong>ออนไลน์</strong></span>ที่สร้างความเข้าใจผิดอีกเกี่ยวกับโรค<span style="color: #808000;"><strong>ความดันโลหิตสูง</strong></span>โดยระบุถึงวิธีในการปล่อยเลือดเพื่อช่วยชีวิตจาก<span style="color: #808000;"><strong>โรคหลอดเลือดสมอง</strong></span>เฉียบพลันว่า</p>
<p><span style="color: #808000;">&#8220;ถ้ามีอาการปากเบี้ยวให้ดึงหู และให้นำเข็มฉีดยาหรือเข็มเย็บผ้าแทงที่ปลายนิ้วแล้วบีบให้เลือดไหลออกมา จะเป็นการช่วยชีวิตผู้ป่วยและทำให้ฟื้นได้นั้น&#8221; มาฟังความเห็นจากแพทย์ดูกันค่ะ</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333300;">       อายุรแพทย์เฉพาะทางประสาทวิทยาได้ให้ข้อเท็จจริงว่า<strong> <em>&#8220;โพสต์ที่แชร์นั้นไม่ถูกต้องและไม่มีการรับรองหรือการศึกษาใดๆที่ยืนยันว่าการทำแบบนี้มีประโยชน์หรือช่วยรักษาให้หาย&#8221; </em></strong>ไม่ว่าโรคใดก็ตามการเจาะเลือดออกที่ปลายนิ้วนั้นล้วนไม่มีประโยชน์ </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333300;">คนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจะต้องพบแพทย์เพื่อควบคุมอาการของโรคอย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว การรักษาจะมี2ส่วนคือ ตรวจวัดความดัน และตรวจเลือดเพื่อดูภาวะแทรกซ้อน</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333300;">เช่น มีภาวะหัวใจโตหรือ<strong>ไตวาย</strong>หรือไม่ เพราะ<strong>ความดันโลหิตสูง</strong>ส่วนหนึ่งก็จะมีทั้งโรคไขมันในเลือดสูงหรือมี<strong>เบาหวาน</strong>ร่วมอยู่ด้วย</span></p>
<h3><span style="color: #008000;">สิ่งสำคัญที่ต้องทำควบคู่ไปกับการตรวจอย่างสม่ำเสมอคือ </span></h3>
<p>การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน โดยคนที่เป็น <strong>ความดันสูง </strong>ต้องรับประทานอาหารที่มีรสจืด กินผักให้มากขึ้น กินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง เพราะถ้ายังกินอาหารรสเค็มและมีส่วนผสมของเกลือ น้ำปลาหรือน้ำตาลปริมาณมาก</p>
<p>จะทำให้ควบคุม<strong>ความดันโลหิตสูง</strong>ได้ยาก และจะมีผลกระทบต่อการทำงานของไตด้วย นอกจากนี้ถ้าพบว่ามีภาวะไขมันในเลือดสูงร่วมด้วย <span style="color: #993300;">ก็ต้องพยายามควบคุมอาหารที่มีไขมันเช่น ของทอด ของมัน อาหารทะเล หรืออาหารจำพวกแป้งน้ำตาลต่างๆ</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">      ยังมีคนจำนวนมากที่มี<strong>ความดันโลหิตสูง</strong>แล้วยังมีความเข้าใจผิดว่า <strong>“พอไม่มีอาการปวดหัวก็คิดว่าตัวเองมีความดันปกติ”</strong> ที่จริงแล้วคนที่เป็นความดันโลหิตสูงมากกว่า 95% จะแทบไม่มีอาการใดๆบ่งบอกเลย</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;"> นอกจากพบแพทย์และตรวจวัดความดันโลหิตถึงจะรู้ ถ้าความดันไม่ปกติก็ต้องรักษาตามความรุนแรงของความดันโลหิตนั้น</span></p>
<p>        กรณีที่มีโรค<strong>ความดันโลหิตสูง</strong>หรือว่าอายุมากขึ้น หรือคนในครอบครัวเคยเป็นโรคความดันโลหิตสูง หากมีอาการผิดปกติเช่น มีอาการ<strong>ปวดหัว</strong>ขึ้นมาอย่างรุนแรง</p>
<p>มีอาการตาพร่ามัว ปากเบี้ยว หลับตาไม่สนิท แขนขาอ่อนแรงซีกใดซีกหนึ่งหรือมีอาการมึนชาของร่างกายซีกใดซีกหนึ่ง นึกคำพูดไม่ออก อาการเหล่านี้เป็นตัวบ่งบอกว่าน่าจะมีภาวะแทรกซ้อนจาก <strong>ความดันสูง</strong> ได้</p>
<p>เช่น เกิดปัญหาสมองขาดเลือด หรือเลือดออกในเนื้อสมองเนื่องจาก<strong>เส้นเลือดสมองแตก</strong> ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีหรือโทรศัพท์ไปที่เบอร์ 1669 เพื่อใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉินหรือใช้แอพพลิเคชั่น Fast Track เรียกรถพยาบาลให้มารับเพื่อนำส่งโรงพยาบาลให้ทันท่วงที</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">&#8220;แนะนำว่าให้รีบติดต่อที่โรงพยาบาลทันที ห้ามสังเกตอาการ ใจเย็น ห้ามรอหมอที่คลีนิค ห้ามบีบนวด ห้ามใช้เข็มเจาะเลือดที่ปลายนิ้ว ห้ามดึงหู </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">เพราะถ้าเราประวิงเวลาไว้จะทำให้สูญเสียเวลาที่จะถึงมือแพทย์ เพราะโรคแทรกซ้อนต่างๆจากโรคความดันโลหิตสูงถ้ารักษาได้เร็วก็มีโอกาสหายเร็ว แต่ถ้าเกินนาทีทองไปแล้ว</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">เช่น มีภาวะสมองขาดเลือดเกิน 270 นาที(ประมาณ 4 ชั่วโมง) โอกาสจะกลับมาเป็นปกตินั้นยากมาก&#8221;</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><img class="wp-image-6384 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2016/10/แก้ความดันสูง.jpg" alt="รักษาอาการความดันสูง" width="407" height="285" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/10/แก้ความดันสูง.jpg 514w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/10/แก้ความดันสูง-300x210.jpg 300w" sizes="(max-width: 407px) 100vw, 407px" /></p>
<p>       คนที่เป็น<strong>ความดันโลหิตสูง</strong> หัวใจจะทำงานหนักขึ้นเพราะต้องสูบฉีดแรงขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหนาขึ้น หัวใจโตและหัวใจล้มเหลวตามมา หลอดเลือดแดงทั่วทั้งตัวจะมีผนังหนาขึ้น</p>
<p>โดยเฉพาะหลอดเลือดแดงขนาดเล็กที่อยู่ในเนื้อเยื่อต่าง ๆจะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด จึงเกิดการเสื่อมของผนังหลอดเลือดเหล่านี้ ซึ่งจะนำไปสู่การตีบตันหรือแตก และอวัยวะที่เกี่ยวข้องเกิดความเสียหายและขาดเลือดหรือมีเลือดออก</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333300;">     ความผิดปกติที่เกิดขึ้นเป็นผลของการเปลี่ยนแปลงทั้งทางฟิสิกส์คือ ความดันหรือแรงดันในหลอดเลือดสูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีคือ การที่เซลล์ของผนังหลอดเลือดมีความผิดปกติ เกิดการเสื่อมและมีการอักเสบเรื้อรัง </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333300;">ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดไขมันจับผนังหลอดเลือดและมีการดื้ออินซูลิน ทำให้เกิด<strong>โรคเบาหวาน</strong>หรือการควบคุม<strong>เบาหวาน</strong>ยากขึ้น เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่ายขึ้น </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333300;">ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจยากและถูกมองข้ามไป การให้ความสนใจเพียงแค่ค่าความดันโลหิตที่วัดได้จึงไม่ถูกต้องนัก</span></p>
<p>    <span style="color: #808000;"><strong> ความดันสูง </strong></span>จึงถือว่าเป็นภัยซ่อนเร้นที่ทำให้เกิดโรคต่างๆตามมาอีกมากเช่น<strong> หลอดเลือดสมองแตก</strong> ตีบเฉียบพลันจนเป็นอัมพฤษ์ <strong>อัมพาต</strong> โรคหลอดเลือดหัวใจ หัวใจล้มเหลว <strong>ไตวาย</strong></p>
<p>ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยโรคความดันจะไม่มีอาการจนกว่าจะเกิดโรคแทรกซ้อนที่ว่าเหล่านี้ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ เราต้องหมั่นตรวจวัดความดันอยู่สม่ำเสมอ</p>
<p>เพราะจะช่วยทำให้วินิจฉัยโรคระยะเริ่มแรกได้ดี ซึ่งถ้าเราควบคุมความดันโลหิตให้ได้ถึงเกณฑ์ปกติตั้งแต่เริ่มวินิจฉัย จะช่วยให้ไม่เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆอีกด้วย</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">       <strong>วิธีวัดระดับความดันโลหิต</strong>จะมีค่าที่แสดงผลอยู่2ส่วนคือ <strong>ค่าตัวบน</strong>และ<strong>ค่าตัวล่าง</strong> โดยความดันค่าตัวบนเป็นความดันช่วงหัวใจบีบตัว ส่วนค่าตัวล่างจะเป็นความดันช่วงหัวใจคลายตัว </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">โดยความดันโลหิตที่เหมาะสมของผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไปนั้นตัวบนต้องไม่เกิน120 มม.ปรอท และตัวล่างไม่เกิน 80มม.ปรอท เรียกสั้นๆว่า 120/80 </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">สำหรับผู้ที่ป่วยที่เป็นโรค<strong>ความดันโลหิตสูง </strong>คือ ความดันโลหิตตัวบนมากกว่าหรือเท่ากับ 140 มม.ปรอทและตัวล่างมากกว่าหรือเท่ากับ90</span></p>
<p>   <strong><span style="color: #993300;">    จึงควรหมั่นตรวจวัดความดันของตนเองบ่อยๆ สม่ำเสมอ ถ้าพบว่ามีอาการแขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน มึนงง วิงเวียน ทรงตัวไม่ได้ ใบหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด </span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #993300;">ซึ่งส่วนมากทุกอาการจะเกิดขึ้นพร้อมกันอย่างฉับพลัน จะต้องรีบขอความช่วยเหลือ1669 ทันที ส่วนการรักษานั้นควรผสมผสานหลายๆทาง ไม่ควรพึ่งยาเพียงอย่างเดียว </span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #993300;">แต่ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะการกินและการออกกำลังกายซึ่งจะช่วยลดความดันโลหิตและไขมันในเลือดลงได้มาก  ที่สำคัญการป้องกันไว้ย่อมดีกว่าการรักษาภายหลังอย่างแน่นอน </span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><a title="ไขมันพอกตับ เสี่ยงกับมะเร็ง" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%9a-fatty-liver/" target="_blank"><strong>&gt;&gt; ไขมันพอกตับ..เสี่ยงมะเร็ง &lt;&lt;</strong></a><br />
<a title="ลดไขมันในเลือด ด้วยน้ำมันรำข้าวออริซามิน Orysamin" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94-orysamin/" target="_blank"><strong> &gt;&gt; ลดไขมันในเลือดด้วยออริซามิน &lt;&lt;</strong></a><br />
<a title="ความดันโลหิตสูง…ต้องกินยาความดันถึงเมื่อไหร่" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87-hypertension-2/" target="_blank"><strong> &gt;&gt; ความดันโลหิตสูง ต้องกินยาถึงเมื่อไหร่ &lt;&lt;</strong></a></p>
<p style="text-align: center;"><a title="ลดไขมันในเลือด ด้วยน้ำมันรำข้าวออริซามิน Orysamin" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94-orysamin/" target="_blank"><img class="alignnone size-full wp-image-5931" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2016/07/น้ำมันรำข้าวงาดำ-ออริซามิน-orysamin.png" alt="ออริซามิน orysamin เซซามินจากงาดำ" width="426" height="350" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/07/น้ำมันรำข้าวงาดำ-ออริซามิน-orysamin.png 426w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/07/น้ำมันรำข้าวงาดำ-ออริซามิน-orysamin-300x246.png 300w" sizes="(max-width: 426px) 100vw, 426px" /></a></p>
<div class="hatom-extra" style="display:none;visibility:hidden;"><span class="entry-title">ดูแล &#8220;ความดันสูง&#8221; ให้อยู่หมัด</span> was last modified: <span class="updated">เมษายน 2nd, 2017</span> by <span class="author vcard"><span class="fn">admin</span></span></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87-trick-curation/">ดูแล &#8220;ความดันสูง&#8221; ให้อยู่หมัด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></content:encoded>
			</item>
		<item>
		<title>ความดันโลหิตสูง&#8230;ต้องกินยาความดันถึงเมื่อไหร่</title>
		<link>https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87-hypertension-2/</link>
		<pubDate>Thu, 12 May 2016 06:21:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[FAQ]]></category>
		<category><![CDATA[ต้องกินยาความดันถึงเมื่อไหร่]]></category>
		<category><![CDATA[ความดันสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ความดันโลหิต]]></category>
		<category><![CDATA[ความดันโลหิตสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ยาความดัน]]></category>
		<category><![CDATA[ยาลดความดัน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดความดัน]]></category>
		<category><![CDATA[วัดความดัน]]></category>
		<category><![CDATA[หลอดเลือด]]></category>
		<category><![CDATA[โรคความดันสูง]]></category>
		<category><![CDATA[โรคความดันโลหิตสูง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mlm-idea-be-rich.com/?p=5391</guid>
		<description><![CDATA[<p>ต้องกินยาลด &#8216;ความดันโลหิตสูง&#8217; ถึงเมื่อไหร่  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87-hypertension-2/">ความดันโลหิตสูง&#8230;ต้องกินยาความดันถึงเมื่อไหร่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #993300;">ต้องกินยาลด &#8216;ความดันโลหิตสูง&#8217; ถึงเมื่อไหร่</span></h2>
<p><strong>&#8220;ต้องกินยาลดความดันโลหิตสูงถึงเมื่อไหร่?&#8221;</strong> เป็นคำถามยอดฮิตที่ได้ยินบ่อยครั้งจากคนที่เป็นความดันสูง</p>
<p>รวมทั้งที่ยังคุมความดันให้ปกติไม่ได้ หลายคนก็ไม่มีอาการใดๆแสดงให้เห็นแต่ต้องกินยา จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมจึงถามกันจัง..<span id="more-5391"></span></p>
<h2><strong><span style="color: #008000;">ความดันโลหิต คืออะไร?</span></strong></h2>
<p>ลองนึกถึงภาพสายยางรดน้ำต้นไม้ที่มีน้ำไหลเป็นไปตามจังหวะการปิด-เปิดของก๊อกน้ำ เมื่อเปิดน้ำเต็มที่น้ำจะไหลผ่านสายยางนั้น แต่เมื่อหรี่ก๊อกลงน้ำก็จะไหลน้อย แรงดันในสายยางก็ลดลงตามด้วย</p>
<p>ระบบ<span style="color: #808000;"><strong>หัวใจ</strong></span>และหลอดเลือดก็คล้ายๆกัน มันเป็นระบบไหลเวียนเลือดของร่างกายที่มี<span style="color: #808000;"><strong>หัวใจ</strong></span>ทำหน้าที่เป็นก๊อกหรือปั๊มน้ำคอยสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย<span style="color: #333300;"><strong> หัวใจ</strong>บีบตัวดีเลือดจะไหลแรงดี-ความดันก็ดี ถ้าหัวใจบีบตัวไม่ดีเลือดไหลเบา- ความดันก็ลดลง </span></p>
<p><span style="color: #333300;">นอกจากนี้ความดันเลือดยังขึ้นอยู่กับสภาพของ<strong>หลอดเลือด</strong>อีกด้วย หาก<strong>หลอดเลือด</strong>มีความยืดหยุ่นดีก็จะปรับแรงดันไม่ให้สูงไปได้ดี แต่ถ้าหลอดเลือดเสียความยืดหยุ่นหรือแข็งตัวก็จะทำให้ความดันเลือดเปลี่ยนแปลงไปด้วย</span></p>
<h2><span style="color: #008000;"><strong>บน-ล่าง คือ?</strong></span></h2>
<p style="padding-left: 30px;">ค่าความดันโลหิตจะมีสองค่าเสมอ มักเรียกว่า “ตัวบน” กับ “ตัวล่าง” <strong>ค่าแรกเป็นความดันโลหิตในหลอดเลือดที่เกิดขึ้นขณะที่หัวใจบีบตัวไล่เลือดออกจากหัวใจ </strong></p>
<p style="padding-left: 30px;"><strong>ส่วนตัวล่างก็คือความดันของเลือดที่ยังค้างอยู่ในหลอดเลือดขณะที่หัวใจคลายตัว</strong> ผู้ป่วย<span style="color: #808000;"><strong>ความดันโลหิตสูง</strong></span>ควรจำค่าทั้งสองนี้ไว้เพราะมีความสำคัญต่อการรักษา</p>
<h2><img class=" wp-image-5413 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2016/05/ความดันโลหิตสูง.jpg" alt="ยาลดความดันโลหิตสูง ควรทานแบบไหนจึงจะเหมาะสมที่สุด" width="327" height="217" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/05/ความดันโลหิตสูง.jpg 450w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/05/ความดันโลหิตสูง-300x199.jpg 300w" sizes="(max-width: 327px) 100vw, 327px" /></h2>
<h2><span style="color: #008000;"><strong>ความดันโลหิต เท่าไหร่ถึงเรียกว่าปกติ?</strong></span></h2>
<p><strong>ความดันโลหิต </strong>ที่เรียกว่า <span style="color: #808000;"><strong>“เหมาะสม”</strong></span> ในคนที่มีอายุ18 ปีขึ้นไปคือ<span style="color: #808000;"><strong>ตัวบนไม่เกิน 120 มม.ปรอท และตัวล่างไม่เกิน 80 มม.ปรอท</strong></span> เรียกสั้นๆว่า 120-139/80-89 มม.ปรอท</p>
<p>จะเรียกได้ว่ามี <strong>ความดันโลหิตสูง </strong>ก็ต่อเมื่อ<strong>ความดันโลหิตตัวบน</strong>มีมากกว่าหรือเท่ากับ 140 และ<strong>ตัวล่าง</strong>มีมากกว่าหรือเท่ากับ 90 มม.ปรอท แต่อย่างไรก็ตามก่อนจะสรุปว่ามี<span style="color: #808000;"><strong>ความดันโลหิตสูง</strong></span>ได้ ก็จะต้องวัดซ้ำหลายๆครั้ง</p>
<p>โดยให้ผู้นั้นพักแล้ววัดซ้ำอีกจนกว่าจะแน่ใจว่าสูงจริงๆ ที่สำคัญเทคนิคการวัดต้องถูกต้องด้วย&#8230;</p>
<h2><span style="color: #008000;"><strong>ความดันโลหิตสูงเกิดจากอะไร ?</strong></span></h2>
<p style="padding-left: 30px;">จนถึงทุกวันนี้ <span style="color: #808000;"><strong>ความดันโลหิตสูง </strong></span>ก็ยังเป็นโรคที่ส่วนใหญ่ยังไม่ทราบสาเหตุ เพราะมีหลายปัจจัยมาเกี่ยวข้องทั้งเรื่องพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม เช่น อาหารรสเค็ม เชื้อชาติ จะมีเพียงส่วนน้อย(ไม่ถึง 5%)ที่ทราบสาเหตุ</p>
<p style="padding-left: 30px;">เช่น เกิดจากความผิดปกติของ<strong>หลอดเลือด</strong> ไตวาย หรือเป็นเนื้องอกบางชนิด<strong> ความดันโลหิตสูง</strong>ได้ชื่อว่าเป็น “ฆาตกรเงียบ” เพราะส่วนใหญ่คนที่เป็นไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ไม่รู้ว่าตัวเองมีความดันโลหิตสูง</p>
<p style="padding-left: 30px;">บางรายถึงจะรู้ว่าตัวเองเป็นแต่ก็ไม่ใส่ใจเพราะรู้สึกว่ามันปกติดีนี่ สบายดีอยู่.. เลยทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงตามมาทีหลังได้ มีส่วนน้อยที่มีอาการบ่งบอกเช่น <span style="color: #808000;"><strong>ปวดหัว</strong></span> มึนหัว</p>
<p>      <strong> <span style="color: #666699;"> การปล่อยให้เป็นความดันสูงอยู่นานติดต่อกัน จะทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดแดงโดยเฉพาะหลอดเลือดเลี้ยงสมอง ตา หัวใจ และไต </span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #666699;">จึงอาจทำให้หลอดเลือดสมองแตกหรือตีบตัน เป็นอัมพาตช่วยเหลือตนเองไม่ได้ เกิดโรคหัวใจขาดเลือด ไตวายเรื้อรัง เป็นต้น </span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #666699;">นอกจากนี้ความดันโลหิตสูงยังทำให้หัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้น นานๆเข้าก็จะเกิดภาวะหัวใจโต กล้ามเนื้อหัวใจหนา ทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวหรือหัวใจวายตามมาได้ </span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #666699;">เห็นมั๊ยว่าการละเลยไม่รักษาโรคนี้ก็จะมีโทษต่อตัวเองในอนาคตได้อย่างมากมาย ซึ่งภาวะแทรกซ้อนต่างๆที่ว่าสามารภป้องกันได้โดยการควบคุมความดันโลหิตนั่นเอง</span></strong></p>
<h2><span style="color: #008000;"><strong>ทำไมต้องกิน &#8216;ยาลดความดัน&#8217; หลายตัว</strong></span></h2>
<p><img class="size-full wp-image-7156 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2016/05/ความดันโลหิตสูงทำให้ต้องกินยาเยอะ.jpg" alt="ความดันโลหิตสูงทำให้ต้องกินยาหลายตัว" width="450" height="299" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/05/ความดันโลหิตสูงทำให้ต้องกินยาเยอะ.jpg 450w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/05/ความดันโลหิตสูงทำให้ต้องกินยาเยอะ-300x199.jpg 300w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>หลายคนสงสัยว่าทำไมบางคนกิน<strong>ยาลดความดัน</strong>แค่ตัวเดียว บางคนกินตั้งหลายตัว บ้างทีก็ 2 บ้าง3-4 บ้าง แพทย์มีหลักวิธีพิจารณาการให้ยาอย่างไร<strong>?</strong></p>
<p>การเลือกชนิดของยาความดันโลหิตสำหรับแต่ละรายขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเช่น ระดับความดันโลหิตของคนนั้นขณะที่วินิจฉัยว่าเป็น<span style="color: #808000;"><strong>ความดันโลหิตสูง</strong></span>อยู่,โรคที่เป็นร่วมด้วยในขณะนั้น,ความทนได้ต่อยา ,สภาวะทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้ป่วย</p>
<p><strong style="color: rgb(102, 102, 153);">1. เลือกให้ยาที่ออกฤทธิ์คลอบคลุมได้ 24 ชม.</strong><span style="color: rgb(102, 102, 153);">จะได้กินยาเพียงวันละครั้ง โดยไม่ลืมกินยา และควบคุมความดันได้สม่ำเสมอตลอดทั้งวัน</span></p>
<p><strong style="color: rgb(102, 102, 153);">2. เลือกให้ยาขนาดต่ำเพียง 1 ชนิด</strong><span style="color: rgb(102, 102, 153);"> และถ้าสามารถทนต่อยาได้ดีจึงจะเพิ่มขนาดยาเป็นขนาดกลาง และสังเกตผลประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนที่จะปรับขนาดยาขึ้น เพื่อรอผลลดความดันโลหิตจากยาแต่ละขนาดเกิดขึ้นอย่างเต็มที่ก่อน</span></p>
<p><span style="color: rgb(102, 102, 153);"><strong>3. เปลี่ยนกลุ่มยา </strong>กรณีที่ความดันโลหิตของคนๆนั้น ยังไม่ลดลงตามต้องการ<b> </b>หรือ</span><span style="color: rgb(102, 102, 153);">เพิ่มขนาดยา และอาจเสริมยาตัวที่สองในขนาดต่ำเข้าไปอีก โดยการเลือกยาตัวที่สองจะต้องช่วยเสริมฤทธิ์ยาตัวแรกโดยที่ไม่เกิดอาการข้างเคียงจากยาเพิ่มขึ้นหรือให้เกิดน้อยที่สุด</span></p>
<p><strong>  <span style="color: #003300;">เห็นได้ว่าการให้ยาสำหรับผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูงแต่ละรายอาจเหมือนหรือต่างกันไปตามความเหมาะสม และการตอบสนองต่อยา ดังนั้นคุณไม่ควรเปรียบเทียบว่าทำไมได้รับยาไม่เหมือนกัน และไม่ควรนำยาของตัวเองไปให้คนอื่นกินโดยเด็ดขาด </span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #003300;">จากที่เล่ามาทั้งหมดคงเป็นคำตอบได้ดีว่า “ต้องกินยาลดความดันโลหิตสูงถึงเมื่อไหร่” หากรู้สึกไม่อยากกินยา เบื่อการกินยาตลอดชีวิต</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #003300;">ให้จำไว้ว่า<span style="color: #808000;"> การรักษาความดันโลหิตสูงในวันนี้ คือการซื้อประกันสุขภาพ เพื่อลดโอกาสเกิดผลแทรกซ้อนที่ร้ายแรงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในวันข้างหน้า&#8230;</span></span></strong></p>
<p><strong>        ความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่ไม่ทราบสาเหตุ การกินยาเป็นเพียงการรักษาที่ปลายเหตุ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรักษาต่อไป หากหยุดยาไปความดันโลหิตอาจกลับมาสูงอีกได้</strong></p>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">การรักษามี 2 ส่วนคือ การไม่ใช้ยากับการใช้ยา การไม่ใช้ยาเช่น การ<strong>ลดน้ำหนัก</strong> ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ งดบุหรี่ หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม สำหรับคนที่ความดันโลหิตสูงเล็กน้อยอาจเริ่มจากการรักษาโดยไม่ใช้ยา เว้นแต่มีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจอยู่ด้วย</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">การรักษาความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติตลอดเวลาจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนของสมอง หัวใจ ไต และหลอดเลือดได้</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">เนื่องจากคนที่เป็นส่วนใหญ่ไม่มีอาการผิดปกติอะไร แม้ความดันจะสูงมากๆก็ตาม จึงไม่สามารถใช้อาการมาพิจารณาว่าวันนี้จะกินยาดีหรือเปล่า เช่น วันนี้รู้สึกสบายดี ก็จะไม่กินยา ซึ่งไม่ควรทำ&#8230;</span></li>
</ul>
<p style="padding-left: 30px;">ปัจจุบันมี<strong>ยาลดความดันโลหิต</strong>อยู่หลายกลุ่ม มีกลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกัน ราคามีตั้งแต่เม็ดละ 50 สตางค์ไปจนถึง 60 บาท แต่ราคาไม่ใช่แปรผันตามคุณภาพยานะ ขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อยาของแต่ละคน</p>
<p style="padding-left: 30px;"><strong>ยาลดความดันโลหิตที่ดี</strong>ควรออกฤทธิ์ช้าๆ ไม่ทำให้ความดันโลหิตแกว่งขึ้นลงมากเกินไป สามารถควบคุมความดันได้ดีตลอด 24 ชั่วโมง โดยการกินยาเพียงวันละครั้ง มีผลข้างเคียงน้อย</p>
<p><strong><span style="color: #993300;">    น่าเสียดายที่ยังไม่มียาที่ดีขนาดนั้น เนื่องจากยาทุกตัวล้วนมีทั้งข้อดีข้อเสีย และมีผลข้างเคียงทั้งสิ้น อย่าลืมว่าการปล่อยให้ความดันโลหิตสูงอยู่นานๆเป็นผลเสียร้ายแรง </span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #993300;">จึงควรติดตามรักษาโดยการวัดความดันอย่างสม่ำเสมอ ไม่ซื้อยากินเอง หากมีผลแทรกซ้อน ควรปรึกษาแพทย์ท่านเดิมไม่ควรเปลี่ยนแพทย์ไปเรื่อยๆ</span></strong></p>
<p><a title="ลดไขมันในเลือด ด้วยน้ำมันรำข้าวออริซามิน Orysamin" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94-orysamin/" target="_blank"><img class="size-full wp-image-5831 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2016/07/น้ำมันรำข้าวงาดำ-orysamin-โรคหลอดเลือดหัวใจ.png" alt="ลดภาวะไขมันในเลือดสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันด้วยออริซามิน Orysamin" width="480" height="379" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/07/น้ำมันรำข้าวงาดำ-orysamin-โรคหลอดเลือดหัวใจ.png 480w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/07/น้ำมันรำข้าวงาดำ-orysamin-โรคหลอดเลือดหัวใจ-300x236.png 300w" sizes="(max-width: 480px) 100vw, 480px" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a title="ลดไขมันในเลือด ด้วยน้ำมันรำข้าวออริซามิน Orysamin" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94-orysamin/" target="_blank"><strong>&gt;&gt; รายละเอียด : น้ำมันรำข้าวผสมงาดำ Orysamin &lt;&lt;</strong></a><br />
<a title="โรคหัวใจ ภัยร้ายใกล้ตัวคนทำงาน" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/" target="_blank"><strong> &gt;&gt; โรคหัวใจ ภัยร้ายใกล้ตัวคนทำงาน &lt;&lt;</strong></a></p>
<div class="hatom-extra" style="display:none;visibility:hidden;"><span class="entry-title">ความดันโลหิตสูง&#8230;ต้องกินยาความดันถึงเมื่อไหร่</span> was last modified: <span class="updated">เมษายน 2nd, 2017</span> by <span class="author vcard"><span class="fn">admin</span></span></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87-hypertension-2/">ความดันโลหิตสูง&#8230;ต้องกินยาความดันถึงเมื่อไหร่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></content:encoded>
			</item>
	</channel>
</rss>
