<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ไขมันพอกตับ เสี่ยงกับมะเร็ง &#8211; TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</title>
	<atom:link href="https://www.tisatrendy.com/category/faq/%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%9A-cancer/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.tisatrendy.com</link>
	<description>รวมทุกเทรนด์เพื่อสุขภาพที่ดีและไลฟ์สไตล์ทันสมัย</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Sep 2025 05:31:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.9.7</generator>

<image>
	<url>https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2024/06/cropped-TisaTrendy-Web-Icon-32x32.png</url>
	<title>ไขมันพอกตับ เสี่ยงกับมะเร็ง &#8211; TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</title>
	<link>https://www.tisatrendy.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ไขมันพอกตับ เสี่ยงกับมะเร็ง</title>
		<link>https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%9a-fatty-liver/</link>
		<pubDate>Sun, 01 Nov 2015 08:43:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[FAQ]]></category>
		<category><![CDATA[ไขมันพอกตับ เสี่ยงกับมะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[กินอะไรลดไขมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดไขมัน]]></category>
		<category><![CDATA[อาการโรคตับอักเสบ]]></category>
		<category><![CDATA[อาการไขมันเกาะตับ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคตับ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคไขมันพอกตับ]]></category>
		<category><![CDATA[ไขมันพอกตับ]]></category>
		<category><![CDATA[ไขมันสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ไขมันเกาะตับ]]></category>
		<category><![CDATA[ไขมันในตับ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mlm-idea-be-rich.com/?p=3755</guid>
		<description><![CDATA[<p>ตับเป็นอวัยวะภายในร่างกายที่มีขนาดใหญ่ที่สุด โรคเกี่ยวก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%9a-fatty-liver/">ไขมันพอกตับ เสี่ยงกับมะเร็ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ตับเป็นอวัยวะภายในร่างกายที่มีขนาดใหญ่ที่สุด โรคเกี่ยวกับตับที่เป็นกันมากที่สุดก็คือ <span style="color: #808000;"><strong>มะเร็งตับ </strong></span>และ <span style="color: #808000;"><strong>ตับแข็ง </strong></span>แต่ยังมีอีกหนึ่งอาการที่ผู้คนมองข้ามไป</p>
<p>นั่นคือ <span style="color: #808000;"><strong>&#8220;ไขมันพอกตับ&#8221;</strong></span> (<strong>hepatic-steatosis</strong>) ซึ่งอาการนี้อาจทำให้<strong>ตับอักเสบ</strong>จนกลายเป็น<strong>มะเร็งตับ</strong>ได้ และวิธีป้องกัน<strong>ไขมันพอกตับ </strong>นั้นทำได้ไม่ยากนะ<span id="more-3755"></span></p>
<h2>ทำไมจึงเป็น ไขมันพอกตับ ?</h2>
<p>ประเทศไทยพบผู้มีภาวะ<span style="color: #808000;"><strong>ไขมันพอกตับ</strong></span>ถึงร้อยละ 9.6 โดยพบใน<strong>ผู้ป่วยโรคเบาหวาน</strong>อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปมากที่สุด <strong>โรคอ้วน โรคเบาหวาน</strong></p>
<p>และ<strong>ผู้ที่ดื่มสุรา</strong>มีส่วนทำให้เกิดภาวะ<strong>ไขมันพอกตับ</strong>ได้ง่าย ซึ่งเกิดจากการสะสมไขมันชนิด<strong>ไตรกลีเซอไรด์</strong>ที่แทรกระหว่างเซลล์เนื้อตับ (โดยปกติมนุษย์มีไขมันในเลือดอยู่ 2 ชนิด คือ คอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์)</p>
<p>กลไกการเกิดภาวะ<strong>ไขมันพอกตับ</strong>คือ ธรรมชาติของมนุษย์นั้นเวลาใช้กล้ามเนื้อ เซลล์ตับและเซลล์ไขมันบริเวณผิวหนังจะดึงไขมันและน้ำตาลในเลือดมาใช้เป็นพลังงาน <span style="color: #666699;">ซึ่งทำให้ปริมาณไขมันและน้ำตาลในเลือดนั้นอยู่ในระดับปกติ</span></p>
<p>แต่หากร่างกายมีการเผาผลาญที่ไม่ดี เช่น เป็นคนอ้วนบ้าง เป็นโรคเบาหวานบ้าง เซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์ตับ และเซลล์ไขมันที่ผิวหนัง จะดึงน้ำตาลออกมาใช้ได้ไม่ดี</p>
<p>จึงส่งผลให้<span style="color: #666699;">ระดับน้ำตาลและไขมันเหลือค้างในเลือดสูง</span> ซึ่งร่างกายจะมีขบวนการนำสารต่างๆ ที่ตกค้างในเลือดมาเก็บสะสมไว้ที่ตับ นานๆเข้าก็จะเกิดเป็น<span style="color: #808000;"><strong>ไขมันพอกตับ</strong></span>นั่นเองครับ</p>
<p>สาเหตุหลักของการเกิดภาวะ<strong>ไขมันพอกตับ</strong>เป็นเพราะรับพลังงานเพิ่มและไม่รีบเผาผลาญไขมันและน้ำตาลที่เป็นส่วนเกินออกไป ยิ่งคนสมัยนี้มีชีวิตที่เร่งรีบ</p>
<p>หนุ่มสาวมักกินอาหารฟาสต์ฟู้ดเป็นหลัก ไหนจะเลิกงานดึกด้วย ยิ่งทำให้ออกกำลังกายน้อย ไลฟ์สไตล์เหล่านี้ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิด<strong>ภาวะไขมันพอกตับ</strong>ได้</p>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ดีทำให้ร่างกายจำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดไปเก็บเป็นไขมันแทรกระหว่างเนื้อตับ</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">ผู้ที่มีภาวะไขมัน<strong>ไตรกลีเซอไรด์</strong>ในเลือดสูงโดยมีค่าสูงกว่า 160 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">การกินยาบางชนิดที่เพิ่มระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือด เช่น ยารักษาสิว ยาต้านไวรัสเอชไอวีบางชนิด</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">คนที่อ้วนเกินไป เพราะ<strong>ขาดการออกกำลังกาย</strong> จะส่งผลให้มีพลังงานส่วนเกินในรูปไขมันและน้ำตาลในเลือดสูง</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">คนที่ผอมเกินไป ทำให้ร่างกายตอบสนองโดยการเก็บพลังงานไว้ที่ตับ</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">การดื่มเครื่องดื่ม<strong>แอลกอฮอร์</strong>เป็นประจำ ถือเป็นการเพิ่มภาระให้ตับ และชักนำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับได้ง่ายยิ่งขึ้นอีก</span></li>
</ul>
<p><img class="size-full wp-image-7158 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2015/11/ไขมันพอกตับจากพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง.jpg" alt="ไขมันพอกตับจากพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง" width="525" height="350" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2015/11/ไขมันพอกตับจากพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง.jpg 525w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2015/11/ไขมันพอกตับจากพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 525px) 100vw, 525px" /></p>
<h2><span style="color: #008000;">เคล็ดลับป้องกันตับป่วย</span></h2>
<ul>
<li>การรักษา<strong>ระดับน้ำตาล</strong>และ<strong>ไขมันในเลือด</strong>ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ(ระดับน้ำตาลในเลือดควรน้อยกว่า120 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร และระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ควรน้อยกว่า160 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร)</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>การลดน้ำหนัก</strong> เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำและได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด ควร<strong>ลดน้ำหนักด้วยการคุมปริมาณและคุณภาพอาหาร</strong> พูดง่ายๆคือ <span style="color: #808000;">หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีไขมันสูง</span> เช่น นม เนย กะทิ อาหารทะเล ไข่แดง ไม่กินอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลมากเกินไป</li>
</ul>
<p style="padding-left: 30px;">นอกจากนี้ควรลดปริมาณอาหารลงด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในมื้อเย็น <span style="color: #808000;">ไม่ควรลดน้ำหนักด้วยวิธีงดอาหาร และไม่ควรลดน้ำหนักให้ลงเร็วเกินไป</span> ควรลดน้ำหนักให้ลงเดือนละประมาณ 1-2 กิโลกรัมครับ</p>
<p style="padding-left: 30px;">เพราะการลดน้ำหนักลงอย่างรวดเร็วด้วยการงดอาหารอาจทำให้<strong>ตับอักเสบ</strong>อย่างรุนแรงได้ การลดน้ำหนักควรลดอย่างน้อยร้อยละ 15 จากน้ำหนักเริ่มต้นจนน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน</p>
<ul>
<li><strong>ออกกำลังกายสม่ำเสมอ</strong> อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่า 45 นาที</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา</strong></li>
</ul>
<ul>
<li><strong>ตรวจเลือดเป็นประจำ</strong> อย่างน้อยปีละครั้งเมื่ออายุเกิน 35 ปี</li>
</ul>
<p>การ<strong>กินไขมันและน้ำตาล</strong>ในปริมาณที่มากเกินไป จะส่งผลให้ตับของคุณอวบอ้วนไม่ต่างกับตับห่าน “ท่านที่อยาก<span style="color: #808000;"><strong>ลดความอ้วน</strong></span>ด้วยวิธีธรรมชาติคือ ค่อยๆลดไป ทำไปช้าๆ ใจเย็นๆ และอย่างมีความสุข ที่สำคัญ<strong>ลดเครื่องปรุง เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ด</strong></p>
<p><strong>   <span style="color: #993300;"> แค่มีไลฟ์ไสตล์ที่ดี กิน นอน ออกกำลังกาย และทำจิตใจให้ผ่องใส ปรับสมดุลสุขภาพ หรือเสริมอาหารที่ช่วยลดไขมันที่เป็นปัญหาเหล่านี้ได้แบบง่ายๆ ปัญหาไขมันพอกตับก็จะไม่มาทำร้ายอย่างแน่นอน</span></strong></p>
<p><a title="ลดไขมันในเลือด ด้วยน้ำมันรำข้าวออริซามิน Orysamin" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94-orysamin/" target="_blank"><img class=" wp-image-5815 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2015/11/น้ำมันรำข้าวงาดำ-orysamin-ไขมันเกาะตับ.png" alt="แก้ปัญหาโรคไขมันพอกตับ ไขมันเกาะตับ ด้วยน้ำมันรำข้าว Orysamin" width="427" height="310" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2015/11/น้ำมันรำข้าวงาดำ-orysamin-ไขมันเกาะตับ.png 550w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2015/11/น้ำมันรำข้าวงาดำ-orysamin-ไขมันเกาะตับ-300x218.png 300w" sizes="(max-width: 427px) 100vw, 427px" /></a></p>
<p style="text-align: center;"> <a title="ลดไขมันในเลือด ด้วยน้ำมันรำข้าวออริซามิน Orysamin" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94-orysamin/" target="_blank"><strong>&gt;&gt; รายละเอียด : อาหารเสริมออริซามิน Orysamin &lt;&lt;</strong></a></p>
<div class="hatom-extra" style="display:none;visibility:hidden;"><span class="entry-title">ไขมันพอกตับ เสี่ยงกับมะเร็ง</span> was last modified: <span class="updated">เมษายน 2nd, 2017</span> by <span class="author vcard"><span class="fn">admin</span></span></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%9a-fatty-liver/">ไขมันพอกตับ เสี่ยงกับมะเร็ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></content:encoded>
			</item>
	</channel>
</rss>
