<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดื้อยา &#8211; TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</title>
	<atom:link href="https://www.tisatrendy.com/tag/%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.tisatrendy.com</link>
	<description>รวมทุกเทรนด์เพื่อสุขภาพที่ดีและไลฟ์สไตล์ทันสมัย</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Sep 2025 05:31:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.9.7</generator>

<image>
	<url>https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2024/06/cropped-TisaTrendy-Web-Icon-32x32.png</url>
	<title>ดื้อยา &#8211; TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</title>
	<link>https://www.tisatrendy.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ยาแก้อักเสบ&#8230;ทานอย่างไรไม่ให้ดื้อยา?</title>
		<link>https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%9a-anti-biotic-drug/</link>
		<pubDate>Sun, 19 Jan 2020 03:00:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[FAQ]]></category>
		<category><![CDATA[อาการดื้อยาแก้อักเสบ]]></category>
		<category><![CDATA[ดื้อยา]]></category>
		<category><![CDATA[ปวดหัว]]></category>
		<category><![CDATA[ปอดอักเสบ]]></category>
		<category><![CDATA[มีไข้]]></category>
		<category><![CDATA[ยาปฏิชีวนะ]]></category>
		<category><![CDATA[ยาแก้ปวด]]></category>
		<category><![CDATA[ยาแก้อักเสบ]]></category>
		<category><![CDATA[ยาแก้ไข้]]></category>
		<category><![CDATA[อาการดื้อยา]]></category>
		<category><![CDATA[เอนไซม์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.mlm-idea-be-rich.com/?p=10763</guid>
		<description><![CDATA[<p>ไม่อยากมีอาการดื้อยา&#8230;ควรทาน ยาแก้อักเสบ อย่างไร?  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%9a-anti-biotic-drug/">ยาแก้อักเสบ&#8230;ทานอย่างไรไม่ให้ดื้อยา?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h1><strong><span style="color: #993300;">ไม่อยากมีอาการดื้อยา&#8230;ควรทาน ยาแก้อักเสบ อย่างไร?</span></strong></h1>
<p>เชื่อหรือไม่​ว่าทุกคนมีสิทธิ์<strong><span style="color: #808000;">ดื้อยา</span></strong>ได้ถ้ากินไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง<strong><span style="color: #808000;">ยาปฏิชีวนะ</span>​(Antibiotic)​</strong>หรือ <strong><span style="color: #808000;">ยาแก้อักเสบ</span></strong> ซึ่งในบางรายที่ไม่ศึกษาข้อบ่งชี้การกินยาอย่างละเอียด</p>
<p>การกินยามากไป กินไม่ครบตามที่หมอสั่ง​ กระทั่งการซื้อยากินเอง​ ซึ่งอาจจะไม่ถูกกับโรค ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้คุณดื้อยาได้ทั้งนั้น การ<strong>ดื้อยาปฏิชีวนะ</strong>จะทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนแปลงไป</p>
<h2><strong><span style="color: #008000;">จุดเริ่มของการดื้อยา</span></strong></h2>
<p>เรารู้กันดีว่ายาไม่ใช่อาหาร​ แต่ก็มีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่เห็นว่ายาบางชนิดมีความจำเป็นเช่นเดียวกับอาหาร​ เพราะสามารถป้องกันการเจ็บป่วยเบื้องต้นได้​เช่น รู้สึกไม่สบาย​ <strong><span style="color: #808000;">มีไข้</span></strong>ขึ้นสูง​ และไอหนัก​</p>
<p><img class="size-full wp-image-10987 aligncenter" src="https://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2020/01/feel-sick-illness.jpg" alt="รู้สึกไม่สบาย มีน้ำมูก เป็นไข้" width="500" height="333" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/feel-sick-illness.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/feel-sick-illness-300x200.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/feel-sick-illness-395x263.jpg 395w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>ไปซื้อ<strong><span style="color: #808000;">ยาแก้ไข้</span></strong>กับ<strong><span style="color: #808000;">ยาแก้ไอ</span></strong>มากินเองอยู่สามวัน​ แต่อาการไม่ดีขึ้น​ แถมคราวนี้มีอาการหอบเพิ่มด้วย​ ก็เลยไปหาหมอที่คลินิก​ หมอวินิจฉัยว่าน่าจะเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ​</p>
<p>ก็ให้ <strong><span style="color: #808000;">ยาแก้อักเสบ </span></strong>มากินพร้อมกับ<strong>ยาแก้ปวด​ แก้ไข้​ แก้ไอ</strong> กินผ่านไปสักสามสี่วันรู้สึกว่าไข้ลดลง อาการหอบหายไป​ และไม่ไอหนักเหมือนเก่า​ ก็คิดว่าเราน่าจะหายแล้ว​ เลยตัดสินใจหยุดยา&#8230;</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ทิ้งช่วงอยู่สัก 2 อาทิตย์อาการเดิมกลับมาอีก​ คราวนี้ไข้ขึ้นสูงมาก​ <strong>ปวดหัว</strong>จนน้ำตาไหล​ เริ่มรู้สึกว่าตัวเองมีอาการหายใจเร็วขึ้น​ หอบจนตัวโยน  เลยเอายาที่เหลือมากินต่อจนหมดก็ไม่หาย​</span></p>
<p><img class="size-full wp-image-10988 aligncenter" src="https://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2020/01/drug-medicine.jpg" alt="ยาปฏิชีวนะ หรือ ยาแก้อักเสบ" width="500" height="664" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/drug-medicine.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/drug-medicine-226x300.jpg 226w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/drug-medicine-395x525.jpg 395w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/drug-medicine-300x398.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ไม่รู้จะทำยังไง​ ก็เลยตัดสินใจไปโรงพยาบาลเพื่อให้หมอตรวจอย่างละเอียด​ หลังจากซักถามประวัติเอกซเรย์ปอด​ ตรวจเสมหะและเลือดอย่างละเอียด​ หมอวินิจฉัยว่าดิฉันเป็น<strong>โรคปอดอักเสบ</strong>​ ต้องรับ<strong>ยาปฏิชีวนะ</strong>และนอนโรงพยาบาลเพื่อดูอาการอย่างน้อย 2-3วัน</span></p>
<p style="padding-left: 30px;">นอนโรงพยาบาลได้หนึ่งวัน​ แต่อาการกลับไม่ทุเลา​ และมีอาการอักเสบติดเชื้อแบคทีเรียในปอดเพิ่มขึ้น​ ซึ่งหลังจากหมอตรวจผลการเพาะเชื้อโดยละเอียดก็บอกว่า​ ร่างกายไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วย<strong><span style="color: #808000;">ยาแก้อักเสบ</span></strong>ที่หมอให้​ ต้องเปลี่ยนยาตัวใหม่แทน</p>
<h2><strong><span style="color: #008000;">ทำไมจึงเกิดการดื้อยา(ในเคสนี้)</span></strong></h2>
<p>ในช่วงที่รับประทาน<strong><span style="color: #808000;">ยาแก้อักเสบ</span></strong> ยาจะเข้าไปทำลายหรือหยุดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด​ เช่น​ สมมติว่าร่างกายเราในขณะนั้นมีเชื้อแบคทีเรียอยู่ประมาณหนึ่งหมื่นตัว​ ยาจะเข้าไปทำลายเชื้อแบคทีเรียให้ลดลงจนเหลือหนึ่งพันตัว​เป็นต้น</p>
<p style="padding-left: 30px;">ระหว่างที่<strong>ยาปฏิชีวนะ</strong>ทำลายเชื้อแบคทีเรีย​ ตัวแบคทีเรียเองก็จะมีการต่อต้าน​เช่น​ พยายามสร้างกลไกไม่ให้ยาซึมผ่านเข้าไป​ หรือสร้าง<strong>เอ็นไซม์</strong>ขึ้นมาเพื่อทำลายฤทธิ์ยาที่เข้ามานั้นๆ</p>
<p><img class="size-full wp-image-10188 aligncenter" src="https://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2019/04/sickness.jpg" alt="การทานยาไม่ถูกวิธี ส่งผลให้เกิดภาวะดื้อยาปฏิชีวนะ" width="500" height="550" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/04/sickness.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/04/sickness-273x300.jpg 273w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/04/sickness-395x435.jpg 395w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/04/sickness-300x330.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p style="padding-left: 30px;">ถ้าเรากินยาตามแพทย์สั่งจนครบจะทำให้เชื้อแบคทีเรียลดจำนวนลงจนตายหมดทุกตัว​ จนทำให้ไม่มีเชื้อแบคทีเรียที่เคยรับรู้ว่ายาชนิดนี้เคยทำลายมันได้หมดไป​ แต่ถ้าเราหยุดกินยาหรือกินยาไปแค่สองสามวัน​ พออาการดีขึ้นก็หยุดยาทันที​</p>
<p style="padding-left: 30px;">จะทำให้เชื้อแบคทีเรียที่เหลืออยู่เริ่มรับรู้ว่ามียาที่สามารถทำลายมันได้​ มันก็เริ่มจะสร้างกลไกปกป้องตัวเอง​ ด้วยเหตุนี้พอเรากลับมาป่วยเป็นโรคเดิมอีก​ การกินยาตัวเดิมจึงรักษาไม่ได้​ เพราะร่างกายเกิดการ<strong><span style="color: #808000;">ดื้อยา</span></strong>ไปแล้ว</p>
<p>นอกจากนี้การกินยาไม่ถูกกับโรค​ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ร่างกายของเรา<strong>ดื้อยา</strong>ได้​ เพราะคนส่วนใหญ่เข้าใจผิด คิดว่าเวลาไปหาหมอต้องขอ<strong>ยาปฏิชีวนะ</strong>หรือที่ชาวบ้านเข้าใจว่าเป็น<strong>ยาแก้อักเสบ</strong>มากินควบคู่กันไปโรคถึงจะหายขาด​</p>
<p>ทั้งที่ความจริงไม่จำเป็นต้องกิน รวมถึง​การซื้อยามากินเองก็อาจส่งผลให้เกิดการ<strong>ดื้อยา</strong>ได้​ เพราะ​ยาที่ซื้อมาอาจไม่ตรงกับเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของการป่วย​ เช่น​ ป่วยจากโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส​ แต่ไปซื้อยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย​</p>
<p><img class="size-full wp-image-10990 aligncenter" src="https://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2020/01/buy-drug-yourself.jpg" alt="การซื้อยามาทานด้วยตัวเอง" width="500" height="333" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/buy-drug-yourself.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/buy-drug-yourself-300x200.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/buy-drug-yourself-395x263.jpg 395w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>แบบนี้พอกินเข้าไปก็รักษาไม่หาย​ และมีโอกาสทำให้เชื้อดื้อยาได้อีกเช่นกัน ตัวอย่างการ<strong><span style="color: #808000;">ดื้อยา</span></strong>ข้างต้น มาจากพฤติกรรมการกินยาโดยแท้ บางคนก็ฟังแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา​</p>
<p>เพราะรู้ว่าเขาเขียนรายละเอียดติดซองยาไว้แล้ว​ อ่านเองก็ได้​ พอกินไปได้สักพัก​ เห็นอาการดีขึ้นเราก็หยุด​ เชื้อโรคมันไม่ตาย​ ก็ส่งผลเสียในระยะยาว​ ถึงขนาดต้องเปลี่ยนยารักษาสองสามรอบ</p>
<h2><strong><span style="color: #008000;">การเปลี่ยนยาตัวใหม่ ส่งผลร้ายกว่าที่คิด</span></strong></h2>
<p>เมื่อยาตัวเก่ารักษาไม่ได้ผล​ คุณหมอจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้<strong>ยาปฏิชีวนะตัวใหม่ </strong>ซึ่งมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อที่แรงกว่า​ แต่เนื่องจากโรงพยาบาลแห่งนี้มีชนิดยาให้เลือกนำมาใช้กับคนไข้น้อย​ ทำให้หมอตัดสินใจใช้<strong><span style="color: #808000;">ยาแก้อักเสบ</span></strong>ตัวที่มีอยู่​ซึ่งมีราคาแพง</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">แต่หลังเปลี่ยนยาตัวใหม่​ 3 วันต่อมาก็มีอาการแย่ลงกว่าเดิม​ แถมมีอาการแทรกซ้อนซึ่งเกิดจากการใช้ยาอีกมากมายจนตั้งตัวไม่ติด อาเจียนตลอดเวลา​ <strong>ปวดหัว</strong>มากขึ้น​ <strong>มีไข้</strong>สูง​ อ่อนเพลีย​ ไม่มีแรง​ เบื่ออาหาร​ ไม่อยากพูดคุยกับใคร​ </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">จนไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทั้งที่เปลี่ยนยาแล้วทำไมอาการไม่ดีขึ้น​ หมอบอกว่าเป็นผลข้างเคียงจากการเปลี่ยนไปใช้ยาที่แรงขึ้น เป็นอาการแทรกซ้อนจากโรค<strong>ปอดอักเสบ</strong></span></p>
<p><img class="size-full wp-image-10991 aligncenter" src="https://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2020/01/see-the-doctor-in-hospital.jpg" alt="รักษาตัวในการดูแลของแพทย์" width="500" height="326" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/see-the-doctor-in-hospital.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/see-the-doctor-in-hospital-300x196.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/see-the-doctor-in-hospital-395x258.jpg 395w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/see-the-doctor-in-hospital-270x175.jpg 270w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>การรักษาโรคของคนไข้ที่มี<strong>อาการดื้อยาปฏิชีวนะ</strong>นั้นจำเป็นต้องใช้เวลา​ เนื่องจากลักษณะของการดำเนินโรคแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน​ เพราะเชื้อโรคแต่ละประเภทมีระยะเวลาในการฟักตัวแตกต่างกัน​ ที่สำคัญ​คนที่มีประวัติการ<strong><span style="color: #808000;">ดื้อยา</span></strong>มาแล้วยิ่งรักษายาก​ เพราะไม่รู้ว่ายาตัวใหม่ที่ให้ไปจะรักษาได้หรือไม่</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ในกรณีของนี้ซึ่งป่วยเป็นโรค<strong>ปอดอักเสบ</strong> หากยาที่ให้ไปไม่ได้ผล​ ก็จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนไปใช้ยาที่แรงขึ้นกว่าเดิมอีก​ และถ้าหยุดยากระทันหัน​ ไม่รักษาต่อ​ อาจส่งผลให้ระบบหายใจล้มเหลว​ มีการ<strong>ติดเชื้อในกระแสเลือด</strong>​ จนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้</span></p>
<p>โชคดีที่หลังจากได้รับ<strong><span style="color: #808000;">ยาปฏิชีวนะ</span></strong>ตัวที่ 3 ควบคู่กับการรับยารักษาตามอาการที่หมอให้​ อาการ<strong><span style="color: #808000;">ปอดอักเสบ</span></strong>ของก็ดีขึ้นตามลำดับ​ ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์อาการไอลดลง​ ไข้ก็ลด​ อาการหอบหายไป</p>
<p>หมอบอกว่าร่างกายของเราถูกกับ<strong><span style="color: #808000;">ยาปฏิชีวนะ(ยาแก้อักเสบ)</span></strong>ตัวนี้นะ แต่กว่าจะรู้ก็ต้องตรวจพิเศษเพิ่มอีกหลายรายการ​ เสียเงินเพิ่มขึ้น​ ​เสียเวลาญาติพี่น้องที่ต้องเดินทางมาเฝ้าไข้หลายวัน​โทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง</p>
<p><img class="size-full wp-image-10992 aligncenter" src="https://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2020/01/medicine-for-cure.jpg" alt="ยาแก้อักเสบมากมายในการรักษาคนไข้" width="500" height="333" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/medicine-for-cure.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/medicine-for-cure-300x200.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/medicine-for-cure-395x263.jpg 395w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<h2><strong><span style="color: #008000;">ทำอย่างไรจึงจะไม่ดื้อยา</span></strong></h2>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333300;"> 1. <strong>หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีประวัติการแพ้ยา​</strong> เพราะยาที่เคยแพ้มักมีผลข้างเคียงกับเราโดยตรง​ และมีความเสี่ยงต่อการ<strong>ดื้อยา</strong>ได้</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333300;"> 2. <strong>ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของยาก่อนกิน</strong>​ เพราะยาแต่ละชนิดมีฤทธิ์ในการรักษาที่แตกต่างกัน​ การรู้จักข้อมูลพื้นฐานของยา​เช่น ใช้รักษาโรคอะไร​ ผลข้างเคียงเป็นอย่างไร​ จะช่วยเพิ่มความระมัดระวังในการกินยาให้มากขึ้น​ และ<strong>ลดอัตราเสี่ยงต่อการดื้อยา</strong>ได้เช่นกัน</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333300;"> 3. <strong>ทำตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด</strong>​ ทั้งในกรณีที่<strong>ดื้อยา</strong>และไม่<strong>ดื้อยา​</strong> ควรใส่ใจกับรายละเอียดบนซองยา​ เช่น​ กินกี่เม็ด​ กี่เวลา​ เป็นต้น​ เพื่อลดโอกาสการดื้อยาต่อไป</span></p>
<p><img class="size-full wp-image-10993 aligncenter" src="https://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2020/01/take-drug-with-doctor.jpg" alt="ทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด" width="500" height="400" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/take-drug-with-doctor.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/take-drug-with-doctor-300x240.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/take-drug-with-doctor-370x297.jpg 370w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/take-drug-with-doctor-395x316.jpg 395w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/take-drug-with-doctor-100x80.jpg 100w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/take-drug-with-doctor-200x160.jpg 200w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333300;"> 4. <strong>อย่าหยุดกินยาเมื่ออาการดีขึ้น</strong>​ เนื่องจากแบคทีเรียเป็นเชื้อโรคที่พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ​ การกินยาไม่ครบหรือหยุดยาวกระทันหันอาจทำให้เรา<strong>มีโอกาสดื้อยาได้มากกว่าเดิม</strong></span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333300;"> 5. <strong>ไม่ควรซื้อยามากินเอง​</strong> เวลาป่วยไข้ควรไปพบแพทย์​ เพื่อให้หมอตรวจวินิจฉัยและจ่ายยาอย่างถูกต้อง​ ซึ่งจะช่วยลดอาการ<strong>ดื้อยา</strong>ลงได้</span></p>
<p>ดังนั้น<strong>อาการดื้อยาแก้อักเสบ</strong>นั้นสามารถป้องกันและหลีกเลี่ยงได้ด้วยการให้ความใส่ใจเรื่องการกินยา เพื่อป้องกันผลเสียที่จะส่งผลกระทบถึงชีวิตได้</p>
<p><img class="size-full wp-image-10994 aligncenter" src="https://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2020/01/take-care-for-medicine.jpg" alt="ใส่ใจและให้ความสำคัญกับการทานยา" width="500" height="333" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/take-care-for-medicine.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/take-care-for-medicine-300x200.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2020/01/take-care-for-medicine-395x263.jpg 395w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p><strong>บทความที่น่าสนใจ</strong></p>
<ul>
<li><strong><a href="https://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99-nutriga/" target="_blank" rel="noopener">อาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน นูทริก้า (Nutriga)</a></strong></li>
<li><strong><a href="https://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%89-cure-allergic-rhinitis/" target="_blank" rel="noopener">ปรับภูมิคุ้มกัน รักษาภูมิแพ้เรื้อรัง</a></strong></li>
<li><strong><a href="https://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1-vistaplex/" target="_blank" rel="noopener">วิตามินรวม Vistaplex เสริมสุขภาพให้กับร่างกาย</a></strong></li>
</ul>
<div class="hatom-extra" style="display:none;visibility:hidden;"><span class="entry-title">ยาแก้อักเสบ&#8230;ทานอย่างไรไม่ให้ดื้อยา?</span> was last modified: <span class="updated">มกราคม 15th, 2020</span> by <span class="author vcard"><span class="fn">admin</span></span></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%9a-anti-biotic-drug/">ยาแก้อักเสบ&#8230;ทานอย่างไรไม่ให้ดื้อยา?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></content:encoded>
			</item>
		<item>
		<title>ความจริงของ &#8220;โรคเรื้อรัง&#8221; ที่คุณต้องรู้</title>
		<link>https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87-chronic-illness/</link>
		<pubDate>Mon, 24 Dec 2018 05:54:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[FAQ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเรื้อรัง-chronic]]></category>
		<category><![CDATA[ดื้อยา]]></category>
		<category><![CDATA[มะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[ยาปฏิชีวนะ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เจ็บป่วย]]></category>
		<category><![CDATA[เบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคกระเพาะ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเรื้อรัง]]></category>
		<category><![CDATA[ไมเกรน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mlm-idea-be-rich.com/?p=9833</guid>
		<description><![CDATA[<p>โรคเรื้อรัง กับความเข้าใจที่ยังไม่ถูกต้อง ในช่วงวันหยุด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87-chronic-illness/">ความจริงของ &#8220;โรคเรื้อรัง&#8221; ที่คุณต้องรู้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h2><strong><span style="color: #993300;">โรคเรื้อรัง กับความเข้าใจที่ยังไม่ถูกต้อง</span></strong></h2>
<p>ในช่วงวันหยุดยาวเช่นปีใหม่หรือ<span style="color: #808000;"><strong>สงกรานต์</strong></span> จะมีการรณรงค์เรื่อง 7 วันอันตรายเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ แม้กระทั่งช่วงที่มีปัญหาเรื่องไข้หวัดนก ไข้หวัด 2009 โรคมือเท้าปาก</p>
<p><img class="size-full wp-image-9840 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2018/12/ภาวะเจ็บป่วยคนไทย.jpg" alt="การเจ็บป่วยของคนไทย ที่ไม่ได้รับการใส่ใจอย่างถูกต้อง" width="497" height="399" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/ภาวะเจ็บป่วยคนไทย.jpg 497w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/ภาวะเจ็บป่วยคนไทย-300x241.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/ภาวะเจ็บป่วยคนไทย-370x297.jpg 370w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/ภาวะเจ็บป่วยคนไทย-395x317.jpg 395w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/ภาวะเจ็บป่วยคนไทย-100x80.jpg 100w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/ภาวะเจ็บป่วยคนไทย-200x160.jpg 200w" sizes="(max-width: 497px) 100vw, 497px" /></p>
<p>หลายคนก็ต่างให้ความสนใจกับเรื่องเหล่านี้กันอย่างกว้างขวาง แน่นอนว่าการระมัดระวังในเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่ดี เพราะช่วยลดโอกาสเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตของเราและคนที่เรารักได้</p>
<p><span style="color: #666699;">แต่เรื่องน่าเศร้าและน่าเป็นห่วงก็คือ ผู้คนและรัฐบาลให้ความสนใจหรือใส่ใจต่อ 7 วันอันตรายและโรคดังกล่าวมาก ทั้งๆที่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่ว่านี้ประมาณปีละ 1,000-3,000 คน </span></p>
<p><span style="color: #666699;">แต่ทั้งรัฐบาลและผู้คนทั่วไปกลับให้ความสนใจในเรื่องที่ทำให้คนตายปีนึงนับแสนคน เจ็บป่วยปีหนึ่งนับล้านคนน้อยมาก </span><span style="color: #666699;">ไม่ได้หมายความว่าคนตายน้อยเป็นเรื่องที่ไม่ควรสนใจ </span></p>
<p><span style="color: #666699;">แต่หมายถึงเราควรให้ความสนใจในเรื่องที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยตายเป็นจำนวนมากให้มากกว่านี้</span></p>
<p>กระทรวงสาธารณสุขระบุว่าปี 59 มีผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็ง 2 แสนกว่าคน <strong><span style="color: #808000;">โรคหัวใจ</span></strong>ขาดเลือด 2 แสนกว่าคน <strong><span style="color: #808000;">เบาหวาน</span></strong> 6 แสนกว่าคน <strong><span style="color: #808000;">ความดันโลหิตสูง</span></strong>อีก 8 แสนกว่าคน</p>
<p><img class="size-full wp-image-7953 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2017/09/คนเป็นเบาหวานเสี่ยงเป็นต้อกระจก.jpg" alt="โรคเรื้อรัง การป่วยเป็นเบาหวาน" width="500" height="334" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2017/09/คนเป็นเบาหวานเสี่ยงเป็นต้อกระจก.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2017/09/คนเป็นเบาหวานเสี่ยงเป็นต้อกระจก-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>แถมยังมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ยังไม่รู้ตัวว่าป่วยเลยไม่ได้ไปพบแพทย์ มีผู้ป่วยแอบแฝงมากกว่าตัวเลขดังกล่าวอีกมากเช่น ความจริงอาจมีผู้ป่วยเป็นเบาหวานราว 3 ล้านคนรวมถึงคนที่มีความเสี่ยงอีก 6-7 ล้านคนเป็นต้น</p>
<p>รวมๆกับโรคอื่นๆแล้วน่าจะมีคนป่วยโรคเรื้อรังเกือบครึ่งประเทศ</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">มีคนเสียชีวิตจากโรคมะเร็งประมาณ  50,000 คน โรคหัวใจ 18,000 คน โรคหลอดเลือดสมอง  17,000 คน รวมๆแล้วมีผู้เสียชีวิตจากโรคเรื้อรังเหล่านี้มากกว่า 1 แสนคน/ปี </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">หรือพูดง่ายๆว่า หรือเฉลี่ยกว่าวันละเกือบ 250 คน และ<strong>โรคเรื้อรัง</strong>เหล่านี้เป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆของคนไทยติดต่อกันมานานกว่า 10 ปีแล้ว</span></p>
<p><img class="size-full wp-image-9843 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2018/12/โรคเรื้อรังสาเหตุการตาย.jpg" alt="โรคเรื้อรังเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆของคนไทย" width="500" height="333" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/โรคเรื้อรังสาเหตุการตาย.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/โรคเรื้อรังสาเหตุการตาย-300x200.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/โรคเรื้อรังสาเหตุการตาย-395x263.jpg 395w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<h3><strong><span style="color: #008000;">คนไทยเป็น &#8220;โรคเรื้อรัง&#8221; มากขึ้น</span></strong></h3>
<p>สิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองไทยก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับทั่วโลก คนไทยเป็นโรคเหล่านี้เพิ่มขึ้นจากอดีตหลายเท่าเช่น เป็น<strong>ความดันสูง</strong>เพิ่มจากเมื่อ 10 ปีก่อนประมาณ 500%</p>
<p>เป็น<strong><span style="color: #808000;">เบาหวาน </span></strong>หัวใจ <strong><span style="color: #808000;">มะเร็ง</span></strong> หลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นจากหกปีก่อนเกือบ160% ส่วนคนที่อายุ 60 ปีขึ้นไป เกินครึ่งจะมีโรคประจำตัวอย่างน้อย 1 โรค</p>
<p>แถมในปัจจุบันเด็กประถมก็สามารถเป็นมะเร็งหรือ<strong><span style="color: #808000;">เบาหวาน</span></strong>กันแล้ว โรคเหล่านี้จึงไม่ใช่โรคของคนแก่และไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป&#8230;</p>
<h3><strong><span style="color: #008000;">ไม่ได้เป็นเพราะพันธุกรรมหรือเชื้อโรค</span></strong></h3>
<p>คนบางส่วนอาจเข้าใจผิดว่าการที่คนไทยเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้นเมื่อเทียบกับอดีตเป็นเรื่องของ<strong>พันธุกรรม</strong> หรือเป็นเพราะไปติดเชื้อโรคมา ที่จริงโรคเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปจากอดีตและเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยกลายเป็น<strong>คนอมโรค</strong></p>
<p><img class="size-full wp-image-9839 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2018/12/กินอาหารขยะเป็นโรคเรื้อรัง.jpg" alt="พฤติกรรมการกินแบบฝรั่งทำให้เป็นโรคเรื้อรัง" width="500" height="333" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/กินอาหารขยะเป็นโรคเรื้อรัง.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/กินอาหารขยะเป็นโรคเรื้อรัง-300x200.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/กินอาหารขยะเป็นโรคเรื้อรัง-395x263.jpg 395w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>และมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคก็คืออาหารการกินและ<strong><span style="color: #808000;">พฤติกรรม</span></strong>ที่เปลี่ยนไปนั่นเอง&#8230;พูดง่ายๆว่า เป็นเพราะคนไทยรับเอาวัฒนธรรมการกินทางตะวันตกเข้ามามากไป จึงทำให้เราเป็น<strong> โรคเรื้อรัง</strong> มากขึ้นนั่นเอง</p>
<h3><strong><span style="color: #008000;">แพทย์ไม่ใช่ที่พึ่งทั้งหมด</span></strong></h3>
<p><strong><span style="color: #808000;"> โรคเรื้อรัง</span></strong>นั้นเราไม่สามารถพึ่งพาแพทย์ส่วนใหญ่ได้ เพราะแพทย์ส่วนใหญ่ก็ยังไม่สามารถเอาตัวรอดจากโรคเรื้อรังเหล่านี้ สาเหตุเพราะตอนเรียนแพทย์จะเรียนเกี่ยวกับโภชนาการ (อาหารการกิน) ที่เป็นต้นเหตุของ <strong><span style="color: #808000;">โรคเรื้อรัง </span></strong>น้อยมากๆ</p>
<p>ส่วนใหญ่จะเรียนเกี่ยวกับการใช้ยาและการผ่าตัดเพื่อรักษา หลังจากเรียนจบส่วนใหญ่ก็จะมุ่งศึกษาเฉพาะทางจึงมีความรู้เฉพาะสาขาที่เรียน</p>
<p>ส่งผลให้แพทย์ส่วนใหญ่มีความรู้ด้านอาหารการกินน้อยมากๆ และยิ่งถ้าเราเจาะลึกลงไปจะพบว่า ตำราแพทย์จำนวนมากก็ล้วนแล้วแต่เขียนหรือสนับสนุนโดยบริษัทที่ผลิตยา  ผลงานวิจัยทางการแพทย์ส่วนใหญ่ก็มาจากบริษัทที่ผลิตยาหรือเครื่องมือทางการแพทย์</p>
<h3><strong><span style="color: #008000;">คนไทยกินยาเกินจำเป็น</span></strong></h3>
<p>ด้วยเหตุที่แพทย์ถนัดการใช้ยาจึงทำให้องค์ความรู้ของคนไทยส่วนใหญ่เป็นลักษณะที่รักษาอาการป่วยต่างๆด้วยการใช้ยาเช่น เป็น<strong><span style="color: #808000;">ไมเกรน</span></strong>ก็ใช้ยา ปวดข้อก็ใช้ยา เป็น<span style="color: #808000;"><strong>โรคกระเพาะ</strong></span>ก็ใช้ยา คนไทยส่วนหนึ่งจึงเริ่มติดนิสัยที่จะต้อง<strong>กินยา</strong></p>
<p><img class="size-full wp-image-7414 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2015/11/ยาไมเกรนอันตรายกว่าที่คิด.jpg" alt="ยาไมเกรนอันตรายกว่าที่คิด" width="500" height="259" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2015/11/ยาไมเกรนอันตรายกว่าที่คิด.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2015/11/ยาไมเกรนอันตรายกว่าที่คิด-300x155.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>เช่น เวลาเป็นไข้หวัดธรรมดาก็จะกินยาพารา ทั้งๆที่ถ้าพักผ่อนก็จะหายไปเองได้ และเมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยก็มักจะไปซื้อยาตามร้านขายยามากินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ด้วยเหตุนี้คนไทยจำนวนมากจึงบริโภคยาเกินจำเป็นและเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ปริมาณยาที่คนไทยบริโภคเฉลี่ยต่อคนมากกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วถึงประมาณ 2-3 เท่า </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ในขณะที่สุขภาพของคนไทยก็ไม่ได้ดีกว่าประเทศอื่นเลย นั่นยิ่งชี้ให้เห็นได้ว่ากินยามากก็ไม่ได้ช่วยให้สุขภาพดี</span></p>
<p>ที่น่ากลัวของเรื่องนี้ก็คือ 80%ของร้านขายยา ไม่มีเภสัชกรคอยให้คำแนะนำ นอกจากจะทำให้เรามีโอกาสได้รับยามากเกินไปแล้วยังมีโอกาสได้รับยาผิดทำให้เกิดโทษและเกิดการสะสมสารพิษที่เป็นอันตรายกับร่างกายได้</p>
<h3><strong><span style="color: #008000;">คนไทยเริ่มดื้อยา</span></strong></h3>
<p>คนไทยที่ซื้อยามากินเอง (โดยเฉพาะ<strong>ยาปฏิชีวนะ </strong>เช่น<strong> แอสไพริน</strong>) ส่วนหนึ่งก็จะกินยาไม่ครบตามขนาดที่เหมาะสม ส่วนหนึ่งก็จะกินตามที่คนอื่นแนะนำโดยไม่ปรึกษาแพทย์</p>
<p><img class="size-full wp-image-9837 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2018/12/โรคเรื้อรังจากการดื้อยาปฏิชีวนะ.jpg" alt="โรคเรื้อรังจากการทางยาปฏิชีวนะจนเกิดการดื้อยา" width="500" height="333" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/โรคเรื้อรังจากการดื้อยาปฏิชีวนะ.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/โรคเรื้อรังจากการดื้อยาปฏิชีวนะ-300x200.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/โรคเรื้อรังจากการดื้อยาปฏิชีวนะ-395x263.jpg 395w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>ทำให้ได้รับยาไม่ตรงกับโรค ส่วนหนึ่งก็จะเลือกกินยาแรงเอาไว้ก่อน ส่วนนึงก็จะกินน้อยเกินไปพอใจแล้วก็หยุด</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">การกระทำเหล่านี้ทำให้เกิดแบคทีเรียสายพันธุ์ใหม่ที่ดื้อยาเพิ่มขึ้น ทำให้ในเวลาที่แพทย์ต้องใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาในยามจำเป็น ก็จะใช้ไม่ได้ผลเท่าไหร่ </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">พบว่าคนไทย</span><strong>ดื้อยาปฏิชีวนะ</strong><span style="color: #666699;">สูงถึง 80% ทั้งๆที่เมื่อ 10 ปีก่อน คนไทยดื้อยาเหล่านี้เพียง 1-2% เท่านั้น</span></p>
<p>สิ่งที่ตามมาหลังจากร่างกาย<strong><span style="color: #808000;">ดื้อยา</span></strong>ก็คือ จะทำให้เกิดเชื้อฝีหนอง,E.coli ,ติดโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ, ติดเชื้อในช่องท้อง, <strong><span style="color: #808000;">ติดเชื้อในกระแสเลือด</span></strong>ได้ง่ายขึ้น</p>
<p>ที่น่ากังวลก็คือ อาการ<strong><span style="color: #808000;">ดื้อยา</span></strong>ในเด็กเล็กมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นด้วย โดยเฉพาะการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และในระบบลำไส้ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเกือบ 90%</p>
<p>เนื่องจากมีการใช้ยาชนิดเดิมติดต่อนานหลายปี ทำให้เชื้อมีภูมิต้านทานต่อยา ส่งผลให้การรักษาที่ง่ายกลายเป็นยากขึ้น จนต้องมีการเปลี่ยนตัวยาใหม่ให้แรงมากกว่าเดิม</p>
<p>และบางครั้งอาจต้องใช้ยาหลายชนิดในการรักษา ซึ่งผลเสียก็คือ ยิ่งรักษาก็จะยิ่งเสียค่ารักษาที่สูงขึ้น และอาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนขึ้นได้ โดยเฉพาะกรณีที่เด็กมีภูมิต้านทานต่ำเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้</p>
<h3><strong><span style="color: #008000;">ร่างกายพังเพราะยา</span></strong></h3>
<p>ยาหลายๆขนานถ้ากินมากเกินไป หรือต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็อาจจะส่งผลต่อผิวหนัง ทำให้มีอาการ<strong>ผื่นคัน ผิวหนังพอง แพ้แดด</strong> หรือส่งผลต่อทางเดินอาหาร ทำให้เกิด<strong>แผลในกระเพาะอาหาร</strong></p>
<p><img class="wp-image-5461 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2016/05/โรคผิวหนังผื่นคัน.jpg" alt="ผื่นคันตามผิวหนัง" width="490" height="298" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/05/โรคผิวหนังผื่นคัน.jpg 329w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/05/โรคผิวหนังผื่นคัน-300x182.jpg 300w" sizes="(max-width: 490px) 100vw, 490px" /></p>
<p>หรือส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ง่วงซึม มึนงง ซึมเศร้า หรือขัดขวางการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด จึงมีผลต่อการทำงานของไต ทำให้<strong>ไตบวม ไตวาย</strong></p>
<p>หรือทำให้เป็นแผลในระบบหัวใจและหลอดเลือด หลอดเลือดสมองอุดตัน ทำให้เสียชีวิตได้ แม้แต่ยาพาราเซตามอลที่มีการใช้อย่างแพร่หลาย</p>
<p>ถ้าเราใช้ยานี้เกินปริมาณที่แนะนำก็จะนำไปสู่การเกิดพิษต่อตับ จะนำไปสู่ภาวะตับวายและเสียชีวิตในที่สุดเช่นกัน</p>
<h4><span style="color: #808000;"><strong>โรคเรื้อรังกับการใช้ยารักษา</strong></span></h4>
<p>ในการรักษา<strong><span style="color: #808000;">โรคเรื้อรัง</span></strong> แพทย์ส่วนใหญ่ก็จะใช้ยาในการรักษาทำให้ร่างกายของผู้ป่วยได้รับผลกระทบจากยาที่ใช้ต่อเนื่องนานๆ (หลายคนได้โรคตับโรคไตเพิ่มจากโรคที่เป็นอยู่)</p>
<p><img class="size-full wp-image-9841 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2018/12/กินยาเพื่อรักษาโรคเรื้อรัง.jpg" alt="ในการรักษาโรคเรื้อรัง แพทย์ส่วนใหญ่ก็จะใช้ยาในการรักษา" width="500" height="333" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/กินยาเพื่อรักษาโรคเรื้อรัง.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/กินยาเพื่อรักษาโรคเรื้อรัง-300x200.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/กินยาเพื่อรักษาโรคเรื้อรัง-395x263.jpg 395w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>ฉะนั้นหากใครเป็น<strong>โรคเรื้อรัง</strong>และหวังพึ่งยา ชีวิตที่เหลืออยู่ก็จะเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานเป็นอย่างยิ่ง เพราะต้องกินยาไปเรื่อยๆ และมีสุขภาพที่อ่อนแอลงเรื่อยๆ (เหลือชีวิตยาวนานแค่ไหน ก็ทรมานยาวนานเท่านั้น)</p>
<h3><strong><span style="color: #008000;">ป้องกันดีกว่ารักษา</span></strong></h3>
<p>โรคเรื้อรังเหล่านี้มักจะแสดงอาการเมื่อเป็นหนักแล้ว คนที่ยังไม่เข้าโรงพยาบาลจึงไม่ได้แปลว่าเป็นคนที่สุขภาพดี ไม่ป่วย แข็งแรง เพราะโรคเหล่านี้จะแอบแฝงอยู่ภายในโดยที่เราไม่รู้ตัว เหมือนฆาตกรเงียบ บางคนจึงชะล่าใจโดยเฉพาะคนอายุไม่มาก</p>
<p><span style="color: #666699;">โรคเหล่านี้เมื่อเป็นแล้วจะมีแต่ความทุกข์ทรมาน และต้องเสียเงินในการรักษาจำนวนมาก บางโรคต้องใช้เงินหลายแสน เป็นล้านจนถึงหลายสิบล้าน</span></p>
<p><img class="size-full wp-image-9842 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2018/12/การรักษาเมื่อเจ็บป่วย.jpg" alt="การป้องกันก่อนเป็นโรคเรื้อรังย่อมดีกว่าการรักษาเมื่อป่วยแล้ว" width="500" height="554" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/การรักษาเมื่อเจ็บป่วย.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/การรักษาเมื่อเจ็บป่วย-271x300.jpg 271w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/การรักษาเมื่อเจ็บป่วย-395x438.jpg 395w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/การรักษาเมื่อเจ็บป่วย-300x332.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p><span style="color: #666699;">บางโรคต้องรักษาไปเรื่อยๆจนกว่าจะตาย พูดง่ายๆว่าถ้าใครเป็นโรคเหล่านี้เงินที่เก็บมาทั้งชีวิตก็แทบหมดไปเลย บางคนก็อาจจะถึงขั้นต้องกู้หนี้มารักษา และเป็นเรื่องน่าเศร้าที่การยื้อชีวิตกลับเป็นการทำให้อยู่อย่างทรมานยาวนานขึ้น </span></p>
<p><span style="color: #666699;"><strong><span style="color: #993300;">และเหตุนี้เองที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงมักจะรู้สึกเสียใจที่ไม่ดูแลตัวเองตั้งแต่ตอนที่ยังไม่เป็นโรคซะก่อน</span></strong></span></p>
<p>ขณะที่ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่าโรคเรื้อรังเหล่านี้สามารถป้องกันได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และค่าใช้จ่ายในการพยายามป้องกันนั้นน้อยกว่านับ 10 เท่า เมื่อเป็นอย่างนี้จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะเลือกปล่อยให้เป็นแล้วค่อยรักษา</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">สำหรับคนที่กำลังป่วยหากเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมก็สามารถบรรเทาอาการที่เป็นอยู่ได้ดีกว่าการรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียว ความรู้ในเรื่องพฤติกรรมดังกล่าวจึงมีความสำคัญต่อชีวิตและสุขภาพของเราเป็นอย่างมาก</span></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโรคเรื้อรังก็ควรจะได้รับการดูแลและรับคำปรึกษาจากแพทย์ด้วยไม่ควรตัดสินใจด้วยตัวเอง เพราะบางคนอาจมีอาการหนักมากจนชีวิตเหมือนอยู่บนเส้นด้าย <strong>อย่าลดยาด้วยตัวเอง</strong> ควรให้<strong>แพทย์เป็นผู้พิจารณา</strong>จะดีที่สุด</p>
<p><img class="size-full wp-image-8843 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2018/06/ปรึกษาแพทย์-see-doctor.jpg" alt="หากมีอาการเจ็บป่วย ควรปรึกษาแพทย์" width="500" height="333" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/06/ปรึกษาแพทย์-see-doctor.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/06/ปรึกษาแพทย์-see-doctor-300x200.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/06/ปรึกษาแพทย์-see-doctor-395x263.jpg 395w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/06/ปรึกษาแพทย์-see-doctor-20x13.jpg 20w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p><center><iframe src="https://www.youtube.com/embed/lNAPcFLEb3k" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe><center></center></center></p>
<h3><strong><span style="color: #008000;">หนทางป้องกันและรักษาที่ถูกต้อง</span></strong></h3>
<p>ถ้าถามแพทย์ว่า ถ้าต้องการจะห่างไกลจากโรคเรื้อรังเราจะต้องทำยังไง แพทย์ก็จะต้องแนะนำว่าให้กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ</p>
<p>ซึ่งเรื่องนี้เป็นหลักการที่เด็กประถมก็รู้จักและเข้าใจเป็นอย่างดี และคนส่วนใหญ่ก็เชื่อว่า รู้แค่นี้แล้วทำตามหลักการนี้ก็พอแล้ว</p>
<p><img class="size-full wp-image-7625 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2017/07/ออกกำลังกายตอนเช้าช่วยให้สุขภาพดี.jpg" alt="ออกกำลังกายตอนเช้าช่วยให้สุขภาพดี" width="500" height="333" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2017/07/ออกกำลังกายตอนเช้าช่วยให้สุขภาพดี.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2017/07/ออกกำลังกายตอนเช้าช่วยให้สุขภาพดี-300x199.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p><span style="color: #993300;"><strong>แต่เหตุที่คนส่วนใหญ่ไม่สามารถป้องกันตัวเองจากโรคดังกล่าวได้หรือดูแลตัวเองเมื่อเป็นโรคเรื้อรังไม่ได้ ก็เพราะว่าความรู้ดังกล่าวยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ </strong></span></p>
<p><span style="color: #993300;"><strong>คนที่มีความเข้าใจแค่นี้ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าจะต้องทำหรือไม่ต้องทำอะไร ความรู้ที่ขาดหายไปและช่วยให้ห่างไกลโรคเรื้อรัง คุณจะพบได้ในตอนต่อไป&#8230;</strong></span></p>
<p><strong>บทความที่น่าสนใจ</strong></p>
<ul>
<li><strong><a href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%a7-older-than-age/" target="_blank" rel="noopener">ไม่อยากแก่เร็ว ต้องดูแลสุขภาพอย่างไร</a></strong></li>
<li><strong><a href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/why-you-eat-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/" target="_blank" rel="noopener">อาหารเพื่อสุขภาพ ดีอย่างไร?</a></strong></li>
<li><strong><a href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99-immunity/" target="_blank" rel="noopener">ภูมิคุ้มกัน..เกราะป้องกันของมนุษย์</a></strong></li>
</ul>
<div class="hatom-extra" style="display:none;visibility:hidden;"><span class="entry-title">ความจริงของ &#8220;โรคเรื้อรัง&#8221; ที่คุณต้องรู้</span> was last modified: <span class="updated">มกราคม 20th, 2019</span> by <span class="author vcard"><span class="fn">admin</span></span></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87-chronic-illness/">ความจริงของ &#8220;โรคเรื้อรัง&#8221; ที่คุณต้องรู้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></content:encoded>
			</item>
	</channel>
</rss>
