<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ผื่นแพ้ &#8211; TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</title>
	<atom:link href="https://www.tisatrendy.com/tag/%E0%B8%9C%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%89/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.tisatrendy.com</link>
	<description>รวมทุกเทรนด์เพื่อสุขภาพที่ดีและไลฟ์สไตล์ทันสมัย</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Sep 2025 05:31:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.9.7</generator>

<image>
	<url>https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2024/06/cropped-TisaTrendy-Web-Icon-32x32.png</url>
	<title>ผื่นแพ้ &#8211; TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</title>
	<link>https://www.tisatrendy.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;ผื่นคัน&#8217; ตามผิวหนัง.. อย่าเกา!</title>
		<link>https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b2-scratch/</link>
		<pubDate>Tue, 17 May 2016 06:00:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[FAQ]]></category>
		<category><![CDATA[ผื่นคันตามผิวหนัง อย่าเกา]]></category>
		<category><![CDATA[กลาก]]></category>
		<category><![CDATA[คันผิวหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[งูสวัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผดผื่น]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวหนังอักเสบ]]></category>
		<category><![CDATA[ผื่นคัน]]></category>
		<category><![CDATA[ผื่นแพ้]]></category>
		<category><![CDATA[แผลเป็น]]></category>
		<category><![CDATA[โรคผิวหนัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mlm-idea-be-rich.com/?p=5454</guid>
		<description><![CDATA[<p>อย่าเกา..ถ้ามี &#8216;ผื่นคัน&#8217; ตามผิวหนัง ถ้ามี ผ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b2-scratch/">&#8216;ผื่นคัน&#8217; ตามผิวหนัง.. อย่าเกา!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #993300;"><strong>อย่าเกา..ถ้ามี &#8216;ผื่นคัน&#8217; ตามผิวหนัง</strong></span></h2>
<p>ถ้ามี <span style="color: #808000;"><strong>ผื่นคัน </strong></span>ตามผิวหนังเกิดขึ้นหรือคันโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่ควรซื้อยามากินหรือทาเอง</p>
<p>และที่สำคัญไม่ควรเกาเพราะเล็บของเราที่ครูดกับผิวหนังจะทำให้<span style="color: #808000;"><strong>เกิดแผลและติดเชื้อได้</strong></span> รีบหาหมอดีกว่าค่ะ&#8230;<span id="more-5454"></span></p>
<p>สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยเตือนว่า <span style="color: #808000;"><strong>โรคผิวหนัง</strong></span>ติดเชื้อพบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แต่ว่าลักษณะของผื่น, บริเวณที่เกิดโรค มีความรุนแรงที่ต่างกัน เชื้อสาเหตุของโรคมี 4 กลุ่มหลักๆคือ <em>ไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และปาราสิต</em></p>
<h2><span style="color: #008000;"><strong>1.</strong> เชื้อไวรัส</span></h2>
<ul>
<li><strong style="color: #666699;">โรคอีสุกอีใส</strong><span style="color: #666699;"> เกิดจาก</span><strong style="color: #666699;">เชื้อซอสเตอร์ (varizella-zoster)</strong><span style="color: #666699;"> ซึ่งติดต่อจากการหายใจ เริ่มจากการมีไข้ สักพักก็จะมีตุ่มแดงๆขึ้น คัน กระจายไปตามใบหน้าและลำตัว แล้วตุ่มแดงๆก็จะเปลี่ยนเป็นตุ่มใส</span></li>
</ul>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ต่อมา 2-3 วันก็จะตกสะเก็ดไป ตุ่มใหม่ก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ ในเด็กผื่นจะน้อย อาการไม่มาก ส่วนผู้ใหญ่มักจะมีอาการรุนแรงและมีตุ่มขึ้นมากกว่า โดยทั่วไปผื่นจะหายเองโดยไม่มี</span><strong style="color: #666699;">แผลเป็น</strong><span style="color: #666699;"> นอกจากจะติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;"> โดยเฉพาะจากการเกา พออีสุกอีใสหายเชื้อไวรัสตัวนี้ก็ไปหลบที่ปมประสาท เมื่อไหร่ก็ตามที่ภูมิคุ้มกันต่อเชื้อต่ำลงก็จะเกิดโรค</span><strong style="color: #666699;">งูสวัด</strong><span style="color: #666699;">ในภายหลังได้</span></p>
<ul>
<li><span style="color: #666699;"><strong>โรคงูสวัด</strong> เกิดจากเชื้อไวรัสโรคอีสุกอีใสที่ซ่อนอยู่ในปมประสาทนี่แหล่ะ! พอร่างกายอ่อนแอเชื้อนี้จะแบ่งตัวเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดการอักเสบที่เส้นประสาท กระจายมาที่ผิวหนังเกิดตุ่มเหมือนอีสุกอีใสขึ้นมาตามบริเวณที่เส้นประสาทเส้นนั้นไปเลี้ยง </span></li>
</ul>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดโรค</span><strong style="color: #666699;">งูสวัด</strong><span style="color: #666699;"> คือระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ต่ำลงจากอายุมากขึ้นหรือได้รับยากดภูมิ</span><strong style="color: #666699;">โรคมะเร็ง</strong><strong style="color: #666699;">โรคเอดส์</strong><span style="color: #666699;"> ผู้ป่วยจะมีอาการปวดตามแนวเส้นประสาทนำมาก่อนหรือเกิดพร้อมๆกับผื่น </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ผื่น</span><strong style="color: #666699;">งูสวัด</strong><span style="color: #666699;">จะเป็นแนวยาวซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย ไม่พันรอบตัว เพราะเส้นประสาท 1 เส้นเลี้ยงแค่ครึ่งหนึ่งของลำตัว แม้ผื่น</span><strong style="color: #666699;">งูสวัด</strong><span style="color: #666699;">หายไปแล้ว ก็อาจมีอาการปวดเรื้อรังบริเวณที่เป็น</span></p>
<p>คนส่วนใหญ่มักคิดว่า<strong>งูสวัด </strong>พบในผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง เด็กก็สามารถเป็นโรคนี้ได้ ถ้าเกิดโรคในเด็ก มักได้ประวัติว่าเด็กเคยเป็นอีสุกอีใสเมื่ออายุน้อยกว่า 1 ปี หรือมารดาเป็นอีสุกอีใสระหว่างตั้งครรภ์</p>
<p>ซึ่งรักษาด้วยการให้ยาต้านและการรักษาตามอาการเช่น ประคบ ทายา ให้ยาแก้ปวด ส่วนใหญ่แล้วผื่นจะหายเองได้ใน 1-2 อาทิตย์ <strong><span style="color: #993300;">การให้ยาต้านเชื้อไวรัสถ้าจะให้ได้ผลดีต้องให้ภายในเวลา 72 ชั่วโมงแรก แปลว่าเราต้องสังเกตอาการให้ดี รู้ไว ก็จะคุมโรคง่ายขึ้น</span></strong></p>
<ul>
<li><span style="color: #666699;"><strong>โรคหูดข้าวสุก</strong> ติดต่อโดยการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่เป็นโรคหูดข้าวสุก ซึ่งจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนมีสีเดียวกับผิวหนังขนาดต่างๆ กัน กลางตุ่มบุ๋ม ภายในตุ่มจะพบสารสีขาวแข็งคล้ายข้าวสุก พบบ่อยช่วงลำตัว หน้าอก หลัง แขนขา อวัยวะเพศ รักษาโดยการจี้ไฟฟ้า ทายา หรือพ่นไนโตรเจนเหลว</span></li>
</ul>
<h2><span style="color: #008000;"><strong>2.</strong> เชื้อแบคทีเรีย</span></h2>
<p>เชื้อแบคทีเรียที่ปกติอยู่บนผิวหนังทำให้เกิด<span style="color: #808000;"><strong>โรคแผลพุพอง</strong></span> เริ่มจากตุ่มหนองหรือตุ่มน้ำใส แล้วตกสะเก็ดแห้งสีน้ำผึ้งติดแน่น พบที่หน้า แขน ขา ติดต่อลามจากแผลไปยังส่วนอื่นๆได้โดยการแกะเกา โรคนี้สัมพันธ์กับการไม่รักษาความสะอาด ความชื้น อากาศร้อน รักษาโดยใช้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียทา หรือยาปฏิชีวนะ</p>
<h2><span style="color: #008000;">3. เชื้อรา</span></h2>
<p><span style="color: #808000;"><strong>เกลื้อน </strong></span>เป็นเชื้อราปกติที่อยู่บนผิวหนัง ในสภาวะที่ความมันและความชื้นเหมาะสมจะก่อโรคได้ จึงพบได้บ่อย กับคนที่มีผิวมัน เหงื่อออกมาก ผิวหนังชื้นอยู่เสมอ</p>
<p>ลักษณะผื่นจะเป็นวงเล็กๆ เริ่มจากรอบรูขุมขน อาจขยายรวมกันเป็นปื้นใหญ่ ถ้าใช้เล็บขูดจะเห็นขุยชัดขึ้น ผื่นมีหลายสี ขาว แดง น้ำตาล พบบริเวณที่มันและชื้น อาจไม่มีอาการหรือคันเล็กน้อย</p>
<p>รักษาด้วยแชมพูกำจัดเชื้อรา เช่น 20% sodium thiosulfate หรือ 2.5% selenium sulfide หรือ ketoconazole โดยทาแชมพูทั่วบริเวณที่มันและชื้น เช่น ลำตัว ต้นแขน ต้นขา ทิ้งไว้ 5-10 นาทีแล้วล้างออก</p>
<p>ถ้าฟอกมากเกินไป อาจเกิดการระคายเคืองที่ผิวหนังได้ มักติดจากเล็บและเส้นผม เกิดจากการใช้สิ่งของร่วมกับคนเป็นโรค ติดจากดิน สัตว์ ร่วมกับผิวหนังที่ชื้น</p>
<ul>
<li><strong style="color: #666699;">กลากบริเวณในร่มผ้าเรียกว่า โรคสังคัง</strong><span style="color: #666699;"> กลากที่ฝ่าเท้า ง่ามนิ้วเท้าเรียก ฮ่องกงฟุต กลากที่ผิวหนังเริ่มจากเป็นตุ่มแดงแล้วค่อยๆ ขยายลามออกไปเป็นวง ขอบเขตชัดเจน ขอบผื่นอาจจะมีตุ่มน้ำใสหรือเป็นหนองขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อและปฏิกริยาจากภูมิต้านทานของผู้ป่วย บางครั้งผื่นลามติดกันหลายวง จนเป็นวงแหวนซ้อนกัน</span></li>
</ul>
<ul>
<li><strong style="color: #666699;">กลากในเด็ก</strong><span style="color: #666699;"> พบบ่อยที่ศีรษะ ผื่นเป็นขุยสีเทา ผมร่วง หัก หรืออักเสบมากเป็นตุ่มฝีหนองสลับกับร่องรอยของการอักเสบที่หายเองเป็นแผลเป็นเรียกว่า ชันนะตุ การทายา<strong>สเตียรอยด์</strong> ผื่นอาจดีขึ้นแต่ไม่หายและลามออกเรื่อย กรณีเป็นกลากที่ผิวหนังควรใช้ยาทาฆ่าเชื้อราทาประมาณ 1-2 เดือน</span></li>
</ul>
<h2><span style="color: #008000;">4. ปาราสิต<strong> </strong></span></h2>
<ol>
<li><strong>โรคหิด</strong> เกิดจากไรชนิดหนึ่งติดต่อโดยการสัมผัสใกล้ชิดผู้เป็นโรค เป็นตุ่มน้ำใสหรือตุ่มแดงทั่วตัวแขนขา ผื่นมากบริเวณที่อุ่น ซอกพับ เช่น ง่ามนิ้วมือ ง่ามนิ้วเท้า ข้อมือ ข้อเท้า ก้น และอัณฑะ ผู้ป่วยคันมากโดยเฉพาะเวลากลางคืน หากเกามากอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน เป็นตุ่มหนองร่วมด้วย</li>
<li><strong>เหา ตัวเหา</strong> อาศัยอยู่บนหนังศีรษะและเส้นผม อาศัยเลือดบนหนังศีรษะเป็นอาหาร โรคนี้เกิดการติดต่อและการแพร่กระจายจากศีรษะสัมผัสกันโดยตรง หรือจากการใช้สิ่งของร่วมกันเช่น หวี หมวก ผ้า หมวกกันน็อค ส่วนมากไม่มีอาการผิดปกติ บางคนจะมีอาการคัน หนังศีรษะแดงเป็นขุยหรือเป็นสะเก็ด อาจพบรอยเกาที่บริเวณหนังศีรษะ ตัวเหามองหายากเพราะคลานหลบตามเส้นผมได้ แต่ไข่เหานั้นพบได้ง่ายที่บริเวณท้ายทอยและหลังใบหู วิธีกำจัดเหามีหลายแบบอาจใช้ครีม เจล หวี หรือยากิน ไม่ว่าจะใช้วิธีใดต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของการรักษาวิธีนั้นๆอย่างเคร่งครัด</li>
</ol>
<h4><span style="color: #666699;"><strong>       สรุปคือหากมี &#8216;ผื่นคัน&#8217; ตามผิวหนัง หรือคันโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่ควรซื้อยามารับประทานหรือยาทาเอง เพราะไม่ว่ายากำจัดเชื้อรา ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านไวรัส ถ้าใช้ไม่ถูกต้องมีโอกาสทำให้เชื้อดื้อยาได้ </strong></span></h4>
<h4><span style="color: #666699;"><strong>ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง ไม่ควรเกาหรือแกะเพราะจะทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนเข้าไปอีกและมีการกระจายของโรคเพิ่มขึ้น..</strong></span></h4>
<h4>     <strong>ว่านหางจระเข้</strong>เป็นอีกทางเลือกนึงในการรักษา สมุนไพร<strong>ว่านหางจระเข้</strong>นี้มีสรรพคุณโดดเด่นมากในเรื่อง รักษาแผลต่างๆ โรคผิวหนัง โรคติดเชื้อ สามารถใช้รักษาและป้องกันก่อนที่จะเป็น</h4>
<p><span style="color: #993300;"><strong>        สารอโลคูตินและอะลอคตินA ในว่านหางจระเข้มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค และสลายพิษของเชื้อโรคได้, สารอะโลมิซิน สามารถระงับการขยายตัวของเชื้อไวรัส </strong></span></p>
<p><span style="color: #993300;"><strong>รวมทั้งโพลีแซคคาไรด์ในว่านหางจะเข้ยังช่วยกระตุ้นภูมิต้านทาน ทำให้เม็ดเลือดขาวแข็งแรงขึ้น สามารถนำมาใช้ได้อย่างปลอดภัยเพราะเป็นสารจากธรรมชาติ 100%</strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><a title="น้ำว่านหางจระเข้ S VERA PLUS" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89-s-vera-plus/" target="_blank"><strong>&gt;&gt; น้ำว่านหางจระเข้ S Vera plus &lt;&lt;</strong></a><br />
<a title="รีวิวน้ำว่านหางจระเข้ S Vera Plus" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89/" target="_blank"><strong> &gt;&gt; รีวิวน้ำว่านหางจระเข้ S Vera plus &lt;&lt;</strong></a><br />
<a title="ลดรอยสิว แบบเห็นผลชัดเจนด้วยเจลว่านหางจระเข้" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7-s-vera-gel/" target="_blank"><strong>&gt;&gt; สมานแผลด้วยเจลว่านหางจระเข้ &lt;&lt;</strong></a></p>
<div class="hatom-extra" style="display:none;visibility:hidden;"><span class="entry-title">&#8216;ผื่นคัน&#8217; ตามผิวหนัง.. อย่าเกา!</span> was last modified: <span class="updated">สิงหาคม 4th, 2016</span> by <span class="author vcard"><span class="fn">admin</span></span></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b2-scratch/">&#8216;ผื่นคัน&#8217; ตามผิวหนัง.. อย่าเกา!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></content:encoded>
			</item>
	</channel>
</rss>
