<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อัมพาต &#8211; TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</title>
	<atom:link href="https://www.tisatrendy.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%95/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.tisatrendy.com</link>
	<description>รวมทุกเทรนด์เพื่อสุขภาพที่ดีและไลฟ์สไตล์ทันสมัย</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Sep 2025 05:31:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.9.7</generator>

<image>
	<url>https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2024/06/cropped-TisaTrendy-Web-Icon-32x32.png</url>
	<title>อัมพาต &#8211; TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</title>
	<link>https://www.tisatrendy.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ไตวาย ความดันสูง เพราะกินเค็ม!?</title>
		<link>https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a2-renal-failure/</link>
		<pubDate>Thu, 28 Mar 2019 15:57:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[FAQ]]></category>
		<category><![CDATA[ไตวาย-ความดันสูง]]></category>
		<category><![CDATA[กินเค็ม]]></category>
		<category><![CDATA[ความดันสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ความดันโลหิต]]></category>
		<category><![CDATA[ผงปรุงรส]]></category>
		<category><![CDATA[อัมพาต]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเรื้อรัง]]></category>
		<category><![CDATA[ไขมันในเลือดสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ไตวาย]]></category>
		<category><![CDATA[ไตเสื่อม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mlm-idea-be-rich.com/?p=10094</guid>
		<description><![CDATA[<p>พฤติกรรมการกินทำให้เสี่ยง ไตวาย ความดันสูง ก่อนอื่นเราต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a2-renal-failure/">ไตวาย ความดันสูง เพราะกินเค็ม!?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h1><span style="color: #993300;"><strong>พฤติกรรมการกินทำให้เสี่ยง ไตวาย ความดันสูง</strong></span></h1>
<p>ก่อนอื่นเราต้องทำความรู้จักเรื่อง<strong><span style="color: #808000;">ความดันโลหิต</span></strong>ก่อน ถ้าเปรียบเทียบให้เข้าใจว่าความดันโลหิตคืออะไร? ก็ให้ลองนึกภาพสายยางรดน้ำต้นไม้ ตอนเราเปิดน้ำเต็มที่น้ำที่ไหลผ่านสายยางก็จะทำให้เกิดแรงดันที่สูง</p>
<p>ถ้าเปรียบสายยางคือหลอดเลือด ภาวะนี้ก็คือ<strong><span style="color: #808000;">ความดันสูง</span></strong>นั่นเอง แล้วเมื่อหรี่ก๊อกลงน้ำก็จะไหลน้อยทำให้แรงดันน้อยลงไปด้วย</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333399;">ระบบหัวใจและหลอดเลือดซึ่งเป็นระบบไหลเวียนของเลือดทั่วร่างกาย ก็มีหัวใจทำหน้าที่คล้ายก๊อกหรือปั๊มน้ำที่คอยสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333399;">ทำให้เกิดแรงดันในหลอดเลือด ซึ่งจะแปรผันไปตามความแรงของการสูบฉีดของหัวใจ</span></p>
<p><img class="size-full wp-image-9475 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2018/09/หลอดเลือด-blood-cell.jpg" alt="หลอดเลือด" width="500" height="491" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/09/หลอดเลือด-blood-cell.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/09/หลอดเลือด-blood-cell-300x295.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/09/หลอดเลือด-blood-cell-395x388.jpg 395w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/09/หลอดเลือด-blood-cell-76x76.jpg 76w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>นอกจากนี้<strong>ความดันเลือด</strong>ก็ยังขึ้นอยู่กับสภาพของหลอดเลือดด้วย ถ้าหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นดี เวลาที่หัวใจสูบฉีดแรง หลอดเลือดก็จะยืดขยาย ทำให้ความดันในหลอดเลือดไม่สูงเกินไป</p>
<p>แต่ถ้าหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นน้อย เวลาที่หัวใจสูบฉีดแรงความดันในหลอดเลือดก็จะสูง(<strong><span style="color: #808000;">ความดันสูง</span></strong>)ตามไปด้วย</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ค่าความดันแบ่งเป็น 2 ชนิดคือ <strong>ความดันตัวบน </strong>ซึ่งเป็นความดันในขณะที่หัวใจบีบตัว เพื่อดันเลือดให้ไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย และ<strong>ความดันตัวล่าง </strong>ซึ่งเป็นความดันในขณะที่หัวใจคลายตัว </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">เพื่อรับเลือดกลับมาจากส่วนต่างๆของร่างกาย (ด้วยเหตุนี้ค่าความดันของหัวใจบีบตัวจึงสูงกว่าขณะคลายตัวเสมอ)</span></p>
<p><img class="size-full wp-image-10102 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2019/03/วัดความดัน-blood-pressure.jpg" alt="วัดความดันโลหิต" width="500" height="546" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/วัดความดัน-blood-pressure.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/วัดความดัน-blood-pressure-275x300.jpg 275w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/วัดความดัน-blood-pressure-395x431.jpg 395w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/วัดความดัน-blood-pressure-300x328.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>องค์การอนามัยโลกระบุว่า <span style="color: #993300;">ตอนที่หัวใจบีบตัวความดันควรมีค่าไม่เกิน 140 มิลลิเมตรปรอท และขณะคลายตัวไม่ควรเกิน 90 มิลลิเมตรปรอท และทั้งความดันตัวบนหรือตัวล่างก็มีความสำคัญเท่าเทียมกัน</span></p>
<h3><strong><span style="color: #008000;">ความน่ากลัวของความดันสูง</span></strong></h3>
<p>ถ้าเราปล่อยให้เป็น<strong><span style="color: #808000;">ความดันสูง</span></strong>อยู่เป็นเวลานานๆ ก็เปรียบเสมือนการใช้สายยางฉีดน้ำแรงดันสูงๆตลอดเวลา ผลก็คือหลอดเลือดต้องรับแรงดันที่สูงอยู่ตลอดเวลา</p>
<p>ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดตามอวัยวะต่างๆ ส่งผลให้เป็นโรคแทรกซ้อนอื่นๆตามมาได้เช่น</p>
<p><span style="color: #333300;"><strong>1. โรคหัวใจโต</strong> คนเป็นความดันสูงมีโอกาสเป็นมากกว่าคนปกติถึง 3 เท่า</span></p>
<p><span style="color: #333300;"><strong>2. หลอดเลือดหัวใจตีบและอุดตัน</strong> คนเป็น<strong><span style="color: #808000;">ความดันสูง</span></strong>มีโอกาสเป็นโรคหัวใจวายมากกว่าคนปกติ 6 เท่า</span></p>
<p><span style="color: #333300;"><strong>3. หลอดเลือดสมองตีบหรือแตก</strong> คนเป็น<strong>ความดันสูง</strong>มีโอกาสหลอดเลือดแตกจนเป็น<strong>อัมพฤกษ์ อัมพาต</strong> มากกว่าคนปกติถึง 3-17 เท่า</span></p>
<p><img class="size-full wp-image-10103 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2019/03/เส้นเลือดสมองตีบ-acute-stroke.jpg" alt="ความดันสูงทำให้หลอดเลือดในสมองตีบหรือแตกได้" width="500" height="301" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/เส้นเลือดสมองตีบ-acute-stroke.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/เส้นเลือดสมองตีบ-acute-stroke-300x181.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/เส้นเลือดสมองตีบ-acute-stroke-395x238.jpg 395w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/เส้นเลือดสมองตีบ-acute-stroke-233x140.jpg 233w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p><span style="color: #333300;"><strong>4. การทำงานของไตจะเสื่อมลงเร็วกว่าคนปกติ</strong> ทำให้มีโอกาสเป็นโรคไตวายชนิดเรื้อรังได้</span></p>
<p>จะเห็นว่าเมื่อเรามี<strong><span style="color: #808000;">ความดันสูง</span></strong> จะทำให้เรามีโอกาสเป็นโรคเรื้อรังต่างๆได้หลายชนิดมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่าเลยทีเดียว เรียกว่าถ้าเป็น<strong><span style="color: #808000;">ความดันสูง</span></strong>ก็แทบจะรอวันเป็นโรคอื่นได้เลย</p>
<h3><strong><span style="color: #008000;">ภัยเงียบที่แอบฆ่าเรา</span></strong></h3>
<p>ในปัจจุบันคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มี<strong><span style="color: #808000;">ความดันสูง</span></strong>ผิดปกติราว 12 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากการสำรวจปีก่อนหน้าประมาณ 400-500% โดยในจำนวนนี้เกือบ 6 ล้านคนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรค<strong><span style="color: #808000;">ความดันสูง</span> </strong>(เพราะไม่เคยตรวจ)</p>
<p>และในกลุ่มที่รู้ตัวมีเพียง 30% ที่เข้ารักษาตัว คนกลุ่มนี้จะมีสัดส่วนคนที่ปฏิบัติตัวจนสามารถควบคุมความดันลดลงมาเหลือปกติแค่ 16%เท่านั้น (ส่วนใหญ่เป็นแล้วก็จะต่อเนื่องยาวนาน ไม่หาย)</p>
<p><img class="size-full wp-image-10104 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2019/03/หลายคนเจ็บป่วยไม่รู้ตัว-sick.jpg" alt="หลายคนมีภาวะเจ็บป่วยที่ไม่รู้ตัวเพราะไม่เคยตรวจสุขภาพ" width="500" height="380" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/หลายคนเจ็บป่วยไม่รู้ตัว-sick.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/หลายคนเจ็บป่วยไม่รู้ตัว-sick-300x228.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/หลายคนเจ็บป่วยไม่รู้ตัว-sick-395x300.jpg 395w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">เหตุที่ผู้คนจำนวนมากเป็น<strong>ความดันสูง</strong>โดยที่ไม่รู้ตัว ก็เนื่องจากโรคนี้ไม่ค่อยปรากฏอาการที่ชัดเจนในช่วงแรกๆ(แอบเป็นเงียบๆ) แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนแรงดันในหลอดเลือดที่สูงไปทำลายผนังหลอดเลือด</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">และอวัยวะที่สำคัญทั่วร่างกาย แล้วกลายเป็นโรคเรื้อรังตอนนั้นจึงจะแสดงอาการออกมา</span></p>
<p>ด้วยเหตุนี้เราจึงควรตระหนักว่า ถึงแม้วันนี้เราจะยังไม่เข้าโรงพยาบาลหรือยังไม่ป่วย ก็ไม่ควรประมาท ควรตรวจความดันเป็นประจำเพื่อจะได้รักษาแต่เนิ่นๆ อย่ารอให้เป็นหนักเพราะอาจจะสายเกินไป</p>
<h3><strong><span style="color: #008000;">โรคไตวาย</span></strong></h3>
<p>เมื่อพูดถึงหน้าที่ของไต เปรียบง่ายๆ<strong> ไต</strong> ก็คือ <strong>โรงบำบัดน้ำเสียของร่างกาย</strong>นั่นเอง เพราะหน้าที่หลักของไตคือ การกรองของเสียในเลือด และควบคุมจำนวนน้ำ เกลือแร่และสารต่างๆในร่างกายให้อยู่ในภาวะสมดุล</p>
<p>ในแต่ละวันจะมีเลือดไหลเวียนผ่านไตทั้งสองข้างประมาณ 230 ลิตรเลยทีเดียว โดยไตจะกรองน้ำและของเสียและขับออกมาเก็บไว้ในกระเพาะปัสสาวะ ก่อนที่จะขับออกจากร่างกายเป็น<strong>น้ำปัสสาวะ</strong></p>
<p><img class="size-full wp-image-10105 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2019/03/อวัยวะไต-kidney.png" alt="ไตทำหน้าที่ในการกรองของเสียในเลือด" width="500" height="595" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/อวัยวะไต-kidney.png 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/อวัยวะไต-kidney-252x300.png 252w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/อวัยวะไต-kidney-395x470.png 395w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/อวัยวะไต-kidney-300x357.png 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ของเสียในเลือดส่วนหนึ่งเกิดจากอาหารที่เรากินเข้าไป และบางส่วนเกิดจากการสลายตัวของเนื้อเยื่อในร่างกายที่เกิดจากการเผาผลาญเพื่อสร้างพลังงาน </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">โดยไตจะเลือกกรองเฉพาะของเสียหรือสารบางอย่างที่จะเป็นอันตรายต่อร่างกาย ส่วนของที่ดีที่จำเป็นก็จะเก็บเอาไว้ในร่างกายต่อไป</span></p>
<p>ด้วยเหตุนี้ <span style="color: #993300;">ถ้าไตเกิดเสียสมรรถภาพในการกรองเลือด ก็จะทำให้มีของเสียในเลือดมากขึ้น</span> และส่งผลเป็นลูกโซ่ทำให้ไตเสื่อมสภาพลงเรื่อยๆจนเป็น <strong><span style="color: #808000;">ไตวาย</span></strong></p>
<p>ทำให้ในเลือดมีแต่ของเสียและของมีพิษ จนผู้ป่วยจะต้องเสียชีวิตในที่สุด (หากไม่ได้รับการรักษาด้วยไตเทียม หรือปลูกถ่ายไต)</p>
<h3><strong><span style="color: #333300;">โรคแห่งการบั่นทอน</span></strong></h3>
<p><strong><span style="color: #808000;">โรคไตวาย </span></strong>ถือได้ว่าเป็นโรคที่บั่นทอนกำลังใจกำลังกาย และกำลังทรัพย์ของผู้ป่วยและญาติพี่น้องอย่างมาก เพราะคนที่เป็น<strong><span style="color: #808000;">ไตวาย</span></strong>อาการจะ<strong>มีแต่ทรงกับทรุด</strong>เท่านั้น</p>
<p><img class="size-full wp-image-10106 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2019/03/เป็นไตวายร่างกายจะทรุด.jpg" alt="โรคไตวายจะส่งผลให้เสียค่ารักษาจำนวนมากและทรุดลงเรื่อยๆ" width="500" height="333" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/เป็นไตวายร่างกายจะทรุด.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/เป็นไตวายร่างกายจะทรุด-300x200.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/เป็นไตวายร่างกายจะทรุด-395x263.jpg 395w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>เพราะไตส่วนที่ถูกทำลายไปแล้ว จะถูกทำลายอย่างถาวร(ฟื้นฟูซ่อมแซมไม่ได้) และจะถูกทำลายลุกลามอย่างต่อเนื่องจนไตถูกทำลายทั้งหมด แล้วรอวันตาย ความหวังเพียงหนึ่งเดียวก็คือ มีผู้บริจาคไตให้นำมาปลูกถ่ายไตเท่านั้น (ค่าใช้จ่ายประมาณ 300,000 ขึ้นไป)</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ส่วนคนที่ยังไม่ได้รับการปลูกถ่ายไต ก็จะต้องไปฟอกเลือดที่โรงพยาบาล (เพราะไตไม่สามารถกรองของเสียในเลือดได้เหมือนเดิม) ค่าใช้จ่ายก็ประมาณ 1,500-3,500 บาทต่อครั้ง </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">แต่การที่ไตยังถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้มีของเสียในเลือดมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ป่วยก็ต้องไปฟอกเลือดบ่อยขึ้นเรื่อยๆ จากเดือนละครั้งเป็นสัปดาห์ละครั้ง จนกลายเป็นสัปดาห์ละหลายครั้ง (เดือนละหลายหมื่นบาท)</span></p>
<p><img class="size-full wp-image-10107 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2019/03/โรคไตวายอันตรายต่อชีวิต.jpg" alt="เมื่อถึงที่สุดแล้วผู้ป่วยไตวายจะเสียชีวิตลงหากไม่ได้ปลูกถ่ายไต" width="500" height="359" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/โรคไตวายอันตรายต่อชีวิต.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/โรคไตวายอันตรายต่อชีวิต-300x215.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/โรคไตวายอันตรายต่อชีวิต-307x220.jpg 307w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/โรคไตวายอันตรายต่อชีวิต-395x284.jpg 395w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">สุดท้ายเมื่อไตวายถึงระยะสุดท้าย ถ้าไม่ได้รับการปลูกถ่ายไต ผู้ป่วยก็จะเสียชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย</span></p>
<h3><strong><span style="color: #008000;">ต้นเหตุของความดันสูง-ไตวาย</span></strong></h3>
<p>ต้นเหตุของการมี<strong><span style="color: #808000;">ความดันสูง</span></strong>นั้น ปัจจุบันทางการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่<strong><span style="color: #808000;">ความดันสูง</span></strong>มักจะมีความสัมพันธ์กับการกินอาหารเค็ม(มีโซเดียมสูง) <strong><span style="color: #808000;">ไขมันในเลือดสูง</span></strong> ความอ้วน กรรมพันธุ์ อายุมาก การสูบบุหรี่ การดื่มเหล้า และการขาดการ<strong><span style="color: #808000;">ออกกำลังกาย</span></strong></p>
<p style="padding-left: 30px;"> <span style="color: #666699;">ส่วนต้นเหตุหลักที่ทำให้เราเป็นโรคไตก็คือ <strong>โรคเบาหวาน</strong> และ<strong>ความดันสูง โ</strong>ดยสองโรคนี้เป็นต้นเหตุของผู้ป่วยโรคไตประมาณ 50% รองลงมาได้แก่ การเป็น<strong>นิ่วในไต</strong>หรือท่อไต ผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันต้านตัวเอง โรคติดเชื้อทางไต โรคพันธุกรรมทางไต</span></p>
<p>นอกจากนี้ หนึ่งในสาเหตุที่สำคัญก็คือ <span style="color: #808000;">การบริโภคสารที่เป็นพิษต่อไต</span> เช่น <strong>การกินเกลือมากเกินไป (คนที่กินโซเดียมมากเกินจะเสี่ยงเป็นทั้งโรคไตและความดันสูง)</strong></p>
<p><img class="size-full wp-image-10108 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2019/03/เกลือ-Salt.jpg" alt="การทานเกลือมากเกินไปทำให้เป็นโรคไตและความดันสูง" width="500" height="467" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/เกลือ-Salt.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/เกลือ-Salt-300x280.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/เกลือ-Salt-395x369.jpg 395w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>การกินยามากเกินปริมาณที่กำหนด เพราะยาที่เป็นพิษต่อไตประเภทยาแก้ปวดบางตัว ยาปฏิชีวนะบางตัว ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาลูกกลอน หรือแม้แต่การกินยาตามขนาดที่กำหนด</p>
<p>แต่กินต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆก็ทำให้ไตวายได้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้คนที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังต่างๆเช่น <strong><span style="color: #808000;">เบาหวาน ความดันสูง โรคหัวใจ มะเร็ง</span></strong> ที่ต้องกินยาตามแพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง จึงมักได้โรคไตเป็นของแถมมาด้วย</p>
<p><img class="size-full wp-image-7845 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2017/08/ดื่มน้ำให้คุณประโยชน์ต่อร่างกาย.jpg" alt="ดื่มน้ำให้คุณประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก" width="500" height="560" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2017/08/ดื่มน้ำให้คุณประโยชน์ต่อร่างกาย.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2017/08/ดื่มน้ำให้คุณประโยชน์ต่อร่างกาย-267x300.jpg 267w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>รวมถึงคนที่ดื่มน้ำน้อยเกินไป ซึ่งจะทำให้เลือดมีความข้นและหนืดกว่าคนปกติ ทำให้ไตต้องทำงานหนักในการกรองและจับของเสีย จึงทำให้ไตเสื่อมสภาพเร็ว มีโอกาสเป็นโรคไตได้เช่นกัน</p>
<h4><strong><span style="color: #808000;">กินโซเดียมมาก มีความเสี่ยงสูง</span></strong></h4>
<p>องค์การอนามัยโลกกำหนดว่า เพื่อสุขภาพที่ดีเราควรกินโซเดียมไม่เกินวันละ 2,400 mg  หรือเท่ากับเกลือประมาณ 6 กรัมหรือ 1 ช้อนชา (ในเกลือจะมีโซเดียมประมาณ 40-50 เปอร์เซ็นต์)</p>
<p>แต่ในปัจจุบัน คนไทยกลับมีพฤติกรรมการกินอาหารที่มี<strong>เกลือ(โซเดียม)</strong>มากขึ้นเช่น กินอะไรก็มักจะต้องมีพริกน้ำปลา เวลากินผลไม้ก็ต้องจิ้มพริกเกลือ น้ำปลาหวาน กะปิ</p>
<p><img class="size-full wp-image-10109 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2019/03/แฮมเบอเกอร์-hamburger.jpg" alt="แฮมเบอเกอร์เป็นอาหารที่มีโซเดียมเยอะ" width="500" height="333" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/แฮมเบอเกอร์-hamburger.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/แฮมเบอเกอร์-hamburger-300x200.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/แฮมเบอเกอร์-hamburger-395x263.jpg 395w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">นอกจากนี้ในปัจจุบันคนไทยนิยมกินอาหารนอกบ้านโดยเฉพาะอาหารประเภท<strong>แฮม เบคอน ไส้กรอก สุกี้ หมูกระทะ เนื้อย่างเกาหลี บาร์บีคิว ชาบู</strong> รวมถึงอาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่ต้องจิ้ม<strong>น้ำจิ้ม</strong>จำนวนมาก </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ซึ่งใน<strong>น้ำจิ้ม</strong>ก็มักจะใส่เกลือหรือ<strong>ผงชูรส</strong> รวมถึงเรายังได้รับเกลือที่อยู่ใน<strong>ซีอิ้ว น้ำปลา ซอสหอยนางรม ซอสพริก</strong>อีกด้วย</span></p>
<p>รวมทั้งอาหารรสจัด รสแซ่บต่างๆเช่น ส้มตำ ต้มยำ ยำต่างๆ ปลาเค็ม กุนเชียง ซึ่งการปรุงอาหารเหล่านี้จะต้องใช้วัตถุปรุงรสหลายอย่าง ทั้งผงชูรส เกลือ และน้ำตาล</p>
<p>พ่อค้าหลายคนจะใส่<strong>ผงชูรส</strong>หรือ<strong>ผงปรุงรส</strong>ลงไปในข้าวแกงที่ทำไว้ขาย (ผงปรุงรสแค่ 2-3 ช้อนชาก็มีโซเดียมมากเกินแล้ว) เพราะใส่แล้วลูกค้าจะติดใจในรสชาติ</p>
<p><img class="size-full wp-image-10110 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2019/03/ปรุงอาหาร-cooking.jpg" alt="อาหารตามสั่งมักใส่ผงชูรสเพื่อรสชาติที่ดี" width="500" height="290" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/ปรุงอาหาร-cooking.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/ปรุงอาหาร-cooking-300x174.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/ปรุงอาหาร-cooking-395x229.jpg 395w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวเองหลายๆร้านก็จะเทผงชูรสจำนวนมากลงไปในหม้อต้มเลย บางร้านก็จะใส่ซุปสำเร็จรูปแบบก้อนลงในน้ำซุป และเวลาตักใส่ชามก็จะใส่ผงชูรสให้อีก</p>
<p style="padding-left: 30px;"> <span style="color: #666699;">นอกจากนี้เรายังได้รับโซเดียมจากอาหารสำเร็จรูปที่เรากิน เช่น <strong>บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป</strong> (แบบซองบางยี่ห้อแค่ซองเดียวก็มีโซเดียมสูงถึง 1,500 mg) <strong>ของขบเคี้ยว</strong> (มีโซเดียมประมาณ 500 กรัมต่อถุง) </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">จากพฤติกรรมที่กล่าวมานี้ จึงทำให้โดยเฉลี่ยแล้วคนไทยบริโภคโซเดียมสูงถึงวันละ 5,000 มิลลิกรัม ซึ่งถือว่าได้รับ<span style="color: #993300;">เกินมาตรฐานมากกว่า 2 เท่าเลยทีเดียว&#8230;</span></span></p>
<p><img class="size-full wp-image-10112 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2019/03/บะหมี่สำเร็จรูป-noodles.jpg" alt="บะหมี่สำเร็จรูป อุดมไปด้วยโซเดียมทำให้เป็นไตวายและความดันสูง" width="500" height="333" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/บะหมี่สำเร็จรูป-noodles.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/บะหมี่สำเร็จรูป-noodles-300x200.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/บะหมี่สำเร็จรูป-noodles-395x263.jpg 395w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>นอกจากนี้คนไทยมากกว่า 1 ใน 3 ที่ดื่มน้ำไม่เพียงพอ (การดื่มน้ำเพียงพอจะช่วยให้ไตขับโซเดียมออกมาได้ดีขึ้นด้วย และช่วยให้เลือดข้นน้อยลงทำให้ความดันลดลง)</p>
<p>เพราะเหตุดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนไทยจะเป็นโรค<strong><span style="color: #808000;">ความดันสูง</span></strong>และโรคไตมากมาย คนไทยเป็นไตวายระยะสุดท้ายมากถึงประมาณ 35,000 คน และตายจากโรคไตปีละประมาณ 13,000 คน</p>
<p>ฉะนั้นถ้าเราต้องการหลีกเลี่ยงโรค<strong><span style="color: #808000;">ความดันสูง</span></strong>และโรคไต หรือสำหรับคนป่วยที่ต้องการให้อาการดีขึ้นเราก็ต้องลด ละ เลิกพฤติกรรมดังกล่าว</p>
<h4><strong><span style="color: #808000;">วิธีห่างไกลจากโรคความดัน-ไตวาย</span></strong></h4>
<ul>
<li><strong><span style="color: #666699;">หลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัดและภาวะเครียด</span></strong></li>
</ul>
<p><img class="size-full wp-image-10113 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2019/03/คะน้าหมูกรอบ.jpg" alt="อาหารรสจัดที่เต็มไปด้วยไขมันและโซเดียม" width="500" height="375" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/คะน้าหมูกรอบ.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/คะน้าหมูกรอบ-300x225.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/คะน้าหมูกรอบ-395x296.jpg 395w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<ul>
<li><strong><span style="color: #666699;">ดื่มน้ำสะอาดวันละ 1.5-2 ลิตร</span></strong></li>
</ul>
<ul>
<li><strong><span style="color: #666699;">หลีกเลี่ยงการใช้ยาต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ</span></strong></li>
</ul>
<ul>
<li><strong><span style="color: #666699;">ควบคุมอย่าให้มีไขมันในเลือดสูง</span></strong></li>
</ul>
<ul>
<li><strong><span style="color: #666699;">ประพฤติตนให้ห่างไกลจากโรคเบาหวาน ความดัน และโรคเรื้อรังอื่นๆ จะได้ไม่ต้องกินยาเป็นประจำ</span></strong></li>
</ul>
<p><img class="size-full wp-image-7721 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2017/08/อ้วนลงพุงต้องออกกำลังกาย.jpg" alt="อ้วนลงพุงต้องออกกำลังกายและดูแลสุขภาพ" width="500" height="334" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2017/08/อ้วนลงพุงต้องออกกำลังกาย.jpg 600w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2017/08/อ้วนลงพุงต้องออกกำลังกาย-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<ul>
<li><strong><span style="color: #666699;">รักษาน้ำหนักไม่ให้มากเกิน</span></strong></li>
</ul>
<ul>
<li><strong><span style="color: #666699;">ออกกำลังกายสม่ำเสมอ</span></strong></li>
</ul>
<ul>
<li><strong><span style="color: #666699;">งดแอลกอฮอล์และบุหรี่</span></strong></li>
</ul>
<p><strong><span style="color: #993300;">คนที่อายุ 35 ปีขึ้นไปหรือครอบครัวมีประวัติการป่วยเป็นความดัน โรคไต เบาหวาน ควรจะตรวจเลือดและปัสสาวะอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง</span></strong></p>
<p><img class="size-full wp-image-10114 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2019/03/ตรวจเลือด-blood-test.jpg" alt="หากมีประวัติสุขภาพไม่ดี ควรมีการตรวจเลือดปีละครั้ง" width="500" height="333" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/ตรวจเลือด-blood-test.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/ตรวจเลือด-blood-test-300x200.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2019/03/ตรวจเลือด-blood-test-395x263.jpg 395w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p><strong><span style="color: #993300;">หรือคนที่ปัสสาวะบ่อย ฉี่ขัด ปัสสาวะสีเข้มแบบน้ำล้างเนื้อ มีอาการบวมที่หน้า เท้า มีอาการปวดหลังปวดเอว เบื่ออาหาร คลื่นไส้ </span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #993300;">ซึ่งเป็นอาการของคนเป็นโรคไต ก็ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อจะได้รักษาไม่ให้เป็นหนักมากขึ้น และด้วย 8 วิธีในการหลีกเลี่ยงโรคความดัน-ไตวายนี้ ก็จะช่วยให้คุณพ้นจากโรคเหล่านี้ไปได้ไม่ยาก</span></strong></p>
<p><strong>บทความที่น่าสนใจ</strong></p>
<ul>
<li><strong><a href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87-trick-curation/" target="_blank" rel="noopener">ดูแล “ความดันสูง” ให้อยู่หมัด</a></strong></li>
<li><strong><a href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94-hyperlipidemia/" target="_blank" rel="noopener">ทำไมเราถึงเสี่ยงเป็นโรค “ไขมันในเลือด” สูง</a></strong></li>
<li><strong><a href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87-chronic-illness/" target="_blank" rel="noopener">ความจริงของ “โรคเรื้อรัง” ที่คุณต้องรู้</a></strong></li>
</ul>
<div class="hatom-extra" style="display:none;visibility:hidden;"><span class="entry-title">ไตวาย ความดันสูง เพราะกินเค็ม!?</span> was last modified: <span class="updated">มีนาคม 28th, 2019</span> by <span class="author vcard"><span class="fn">admin</span></span></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a2-renal-failure/">ไตวาย ความดันสูง เพราะกินเค็ม!?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></content:encoded>
			</item>
		<item>
		<title>ดูแล &#8220;ความดันสูง&#8221; ให้อยู่หมัด</title>
		<link>https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87-trick-curation/</link>
		<pubDate>Thu, 27 Oct 2016 05:40:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[FAQ]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแลความดันโลหิตสูงให้อยู่หมัด]]></category>
		<category><![CDATA[ความดันสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ความดันโลหิต]]></category>
		<category><![CDATA[ความดันโลหิตสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ปวดหัว]]></category>
		<category><![CDATA[ลดความดัน]]></category>
		<category><![CDATA[อัมพาต]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นเลือดสมองแตก]]></category>
		<category><![CDATA[โรคความดันโลหิต]]></category>
		<category><![CDATA[โรคความดันโลหิตสูง]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหลอดเลือดสมอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mlm-idea-be-rich.com/?p=6373</guid>
		<description><![CDATA[<p>ดูแลไม่ให้ &#8220;ความดันสูง&#8221; เกินพิกัด หลังจากมี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87-trick-curation/">ดูแล &#8220;ความดันสูง&#8221; ให้อยู่หมัด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #993300;"><strong>ดูแลไม่ให้ &#8220;ความดันสูง&#8221; เกินพิกัด</strong></span></h2>
<p>หลังจากมีข่าวการแชร์โพสต์วิธีรักษาโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันโดยใช้เข็มทิ่มนิ้วเพื่อเจาะเลือดลดแรงดัน แพทย์สภาจึงออกมาเตือนประชาชนทั่วไปที่มี <span style="color: #808000;"><strong>ความดันสูง </strong></span>และเสี่ยงต่อ<strong>โรคหลอดเลือดสมอง</strong><span id="more-6373"></span></p>
<p>เนื่องจากวิธีดังที่ว่าไม่มีการรับรองทางการแพทย์หรือการยืนยันว่ามีประโยชน์เลย อย่าได้หลงเชื่อเพราะอาจทำให้สูญเสียโอกาสทองในการรักษาโรคได้ทันท่วงที</p>
<p>ถ้ามีอาการ<strong>ปวดหัว แขนขาอ่อนแรง ตาพร่า มือชา ปากเบี้ยว </strong>ให้รีบไปพบแพทย์หรือโทร 1669 เพื่อใช้บริการแพทย์ฉุกเฉินโดยด่วน</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">จากที่มีการเผยแพร่คลิปการนวดกดจุดที่บริเวณคอว่อน<strong>โซเชียล</strong>โดยอ้างว่าเป็นการนวดเพื่อรีเฟรชสมอง <strong>แพทย์</strong>ได้ให้ความเห็นว่าวิธีดังกล่าวนี้เป็นอันตรายอาจทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงก้านสมองได้พอ ทำให้สมองส่วนการรับจอภาพเกิดการมืดลงและมองไม่เห็นได้ในที่สุด</span></p>
<p>        หลังจากนั้นไม่นานก็มีการแชร์ในโลก<span style="color: #808000;"><strong>ออนไลน์</strong></span>ที่สร้างความเข้าใจผิดอีกเกี่ยวกับโรค<span style="color: #808000;"><strong>ความดันโลหิตสูง</strong></span>โดยระบุถึงวิธีในการปล่อยเลือดเพื่อช่วยชีวิตจาก<span style="color: #808000;"><strong>โรคหลอดเลือดสมอง</strong></span>เฉียบพลันว่า</p>
<p><span style="color: #808000;">&#8220;ถ้ามีอาการปากเบี้ยวให้ดึงหู และให้นำเข็มฉีดยาหรือเข็มเย็บผ้าแทงที่ปลายนิ้วแล้วบีบให้เลือดไหลออกมา จะเป็นการช่วยชีวิตผู้ป่วยและทำให้ฟื้นได้นั้น&#8221; มาฟังความเห็นจากแพทย์ดูกันค่ะ</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333300;">       อายุรแพทย์เฉพาะทางประสาทวิทยาได้ให้ข้อเท็จจริงว่า<strong> <em>&#8220;โพสต์ที่แชร์นั้นไม่ถูกต้องและไม่มีการรับรองหรือการศึกษาใดๆที่ยืนยันว่าการทำแบบนี้มีประโยชน์หรือช่วยรักษาให้หาย&#8221; </em></strong>ไม่ว่าโรคใดก็ตามการเจาะเลือดออกที่ปลายนิ้วนั้นล้วนไม่มีประโยชน์ </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333300;">คนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจะต้องพบแพทย์เพื่อควบคุมอาการของโรคอย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว การรักษาจะมี2ส่วนคือ ตรวจวัดความดัน และตรวจเลือดเพื่อดูภาวะแทรกซ้อน</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333300;">เช่น มีภาวะหัวใจโตหรือ<strong>ไตวาย</strong>หรือไม่ เพราะ<strong>ความดันโลหิตสูง</strong>ส่วนหนึ่งก็จะมีทั้งโรคไขมันในเลือดสูงหรือมี<strong>เบาหวาน</strong>ร่วมอยู่ด้วย</span></p>
<h3><span style="color: #008000;">สิ่งสำคัญที่ต้องทำควบคู่ไปกับการตรวจอย่างสม่ำเสมอคือ </span></h3>
<p>การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน โดยคนที่เป็น <strong>ความดันสูง </strong>ต้องรับประทานอาหารที่มีรสจืด กินผักให้มากขึ้น กินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง เพราะถ้ายังกินอาหารรสเค็มและมีส่วนผสมของเกลือ น้ำปลาหรือน้ำตาลปริมาณมาก</p>
<p>จะทำให้ควบคุม<strong>ความดันโลหิตสูง</strong>ได้ยาก และจะมีผลกระทบต่อการทำงานของไตด้วย นอกจากนี้ถ้าพบว่ามีภาวะไขมันในเลือดสูงร่วมด้วย <span style="color: #993300;">ก็ต้องพยายามควบคุมอาหารที่มีไขมันเช่น ของทอด ของมัน อาหารทะเล หรืออาหารจำพวกแป้งน้ำตาลต่างๆ</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">      ยังมีคนจำนวนมากที่มี<strong>ความดันโลหิตสูง</strong>แล้วยังมีความเข้าใจผิดว่า <strong>“พอไม่มีอาการปวดหัวก็คิดว่าตัวเองมีความดันปกติ”</strong> ที่จริงแล้วคนที่เป็นความดันโลหิตสูงมากกว่า 95% จะแทบไม่มีอาการใดๆบ่งบอกเลย</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;"> นอกจากพบแพทย์และตรวจวัดความดันโลหิตถึงจะรู้ ถ้าความดันไม่ปกติก็ต้องรักษาตามความรุนแรงของความดันโลหิตนั้น</span></p>
<p>        กรณีที่มีโรค<strong>ความดันโลหิตสูง</strong>หรือว่าอายุมากขึ้น หรือคนในครอบครัวเคยเป็นโรคความดันโลหิตสูง หากมีอาการผิดปกติเช่น มีอาการ<strong>ปวดหัว</strong>ขึ้นมาอย่างรุนแรง</p>
<p>มีอาการตาพร่ามัว ปากเบี้ยว หลับตาไม่สนิท แขนขาอ่อนแรงซีกใดซีกหนึ่งหรือมีอาการมึนชาของร่างกายซีกใดซีกหนึ่ง นึกคำพูดไม่ออก อาการเหล่านี้เป็นตัวบ่งบอกว่าน่าจะมีภาวะแทรกซ้อนจาก <strong>ความดันสูง</strong> ได้</p>
<p>เช่น เกิดปัญหาสมองขาดเลือด หรือเลือดออกในเนื้อสมองเนื่องจาก<strong>เส้นเลือดสมองแตก</strong> ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีหรือโทรศัพท์ไปที่เบอร์ 1669 เพื่อใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉินหรือใช้แอพพลิเคชั่น Fast Track เรียกรถพยาบาลให้มารับเพื่อนำส่งโรงพยาบาลให้ทันท่วงที</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">&#8220;แนะนำว่าให้รีบติดต่อที่โรงพยาบาลทันที ห้ามสังเกตอาการ ใจเย็น ห้ามรอหมอที่คลีนิค ห้ามบีบนวด ห้ามใช้เข็มเจาะเลือดที่ปลายนิ้ว ห้ามดึงหู </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">เพราะถ้าเราประวิงเวลาไว้จะทำให้สูญเสียเวลาที่จะถึงมือแพทย์ เพราะโรคแทรกซ้อนต่างๆจากโรคความดันโลหิตสูงถ้ารักษาได้เร็วก็มีโอกาสหายเร็ว แต่ถ้าเกินนาทีทองไปแล้ว</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">เช่น มีภาวะสมองขาดเลือดเกิน 270 นาที(ประมาณ 4 ชั่วโมง) โอกาสจะกลับมาเป็นปกตินั้นยากมาก&#8221;</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><img class="wp-image-6384 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2016/10/แก้ความดันสูง.jpg" alt="รักษาอาการความดันสูง" width="407" height="285" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/10/แก้ความดันสูง.jpg 514w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/10/แก้ความดันสูง-300x210.jpg 300w" sizes="(max-width: 407px) 100vw, 407px" /></p>
<p>       คนที่เป็น<strong>ความดันโลหิตสูง</strong> หัวใจจะทำงานหนักขึ้นเพราะต้องสูบฉีดแรงขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหนาขึ้น หัวใจโตและหัวใจล้มเหลวตามมา หลอดเลือดแดงทั่วทั้งตัวจะมีผนังหนาขึ้น</p>
<p>โดยเฉพาะหลอดเลือดแดงขนาดเล็กที่อยู่ในเนื้อเยื่อต่าง ๆจะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด จึงเกิดการเสื่อมของผนังหลอดเลือดเหล่านี้ ซึ่งจะนำไปสู่การตีบตันหรือแตก และอวัยวะที่เกี่ยวข้องเกิดความเสียหายและขาดเลือดหรือมีเลือดออก</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333300;">     ความผิดปกติที่เกิดขึ้นเป็นผลของการเปลี่ยนแปลงทั้งทางฟิสิกส์คือ ความดันหรือแรงดันในหลอดเลือดสูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีคือ การที่เซลล์ของผนังหลอดเลือดมีความผิดปกติ เกิดการเสื่อมและมีการอักเสบเรื้อรัง </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333300;">ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดไขมันจับผนังหลอดเลือดและมีการดื้ออินซูลิน ทำให้เกิด<strong>โรคเบาหวาน</strong>หรือการควบคุม<strong>เบาหวาน</strong>ยากขึ้น เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่ายขึ้น </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #333300;">ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจยากและถูกมองข้ามไป การให้ความสนใจเพียงแค่ค่าความดันโลหิตที่วัดได้จึงไม่ถูกต้องนัก</span></p>
<p>    <span style="color: #808000;"><strong> ความดันสูง </strong></span>จึงถือว่าเป็นภัยซ่อนเร้นที่ทำให้เกิดโรคต่างๆตามมาอีกมากเช่น<strong> หลอดเลือดสมองแตก</strong> ตีบเฉียบพลันจนเป็นอัมพฤษ์ <strong>อัมพาต</strong> โรคหลอดเลือดหัวใจ หัวใจล้มเหลว <strong>ไตวาย</strong></p>
<p>ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยโรคความดันจะไม่มีอาการจนกว่าจะเกิดโรคแทรกซ้อนที่ว่าเหล่านี้ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ เราต้องหมั่นตรวจวัดความดันอยู่สม่ำเสมอ</p>
<p>เพราะจะช่วยทำให้วินิจฉัยโรคระยะเริ่มแรกได้ดี ซึ่งถ้าเราควบคุมความดันโลหิตให้ได้ถึงเกณฑ์ปกติตั้งแต่เริ่มวินิจฉัย จะช่วยให้ไม่เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆอีกด้วย</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">       <strong>วิธีวัดระดับความดันโลหิต</strong>จะมีค่าที่แสดงผลอยู่2ส่วนคือ <strong>ค่าตัวบน</strong>และ<strong>ค่าตัวล่าง</strong> โดยความดันค่าตัวบนเป็นความดันช่วงหัวใจบีบตัว ส่วนค่าตัวล่างจะเป็นความดันช่วงหัวใจคลายตัว </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">โดยความดันโลหิตที่เหมาะสมของผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไปนั้นตัวบนต้องไม่เกิน120 มม.ปรอท และตัวล่างไม่เกิน 80มม.ปรอท เรียกสั้นๆว่า 120/80 </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">สำหรับผู้ที่ป่วยที่เป็นโรค<strong>ความดันโลหิตสูง </strong>คือ ความดันโลหิตตัวบนมากกว่าหรือเท่ากับ 140 มม.ปรอทและตัวล่างมากกว่าหรือเท่ากับ90</span></p>
<p>   <strong><span style="color: #993300;">    จึงควรหมั่นตรวจวัดความดันของตนเองบ่อยๆ สม่ำเสมอ ถ้าพบว่ามีอาการแขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน มึนงง วิงเวียน ทรงตัวไม่ได้ ใบหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด </span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #993300;">ซึ่งส่วนมากทุกอาการจะเกิดขึ้นพร้อมกันอย่างฉับพลัน จะต้องรีบขอความช่วยเหลือ1669 ทันที ส่วนการรักษานั้นควรผสมผสานหลายๆทาง ไม่ควรพึ่งยาเพียงอย่างเดียว </span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #993300;">แต่ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะการกินและการออกกำลังกายซึ่งจะช่วยลดความดันโลหิตและไขมันในเลือดลงได้มาก  ที่สำคัญการป้องกันไว้ย่อมดีกว่าการรักษาภายหลังอย่างแน่นอน </span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><a title="ไขมันพอกตับ เสี่ยงกับมะเร็ง" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%9a-fatty-liver/" target="_blank"><strong>&gt;&gt; ไขมันพอกตับ..เสี่ยงมะเร็ง &lt;&lt;</strong></a><br />
<a title="ลดไขมันในเลือด ด้วยน้ำมันรำข้าวออริซามิน Orysamin" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94-orysamin/" target="_blank"><strong> &gt;&gt; ลดไขมันในเลือดด้วยออริซามิน &lt;&lt;</strong></a><br />
<a title="ความดันโลหิตสูง…ต้องกินยาความดันถึงเมื่อไหร่" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87-hypertension-2/" target="_blank"><strong> &gt;&gt; ความดันโลหิตสูง ต้องกินยาถึงเมื่อไหร่ &lt;&lt;</strong></a></p>
<p style="text-align: center;"><a title="ลดไขมันในเลือด ด้วยน้ำมันรำข้าวออริซามิน Orysamin" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94-orysamin/" target="_blank"><img class="alignnone size-full wp-image-5931" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2016/07/น้ำมันรำข้าวงาดำ-ออริซามิน-orysamin.png" alt="ออริซามิน orysamin เซซามินจากงาดำ" width="426" height="350" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/07/น้ำมันรำข้าวงาดำ-ออริซามิน-orysamin.png 426w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/07/น้ำมันรำข้าวงาดำ-ออริซามิน-orysamin-300x246.png 300w" sizes="(max-width: 426px) 100vw, 426px" /></a></p>
<div class="hatom-extra" style="display:none;visibility:hidden;"><span class="entry-title">ดูแล &#8220;ความดันสูง&#8221; ให้อยู่หมัด</span> was last modified: <span class="updated">เมษายน 2nd, 2017</span> by <span class="author vcard"><span class="fn">admin</span></span></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87-trick-curation/">ดูแล &#8220;ความดันสูง&#8221; ให้อยู่หมัด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></content:encoded>
			</item>
		<item>
		<title>หัวใจ กับ ความดันโลหิต</title>
		<link>https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%95-hypertension/</link>
		<pubDate>Mon, 14 Dec 2015 06:00:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[FAQ]]></category>
		<category><![CDATA[หัวใจกับความดันโลหิตสูง]]></category>
		<category><![CDATA[Hypertension]]></category>
		<category><![CDATA[กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง]]></category>
		<category><![CDATA[ความดันสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ความดันโลหิต]]></category>
		<category><![CDATA[ความดันโลหิตสูง]]></category>
		<category><![CDATA[อัมพาต]]></category>
		<category><![CDATA[โรคความดัน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคความดันสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ไขมันในเลือด]]></category>
		<category><![CDATA[ไขมันในเลือดสูง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mlm-idea-be-rich.com/?p=3988</guid>
		<description><![CDATA[<p>หัวใจ กับ ความดันโลหิต เมื่อมีแรงบีบตัวของหัวใจดันเลือด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%95-hypertension/">หัวใจ กับ ความดันโลหิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #993300;">หัวใจ กับ ความดันโลหิต</span></h2>
<p>เมื่อมีแรงบีบตัวของ<strong>หัวใจ</strong>ดันเลือดออกไปสู่เส้นเลือดใหญ่จึงเกิด <strong>&#8220;ความดันโลหิต&#8221; </strong>หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า<strong> &#8220;ความดัน&#8221;</strong> ซึ่ง <strong>ความดันโลหิต </strong>นี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแรงบีบตัวของหัวใจเพียงอย่างเดียว</p>
<p>แต่ยังเกี่ยวข้องกับขนาดของเส้นเลือดที่ไหลผ่านด้วย หลายๆคนคงจะเห็นภาพเวลาที่เราเอานิ้วไปอุดสายยางรดน้ำต้นไม้แล้วทำให้น้ำพุ่งได้แรงขึ้น ไกลขึ้น การพุ่งของเลือดก็เช่นเดียวกันครับ<span id="more-3988"></span></p>
<p>เมื่อเส้นเลือดหดเล็กลง เลือดก็จะพุ่งแรงขึ้น จึงเป็นที่มาของ <span style="color: #808000;"><strong>ความดันโลหิตสูง (Hypertension) </strong></span>ถ้าอย่างนั้น <strong>ความดันสูง </strong>ก็น่าจะดีสินะ! เพราะเลือดพุ่งไกลขึ้น แรงขึ้น หัวใจน่าจะทำงานน้อยลง.. แบบนั้นทำไมเราต้องมานั่งรักษา <strong>โรคความดันสูง </strong>กันล่ะ?</p>
<p>ก็เพราะในขณะที่เส้นเลือดมีไขมันไปพอกจนทำให้มีขนาดเล็กลง หัวใจต้องทำงานเพิ่มขึ้นอีกเพื่อบีบตัวต้านกับแรงเสียดทานของ<span style="color: #808000;"><strong>ผนังหลอดเลือด</strong> </span>แม้ว่าเลือดจะพุ่งได้ไกลได้แรงก็จริง</p>
<p><span style="color: #993300;">แต่สิ่งที่ร่างกายต้องการก็คือ &#8220;ปริมาณ&#8221; ไม่ใช่ &#8220;ความแรง&#8221; ของเลือด</span> หัวใจจึงต้องทำงานหนักมากขึ้นในการดันเลือดออกไปให้ได้ปริมาณเท่าเดิม</p>
<p>นอกจากนี้การที่เลือดพุ่งออกจากหลอดเลือดแรงมากเกินไป นอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้วยังกระทบกระแทกกับ<strong>ผนังหลอดเลือด</strong>จนอาจเกิดการแตกได้ โดยเฉพาะในเส้นเลือดเล็กที่มีความเปราะบางอย่างเส้นเลือดสมอง</p>
<p>ซึ่งถ้าหากมีการแตกก็อาจทำให้ผู้ป่วยเป็น<strong>อัมพาต</strong>ไปอย่างถาวรได้ เมื่อรู้เช่นนี้แล้วเรามารักษา<span style="color: #808000;"><strong>หัวใจ</strong></span>ให้แข็งแรงอยู่กับเราไปนานๆเถอะครับ</p>
<p>คนส่วนใหญ่มักจะกลัวว่า ตัวเองเป็น <strong>โรคหัวใจ </strong>หรือเปล่า? เพราะทั่วๆไปจะรู้สึกว่า การที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็น <strong>โรคหัวใจ </strong>นั้นเป็นเรื่องใหญ่ เป็นสิ่งที่น่ากลัวเสียเหลือเกิน ซึ่งอันที่จริงนั้น <strong>โรคหัวใจ </strong>มีด้วยกันอยู่หลายแบบ</p>
<h3>     <span style="color: #008000;">โรคหัวใจ (และหลอดเลือด)</span> นั้น มีอยู่หลายแบบหลายกลุ่มด้วยกัน  แบ่งออกได้คร่าวๆ  คือ</h3>
<ul>
<li><span style="color: #666699;"><strong>โรคหัวใจ </strong>จาก <strong>ความดันโลหิตสูง</strong></span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">โรคหลอดเลือดกล้ามเนื้อหัวใจตีบ (หรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด)</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">โรคลิ้นหัวใจผิดปกติ</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">โรค<strong>กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง</strong> และหัวใจล้มเหลว</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">โรคหัวใจเต้นผิดปกติ</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">ภาวะผิดปกติอื่นๆ ของหัวใจที่นานๆ พบได้บ้าง เช่น  เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ หรือก้อนเนื้อ (TUMOR) ที่หัวใจ</span></li>
</ul>
<h4><strong><span style="color: #808000;"> ความดันเลือดปกติของคนเราจะอยู่ที่ประมาณ  120/80 มิลลิเมตรปรอท</span> (มิลลิเมตรปรอท เป็นหน่วยวัดของความดันในหลอดเลือด)  ค่าตัวเลข “120” ตัวแรกนั้น </strong></h4>
<h4><strong>เรียกกันว่า <span style="color: #008000;">ตัวบน</span> คือค่าความดันเมื่อหัวใจบีบตัวให้เลือดพุ่งออกมาจากหัวใจด้วยความแรง  ความดันนี้จึงเป็นค่าสูง วัดออกมาได้เป็นความดันเลือดตัวแรก ส่วนตัวเลข &#8220;80&#8221;  ตัวหลังคือ ความดันเลือดช่วงหัวใจคลายตัว เรียกกันว่า ความดัน<span style="color: #008000;">ตัวล่าง</span></strong></h4>
<ul>
<li>ในคนปกติทั่วไป ถ้ามีความดันตัวบนเกิน<span style="color: #993300;"><strong> 130 มิลลิเมตรปรอท หรือตัวล่างเกิน 85 มิลลิเมตรปรอท</strong></span>แล้ว ถือว่ามีภาวะ <strong>ความดันสูง</strong></li>
</ul>
<ul>
<li>แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานหรือมีโรคของหลอดเลือดแล้ว ถ้าความดันเกิน <span style="color: #993300;"><strong>120 / 80</strong></span> มิลลิเมตรปรอท ก็นับว่า <strong>ความดันสูง </strong>เกินไปแล้ว</li>
</ul>
<p><span style="font-weight: normal;"><strong>ความดันโลหิต </strong>ที่วัดได้จะใช้เกณฑ์พิจารณาดังนี้ ต้องเป็นความดันที่วัดในเวลาที่คนถูกวัดนั้นนั่งพักอยู่ย่างน้อยครึ่งชั่วโมงและไม่มีความเครียด  กลัว หรือวิตกกังวลใดๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: normal;">รวมทั้งต้องไม่มีความเจ็บปวด  หิว  อิ่ม  แน่นท้อง หรือโมโห  เพราะช่วงเวลาดังกล่าวนี้จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิต เกิดความคลาดเคลื่อนจากค่าความดันโลหิตพื้นฐานได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: normal;">นอกจากนี้ถ้าเราวัด<strong>ความดันโลหิต</strong>หลังจากออกกำลังกาย เราจะได้ค่า<strong>ความดันโลหิต</strong>ที่ต่ำกว่าความดันโลหิตพื้นฐาน ซึ่งจะเป็นเช่นนี้ต่อไปได้อีกถึง 2 – 3 ชั่วโมง หลังหยุดออกกำลังกายแล้ว แต่ถ้าวัดขณะออกกำลังกาย ความดันโลหิตก็จะสูงขึ้นกว่าค่าพื้นฐานปกติ</span></p>
<p><span style="font-weight: normal;">ดังนั้น การดูแลคนไข้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงนั้น  จา่กการที่นานๆ  2 – 3 เดือน จึงมาวัดความดันกับแพทย์ครั้งหนึ่ง จึงเป็นการยากที่จะบอกได้ว่าความดันโลหิตที่วัดได้ขณะนั้นปกติ </span></p>
<p><span style="font-weight: normal;">หรือได้รับการควบคุมที่ดีพอหรือไม่ แนะนำว่าให้<strong><span style="color: #993300;">วัดความดันโลหิตเองที่บ้านโดยใช้เครื่องวัดความดันอัตโนมัติ</span></strong> ซึ่งค่าที่วัดจะเชื่อถือได้เมื่อได้ใช้วัดเทียบกับที่แพทย์วัดสัก 1 – 2 ครั้งก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: normal;">ควรวัดความดันตัวเอง<span style="color: #808000;">ตอนเช้า</span>หลังตื่นนอนก่อนลุกจากเตียงไปเข้าห้องน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน วัดสามครั้งติดๆกันแล้วจดไว้เพื่อนำมาดู ความดันโลหิตที่วัดได้ในเวลานั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: normal;"> น่าจะเป็นช่วงที่เชื่อได้ว่าเป็น<span style="color: #808000;"><strong>ความดัน พื้นฐาน</strong></span>ของคนนั้นๆ  เพราะได้นอนหลับพักผ่อนมาตลอดทั้งคืน (ยกเว้นในบางรายที่นอนไม่หลับ)</span></p>
<p><span style="font-weight: normal; color: #666699;">ความดันพื้นฐานของคนเราในช่วงเช้าจะเป็นช่วงที่สูงที่สุดของแต่ละวัน (ไม่นับความดันที่เปลี่ยนแปลงจากการที่ได้รับการกระตุ้นจากสิ่งต่างๆ ที่กล่าวมา) </span></p>
<p><span style="font-weight: normal; color: #666699;">ถ้าขยันจดบันทึก ขยันวัดความดันไว้ทุกวันๆ  เมื่อนำมาดูกันก็จะทำให้ทราบแนวโน้มความดันโลหิตพื้นฐานของตรเองได้ดี  ทำให้การดูแลทำได้ดียิ่งขึ้น</span><br style="font-weight: normal;" /><span style="font-weight: normal; color: #666699;">ปัญหาเรื่อง<strong>ความดันโลหิตสูง  โรคเบาหวาน</strong>  <strong>ไขมันในเลือดสูง </strong>จึงมีความเกี่ยงโยงกันหมด</span></p>
<h3><span style="color: #008000;">ถนอมหัวใจเริ่มด้วยที่ 4 วิธีง่ายๆคือ</span></h3>
<p><span style="color: #666699;"><strong>1. ออกกำลังกาย   </strong></span>การออกกำลังกายที่ใช้ความเร็ว เช่น การว่ายน้ำ การวิ่ง การปั่นจักรยาน การออกแรงที่ทำให้หัวใจได้เต้นแรงๆ เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 15 นาทีต่อครั้ง จะเป็นเหมือนการ &#8220;ฟิตกล้าม&#8221; ให้กับกล้ามเนื้อหัวใจได้หัดทำงาน</p>
<p>เมื่อกล้ามเนื้อหัวใจได้ฝึกบ่อยๆ การบีบตัวก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ในเวลาปกติหัวใจจะบีบตัวช้าลง ทำงานน้อยลงก็จะทำงานได้นานขึ้นอยู่กับเราไปจนแก่เฒ่า</p>
<p><strong><span style="color: #666699;">2. กินอาหารที่มีประโยชน์</span> </strong>  มีสำนวนฝรั่งสำนวนหนึ่งกล่าวไว้ว่า <strong>&#8220;You are what you eat&#8221;</strong> หรือ<strong> &#8220;กินอะไรได้อย่างนั้น&#8221;</strong> การกินอาหารที่มีไขมันสูง</p>
<p>นอกจากจะทำให้ไขมันในเลือดเพิ่มสูงขึ้นแล้ว ไขมันตัวร้ายเหล่านี้ยังไปสะสมอยู่ตามหลอดเลือดเหมือนเป็นตะกรันในท่อน้ำ ทำให้น้ำไหลไม่สะดวกเกิดภาวะความดันโลหิตสูงตามมา</p>
<p>นอกจากไขมันแล้วยังมีความเค็มที่จะทำให้น้ำถูกเก็บเอาไว้ในร่างกายเพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณเลือดหมุนเวียนในร่างกายเพิ่ม แต่คุณภาพของเลือดลดลง ดังนั้นหัวใจจึงต้องบีบตัวทำงานหนักขึ้น</p>
<p><strong><span style="color: #666699;">3. หลีกเลี่ยงความเครียด</span></strong>  มีคำพูดว่า<strong> &#8220;หัวใจสลาย&#8221;</strong> เอาไว้ใช้เวลาที่คนเราเผชิญกับความเครียดที่เกินจะทน ซึ่งก็ไม่ได้เกินจริงครับ เมื่อเรามีความเครียดระบบต่างๆในร่างกายจะรวน</p>
<p>และหลั่งฮอร์โมนความเครียดซึ่งจะทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น แรงขึ้น แต่ไร้ประสิทธิภาพ เป็นการทำงานหนักโดยไม่จำเป็น</p>
<p><strong><span style="color: #666699;">4. งดบุหรี่</span></strong> นอกจากจะเป็นพิษต่อปอดแล้ว ยังมีงานวิจัยอกมาแล้วว่าบุหรี่นั้นเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้หลอดเลือดทั่วร่างกายเกิดความผิดปกติและไม่ยืดหยุ่นเหมือนที่ควรจะเป็น</p>
<p>หลอดเลือดที่แข็งเกินไปเหล่านี้ไม่สามารถขยายตัวเวลาที่ร่างกายต้องการเพิ่มปริมาณเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้ ดังนั้นภาระการทำงานหนักจึงขึ้นอยู่กับหัวใจ</p>
<p>ยังมีรายละเอียดอีกมากมายที่จะช่วยให้หัวใจของคุณแข็งแรง แต่แค่ทำ 4 สิ่งหลักๆนี้ให้ได้ แล้วเสริมด้วย <span style="color: #808000;"><strong>เบต้ากลูแคน </strong></span>ที่ช่วย<strong>ปรับสมดุล</strong>ทั้งระบบให้กับร่างกาย ก็เท่ากับคุณได้ถนอมหัวใจของตัวเองไว้ไม่ให้ตกอยู่ในอันตรายได้มากแล้วล่ะ</p>
<p><a title="อาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน นูทริก้า (Nutriga)" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99-nutriga/" target="_blank"><img class="size-full wp-image-7343 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2017/05/อาหารเสริมบำรุงร่างกายเบต้ากลูแคน-นูทริก้า-nutriga.jpg" alt="อาหารเสริมบำรุงร่างกายเบต้ากลูแคน นูทริก้า nutriga" width="323" height="250" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2017/05/อาหารเสริมบำรุงร่างกายเบต้ากลูแคน-นูทริก้า-nutriga.jpg 323w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2017/05/อาหารเสริมบำรุงร่างกายเบต้ากลูแคน-นูทริก้า-nutriga-300x232.jpg 300w" sizes="(max-width: 323px) 100vw, 323px" /></a></p>
<h4 style="text-align: center;"><a title="อาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน นูทริก้า (Nutriga)" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99-nutriga/" target="_blank"><strong> &gt;&gt; รายละเอียด : นูทริก้า (Nutriga) &lt;&lt;</strong></a><br />
<strong> <a title="[รีวิว] รักษา ‘โรคนอนไม่หลับ’ ด้วยนูทริก้า Nutriga" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-nutriga-review/" target="_blank">&gt;&gt; รีวิวสินค้า : นูทริก้า กับโรคนอนไม่หลับ &lt;&lt;</a></strong><br />
<a title="[รีวิว] วิธีรักษา ”โรคแพนิค” ด้วยอาหารเสริม Nutriga" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84-nutriga-cure-panic-disorder/" target="_blank"><strong>&gt;&gt; รีวิวสินค้า : นูทริก้า กับโรคแพนิค &lt;&lt;</strong></a></h4>
<div class="hatom-extra" style="display:none;visibility:hidden;"><span class="entry-title">หัวใจ กับ ความดันโลหิต</span> was last modified: <span class="updated">พฤษภาคม 14th, 2017</span> by <span class="author vcard"><span class="fn">admin</span></span></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%95-hypertension/">หัวใจ กับ ความดันโลหิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></content:encoded>
			</item>
	</channel>
</rss>
