<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรคหัวใจเกิดจาก &#8211; TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</title>
	<atom:link href="https://www.tisatrendy.com/tag/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.tisatrendy.com</link>
	<description>รวมทุกเทรนด์เพื่อสุขภาพที่ดีและไลฟ์สไตล์ทันสมัย</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Sep 2025 05:31:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.9.7</generator>

<image>
	<url>https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2024/06/cropped-TisaTrendy-Web-Icon-32x32.png</url>
	<title>โรคหัวใจเกิดจาก &#8211; TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</title>
	<link>https://www.tisatrendy.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>โรคหัวใจ ภัยร้ายใกล้ตัวคนทำงาน</title>
		<link>https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<pubDate>Tue, 01 Mar 2016 06:30:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[4 อาการเสี่ยงโรคหัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[FAQ]]></category>
		<category><![CDATA[ตรวจหัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาโรคหัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[สาเหตุโรคหัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[หลอดเลือดอุดตัน]]></category>
		<category><![CDATA[หัวใจขาดเลือด]]></category>
		<category><![CDATA[เจ็บหน้าอก]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหัวใจตีบ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหัวใจวาย]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหัวใจเกิดจาก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mlm-idea-be-rich.com/?p=4690</guid>
		<description><![CDATA[<p>4 อาการเสี่ยง &#8220;โรคหัวใจ&#8221; ภัยใกล้ตัวคนทำงาน  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">โรคหัวใจ ภัยร้ายใกล้ตัวคนทำงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #993300;">4 อาการเสี่ยง &#8220;โรคหัวใจ&#8221; ภัยใกล้ตัวคนทำงาน</span></h2>
<p>หนุ่มสาวออฟฟิศคนไหนที่แค่เดินขึ้นสะพานลอยก็เหนื่อยแล้ว หรือโมโหหิวก็มีอาการ<span style="color: #808000;"><strong>เจ็บหน้าอก</strong></span> ขอเตือนว่าคุณอาจมีอาการเสี่ยงของ <span style="color: #808000;"><strong>โรคหัวใจ </strong></span>แล้ว<span id="more-4690"></span></p>
<p>แต่อย่าเพิ่งจิตตกกังวลเรื่องอกข้างซ้ายกันไปมากนักล่ะ เพราะอาการดังกล่าวก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับคนเป็น<strong>โรคหัวใจ</strong>เท่านั้น ยังมีโรคอื่นๆอีกที่มีอาการคล้ายๆกันแบบนี้</p>
<p>ซึ่งเรามีวิธีเช็คอาการเสี่ยง <span style="color: #808000;"><strong>โรคหัวใจ </strong></span>แบบเจาะลึกง่ายๆมาบอก ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถสังเกตและประเมินอาการของตัวเองในเบื้องต้นได้ว่ากำลังเป็น<span style="color: #808000;"><strong>โรคหัวใจ</strong></span>อยู่หรือไม่? <span style="color: #993300;"><strong>สรุปอาการโรคหัวใจ</strong></span>หรือสัมพันธ์กับหัวใจผิดปกตินั้นมีไม่มากนัก</p>
<h3><span style="color: rgb(0, 128, 128);"><strong>สัญญาณเตือนโรคหัวใจ</strong></span></h3>
<p><strong><span style="color: #008000;">1. เหนื่อยง่าย </span></strong></p>
<p>คำว่า<span style="color: #808000;"><strong> &#8220;</strong><strong><span style="color: rgb(128, 128, 0);">เหนื่อยง่าย&#8221;</span> </strong></span>ในความหมายของแพทย์คือ มีอัตราการหายใจมากกว่าปกติ แต่ในความหมายของผู้ป่วยส่วนใหญ่นั้นจะเข้าใจว่าหมายถึง อาการ<strong>เหนื่อย</strong> เพลีย หมดแรง มือเย็น เท้าเย็น มีอาการชา เวลาพูดก็รู้สึก<strong>เหนื่อย</strong> ซึ่งอาการ<strong>เหนื่อย</strong>เหล่านี้มักไม่ใช่อาการจาก <span style="color: #808000;"><strong>โรคหัวใจ</strong> </span></p>
<p>ลักษณะของอาการเหนื่อยง่ายที่เป็น<span style="color: #808000;"><strong>อาการโรคหัวใจ</strong></span>จะสังเกตได้จากการรู้สึกเหนื่อย หอบ หายใจเร็ว และมีอาการมากขึ้นเมื่อออกแรงต้องสังเกตดูให้ดี บางคนอาจเหนื่อยมากจนแทบไม่สามารถนอนราบได้ ต้องนอนหนุนศรีษะให้สูงขึ้นหรือนั่งหลับ รวมทั้งมีอาการไอไม่หยุดอีกด้วย</p>
<p>อย่างไรก็ตามอาการ<strong>เหนื่อย</strong>ง่าย หอบที่เกิดจากการเดิน วิ่ง หรือทำงาน อาจเกิดจากปัญหาสุขภาพอื่นๆก็เป็นได้ เช่น ภาวะโลหิตจาง <strong>โรคอ้วน</strong> <span style="color: #808000;"><strong>ความดันโลหิตสูง</strong></span> โรคปอด ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ หรือแม้แต่ความวิตกกังวลก็ทำให้เหนื่อยได้เช่นกัน</p>
<h4><span style="color: #008000;"><strong>2. เจ็บหน้าอก</strong></span></h4>
<h4>อาการเจ็บหน้าอกที่เป็น<span style="color: #808000;"><strong>อาการโรคหัวใจ</strong></span> มักมีลักษณะดังนี้</h4>
<ul>
<li><span style="color: #666699;"><strong>รู้สึกอึดอัด</strong> เจ็บแน่นๆกลางหน้าอก อาจจะเป็นด้านซ้ายหรือทั้งสองด้านก็ได้ บางรายจะร้าวไปที่แขนซ้ายหรือแขนทั้งสองข้าง มีอาการจุกแน่นที่คอ บางรายก็มีอาการเจ็บบริเวณกรามคล้ายๆเจ็บฟัน</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;"><strong>อาการเจ็บจะเกิดขณะออกแรง</strong> เช่น เดินเร็วๆ วิ่งขึ้นบันได เวลาโกรธ โดยอาการมักจะดีขึ้นเมื่อหยุดทำกิจกรรมนั้นๆ</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;"><strong>ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง</strong> จะมีอาการเจ็บและแน่นหน้าอกขณะที่พัก เช่น นั่ง นอน หรือหลังกินอาหาร</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">หากเป็น<strong>โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน</strong> กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน จะมีอาการรุนแรงมากขึ้น ร่วมกับมีเหงื่อออก หรือเป็นลม</span></li>
</ul>
<p>นอกจากนี้ อาการ<span style="color: #808000;"><strong>เจ็บหน้าอก</strong></span>ยังเกิดจากการอักเสบของอวัยวะที่อยู่ในทรวงอกได้เช่น เยื่อหุ้มหัวใจ ปอด หรือเยื่อหุ้มปอด หลอดอาหาร หลอดเลือดแดงใหญ่ กระดูกหน้าอก กระดูกซี่โครง เต้านม กล้ามเนื้อบริเวณหน้าอก ซึ่งจะมีอาการดังนี้</p>
<ul>
<li>รู้สึกเจ็บแปลบจุดเดียว คล้ายถูกเข็มแทง และกด<span style="color: #808000;"><strong>เจ็บหน้าอก</strong></span></li>
</ul>
<ul>
<li>อาการเจ็บเกิดขึ้นขณะพัก และเจ็บต่อเนื่องนานเป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน</li>
</ul>
<ul>
<li>มีอาการเจ็บมากขึ้นเมื่อเปลี่ยนท่า ขยับตัว หรือหายใจเข้าลึกๆ</li>
</ul>
<ul>
<li>อาการเจ็บร้าวขึ้นศรีษะ ปลายมือ ปลายเท้า</li>
</ul>
<h4><span style="color: #008000;"><strong>3. ใจสั่น</strong></span></h4>
<p>สรุปความหมายของคำว่า “<span style="color: #808000;"><strong>ใจสั่น</strong></span>”ทางการแพทย์ได้คือ การที่<span style="color: #808000;"><strong>หัวใจเต้นผิดจังหวะ</strong></span> เร็วผิดปกติ หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ เต้นๆหยุดๆ อาการดังกล่าวอาจพบได้ในคนปกติ</p>
<p>ผู้ป่วย<strong>โรคหัวใจ</strong>และโรคอื่นที่มีผลต่อหัวใจ เช่น ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ โรคปอด แพทย์จะซักประวัติผู้ป่วยอย่างละเอียดถึงลักษณะของอาการใจสั่น เพื่อให้แน่ใจว่าเกิดจาก<span style="color: #808000;"><strong>หัวใจเต้นผิดจังหวะ</strong></span>หรือไม่?</p>
<p>เพราะบ่อยครั้งที่พบผู้ป่วยมักมาหาหมอเพราะคิดว่าตัวเองใจสั่น ทั้งที่หัวใจเต้นปกติ คุณสามารถเช็คจังหวะการเต้นของหัวใจได้ โดนการจับชีพจรเพื่อนับจำนวนครั้งใน 1 นาที (ซึ่งค่าเฉลี่ยปกติอยู่ที่ 72 ครั้งต่อนาที หรือไม่ควรเกิน 100 ครั้งต่อนาที)</p>
<p>และสังเกตจังหวะการเต้นว่าสม่ำเสมอหรือไม่ เพื่อเป็นข้อมูลให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำขึ้น</p>
<h4><span style="color: #008000;"><strong>4. ขาบวม</strong></span></h4>
<p>อาการ<strong>บวมน้ำ</strong>ในผู้ป่วย<span style="color: #808000;"><strong>โรคหัวใจ</strong></span>นั้น พอสรุปได้ดังนี้ อาการบวมน้ำ ได้แก่ การมีน้ำคั่งค้างในเนื้อเยื่อต่างๆของร่างกายก่อให้เกิดการบวมโดยไม่มีอาการของการอักเสบ (แดง ร้อน มีไข้)โดยมักเกิดในบริเวณเท้า ดวงตา ใบหน้า แขน ท้อง และบางครั้งในโพรงเยื่อหุ้มปอด</p>
<p>อาการ<strong>บวมน้ำ</strong>เป็นอาการที่พบได้บ่อยของ<strong>โรคหัวใจ</strong>ล้มเหลว แต่พบได้เช่นกันด้วยสาเหตุจากโรคต่างๆ อาการขาบวมในผู้ป่วย<span style="color: #808000;"><strong>โรคหัวใจ</strong></span>เกิดจากการที่หัวใจด้านขวาทำงานน้อยลง เลือดจากขาไม่สามารถไหลกลับไปที่หัวใจด้านขวาได้สะดวก จึงมีเลือดคั่งที่ขามากขึ้น และมีน้ำซึมออกมาได้ง่าย</p>
<p>ดังนั้นเมื่อมีอาการขาบวม แพทย์จึงจำเป็นต้องตรวจหลายระบบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรค จึงจะสามารถทำการรักษาได้อย่างถูกต้อง สำหรับผู้ที่ไม่แน่ใจว่าตนเองขาบวมจากโรคหัวใจหรือไม่?</p>
<p>คุณสามารถทดสอบโดยการใช้นิ้วกดลงที่หน้าแข้งหรือตาตุ่ม หากยกนิ้วขึ้นมาแล้วเนื้อยังคงบุ๋มอยู่นานเป็นนาที ก็อาจหมายความว่า เกิดปัญหาเลือดไม่สามารถไหลกลับเข้าสู่หัวใจได้ เกิดการคั่งของเลือดและมีน้ำรั่วซึมออกมาในเนื้อเยื่อ ซึ่งเป็นอาการเสี่ยงของ<span style="color: #808000;"><strong>โรคหัวใจ</strong></span></p>
<p><img class=" wp-image-4709 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2016/03/อาการเสี่ยงต่อโรคหัวใจ.jpg" alt="อาการเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ" width="247" height="247" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/03/อาการเสี่ยงต่อโรคหัวใจ.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/03/อาการเสี่ยงต่อโรคหัวใจ-150x150.jpg 150w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/03/อาการเสี่ยงต่อโรคหัวใจ-144x144.jpg 144w" sizes="(max-width: 247px) 100vw, 247px" /></p>
<p>ในบางคนมีอาการจุกแน่นลิ้นปี่คล้ายอาหารไม่ย่อยร่วมด้วย อาการเหล่านี้มักจะทุเลาลงหลังจากนั่งหรือนอนพักสักครู่ บางทีอาการจุกแน่นที่ว่านี้ก็เกิดขึ้นมาเฉยๆโดยไม่ทราบสาเหตุเป็นขึ้นมาประเดี๋ยวก็หายไปเองแล้วก็เป็นขึ้นมาอีก</p>
<p>นึกเอาเองว่าเป็นเพราะอาหารไม่ย่อย ลมในท้องมากเกินไป กรดในกระเพาะอาหารมากเกินไป หรือมีอาการอ่อนเพลียตอนบ่ายๆ เย็นๆหลังจากที่ตรากตรำงานมาทั้งวัน</p>
<p>ถ้าหากเอะใจและไปตรวจดูให้ละเอียด <span style="color: #808000;">โรคในระยะนี้ยังสามารถควบคุมให้เป็นปกติได้ไม่ยากนัก เพราะกล้ามเนื้อหัวใจเพิ่งจะเริ่มมีปัญหา เพิ่งจะมีอาการได้รับเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ ยังไม่ถึงกับมี<strong>กล้ามเนื้อหัวใจตาย</strong></span></p>
<p>การละเลยปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการดูแลรักษา อาการก็จะทวีความรุนแรงขึ้นตามปริมาณของกล้ามเนื้อหัวใจที่เริ่มเสียหาย อาการเจ็บหน้าอกที่เคยเป็นๆ หายๆก็จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ต้องสังเกตให้ดี ขณะที่ในบางรายอาจมีอาการคงที่อยู่ได้หลายปี</p>
<p>ที่น่ากลัวและอันตรายมากที่สุดคือ อาจมีโอกาสเกิดภาวะหลอดเลือดแดงอุดตันทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หรือ<span style="color: #808000;"><strong>หัวใจวาย</strong></span> หัวใจหยุดเต้นไปเฉยๆ ทำให้เสียชีวิตได้โดยง่าย</p>
<h3><span style="color: rgb(0, 128, 128);"><strong>ไม่แก่ก็หัวใจวายเฉียบพลันได้ !</strong></span></h3>
<p>ในอดีต ภาวะ<strong>หัวใจวายเฉียบพลัน</strong>มักเกิดกับผู้ที่มีอายุ 50-60 ปีขึ้นไปแต่ในปัจจุบันด้วยไลฟ์ไตล์แบบคนเมืองคือ <span style="color: #808000;"><strong>กินอาหารไม่ถูกหลัก นอนดึก พักผ่อนน้อย ไม่ออกกำลังกาย </strong></span></p>
<p>ล้วนเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะนี้ได้เร็วขึ้นมาก ในวัยเพียง 30 ปีขึ้นไปเท่านั้น สาเหตุการเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันที่สำคัญ คือ<strong> &#8220;หลอดเลือดตีบ&#8221;</strong></p>
<p><strong><span style="color: #808000;">ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน (Heart failure) </span></strong><span style="color: #808000;">หมายถึงภาวะที่<strong>เส้นเลือดหัวใจเกิดการอุดตันเฉียบพลัน</strong>โดยมากกว่า 90%ของภาวะดังกล่าวเกิดจาก<strong>ผนัง</strong></span><strong><span style="color: #808000;">หลอดเลือดตีบ</span></strong></p>
<p>ในคนทั่วไปอาจมีการตีบของผนัง<strong>หลอดเลือด</strong>ได้ขณะที่ออกแรง แต่ในกลุ่มของผู้ป่วย<strong>หัวใจวายเฉียบพลัน</strong>มักตีบเพราะมีการ<strong>อุดตันของก้อนไขมัน</strong>หรือตะกรัน</p>
<p>โดยเริ่มแรกผนังหลอดเลือดอาจตีบเพียงร้อยละ 30-40 แต่เมื่อก้อนไขมันที่เกาะภายใน<strong>ผนังหลอดเลือดแตก</strong>จะมีการกระตุ้นให้เกร็ดเลือดมาเกาะที่แผลอย่างรวดเร็วคล้ายกับเวลาที่เราเป็นแผลแล้วมีเกร็ดเลือดมาสมาน</p>
<p>แต่การสมานแผลนี้ไปในทางที่ไม่ดี เนื่องจากไป<strong>ขวางทางเดินของเลือด</strong> จึงเกิดการ<strong>อุดตัน</strong>ภายในหลอดเลือดเต็มร้อยเปอร์เซนต์ <strong><span style="color: #666699;">การที่ก้อนไขมันภายในหลอดเลือดแตกและเกิดการอุดตัน เป็นเรื่องน่ากลัวไม่น้อย</span></strong></p>
<p><img class="size-full wp-image-7421 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2016/03/โรคหัวใจภัยร้ายทำลายชีวิต.jpg" alt="โรคหัวใจภัยร้ายทำลายชีวิต" width="465" height="300" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/03/โรคหัวใจภัยร้ายทำลายชีวิต.jpg 465w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/03/โรคหัวใจภัยร้ายทำลายชีวิต-300x193.jpg 300w" sizes="(max-width: 465px) 100vw, 465px" /></p>
<p>เมื่อเส้นเลือดเกิดอุดตันเฉียบพลัน กล้ามเนื้อหัวใจส่วนนั้นๆจะ<strong>ไม่มีเลือดเข้าไปเลี้ยง</strong> หัวใจจึงขาดเลือดส่งผลให้เกิดปัญหาหลักๆ 2 ประการคือ</p>
<ul>
<li><strong>การบีบตัวของหัวใจลดลง</strong> ทำให้คนไข้<strong>ช๊อค</strong>หรือมีภาวะน้ำท่วมปอดได้</li>
</ul>
<ul>
<li>หัวใจจะ<strong>เต้นผิดจังหวะ</strong>อย่างรุนแรง และนี่เป็นสาเหตุของ<strong>ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน</strong> ทำให้เสียชีวิตได้ แม้แต่นักกีฬาที่เห็นอยู่ว่าแข็งแรงดีมาก ก็สามารถเสียชีวิตด้วยภาวะนี้ได้เช่นกัน</li>
</ul>
<h3><span style="color: rgb(0, 128, 128);"><strong>ตีบน้อยอันตรายมาก ตีบมากอันตรายน้อย</strong></span></h3>
<p>จะเห็นได้ว่าภาวะหัวใจวายเฉียบพลันนั้นเกี่ยงข้องกับการตีบของผนังหลอดเลือด ที่น่าแปลกใจคือ <strong>ปริมาณการตีบที่เพิ่มขึ้นนั้นไม่สัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเกิดโรคเลย</strong></p>
<p>ภาวะนี้มักเกิดกับผู้ป่วยที่ผนังหลอดเลือดตีบไม่มาก จึงทำให้ไม่สามารถ<strong>สังเกตอาการ</strong>ผิดปกติได้ง่ายนัก เนื่องจากหากคนไข้มีการตีบของผนังหลอดเลือดเพียงร้อยละ 30-40</p>
<p>จะไม่สามารถตรวจพบอาการได้เลย หรือแม้แต่การตีบถึงร้อยละ 70-80 ก็อาจพอมีอาการแสดงให้เห็นได้บ้าง และสามารถตรวจพบได้จากการ<strong>เดินสายพาน </strong></p>
<p>แม้ผู้ป่วยมีผนังหลอดเลือดตีบถึงร้อยละ 90 ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้ เพราะอาจเป็นชนิดเรื้อรัง คือมีการดำเนินโรคแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่อาการรุนแรง</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง</strong></span>ภาวะหัวใจวายเฉียบพลันขึ้นได้ง่ายก็คือ การมีปัจจัยเสี่ยง เช่น เป็น<span style="color: #808000;"><strong>โรคเบาหวาน</strong> <strong>ความดันโลหิตสูง</strong></span> มี<span style="color: #808000;"><strong>ไขมันในเลือดสูง</strong></span> ความเครียด โดยเฉพาะการ<span style="color: #808000;"><strong>สูบบุหรี่</strong></span>จัด เนื่องจากสารพิษในบุหรี่จะทำให้สารบางชนิดในร่างกายทำหน้าที่ป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตันสูญสลายไปนั่นเอง</p>
<h3><strong><span style="color: #008080;">รู้เท่าทันก่อนชีพวาย</span></strong></h3>
<p>อย่าเพิ่งตกอกตกใจไปครับ เพราะแม้ว่าจะไม่สามารถสังเกต<strong>อาการภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน</strong>ได้ง่ายดายนัก แต่อย่างน้อยภาวะนี้ก็มีสัญญานเตือนแบบฉับพลันทันด่วนให้คนใกล้ตัวต้องรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด</p>
<p><strong style="color: rgb(102, 102, 153);">1. ปวดบริเวณหน้าอก</strong><span style="color: rgb(102, 102, 153);"> การปวดแบบนี้จะมีอาการเหมือนกับมีก้อนหินอยู่ในอก จะมีอาการบีบคั้นภายในอกอย่างรุนแรง</span></p>
<p><span style="color: rgb(102, 102, 153);"><strong>2. เหงื่อแตก</strong> มักจะเป็นเหงื่อแบบเหนียวๆ</span></p>
<p><span style="color: rgb(102, 102, 153);"><strong>3. การปวดหน้าอกจะลามไปถึงกรา</strong>ม คอและแขนข้างซ้ายและก็อาจจะลามไปถึงสะบักด้านหลังและท้องได้ด้วย</span></p>
<p><strong style="color: rgb(102, 102, 153);">4. หายใจไม่ออก</strong><span style="color: rgb(102, 102, 153);"> คลื่นไส้อาเจียน</span></p>
<p><span style="color: #808000;"><strong>การรักษาจะได้ผลดีแค่ไหน ขึ้นอยู่กับคนไข้จะมาถึงมือหมอเร็วแค่ไหน </strong> </span>เพราะการมาถึงโรงพยาบาลอย่างรวดเร็วจะทำให้เราป้องกันการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายได้มากที่สุด</p>
<p>ถ้ามาช้าผู้ป่วยอาจเสียชีวิต หรือถ้าไม่เสียชีวิตเขาก็อาจกลายเป็นผู้ป่วย<span style="color: #808000;"><strong>กล้ามเนื้อหัวใจวายเรื้อรัง</strong> </span>ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิด<strong>ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน</strong>มากกว่าคนปกติด้วย</p>
<h3><strong><span style="color: #008080;">หยุดสาเหตุหัวใจวายเฉียบพลัน </span></strong></h3>
<p>เมื่อการสังเกตอาการทำได้ลำบาก <strong>การป้องกันจึงเป็นหนทางที่ดีที่สุด</strong> เช่น ออกกำลังกายอย่างพอเหมาะเพราะจะช่วยให้<strong>ผนังหลอดเลือดยืดหยุ่นดี</strong>ขึ้น</p>
<p>แต่ขณะเดียวกันการออกกำลังกายที่หักโหมเกินไปก็อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิด<strong>การแตกของก้อนไขมัน</strong>ได้เช่นกัน</p>
<p>ดังนั้นจึง<strong>ต้องออกกำลังกายอย่างสมดุล </strong>นอกจากนี้สิ่งที่ไม่ควรทำเลยคือ <strong>การสูบบุหรี่</strong> ในกรณีที่ผู้ป่วยยังอายุน้อย ปัจจัยสำคัญมักเกิดจากการสูบบุหรี่ ดังนั้นจึง<strong>ไม่ควรสูบบุหรี่</strong>หรือถ้าสูบอยู่ก็ควรจะเลิกเสีย</p>
<h3><span style="color: #008000;"><strong>วิธีเยียวยาและป้องกันผู้ป่วยโรคหัวใจ </strong></span></h3>
<ul>
<li>ลดการกินอาหารที่ทำจากสัตว์และไขมันอิ่มตัวให้น้อยลง</li>
</ul>
<ul>
<li>กินผักและผลไม้สดให้มากๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารแอนติออกซิแดนต์</li>
</ul>
<ul>
<li>กินธัญพืชเต็มเมล็ด ถั่วเปลือกแข็งให้มากขึ้น เพื่อให้ร่างกายได้รับใยอาหาร</li>
</ul>
<ul>
<li>กินกระเทียมและเห็ดหอมเป็นประจำ</li>
</ul>
<p><strong><span style="color: #993300;">หากตรวจดูแล้วมีอาการเสี่ยงมากกว่า 1ข้อ คุณควรไปพบแพทย์พื่อตรวจวินิจฉัย เพราะนอกจากจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจแล้ว อาจเกิดจากสาเหตุอื่นก็ได้</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #993300;"> ดังนั้นการดูแลสุขภาพให้ฟิตเฟิร์มอยู่เสมอ ควบคุมอาหาร เสริมอาหารเพื่อป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆเช่น ความดัน,น้ำตาล,โคเลสเตอรอลฯ ย่อมดีกว่าปล่อยให้หัวใจแสดงอาการผิดปกติแน่นอน</span></strong></p>
<p><a title="ลดไขมันในเลือด ด้วยน้ำมันรำข้าวออริซามิน Orysamin" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94-orysamin/" target="_blank"><img class="size-full wp-image-5831 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2016/07/น้ำมันรำข้าวงาดำ-orysamin-โรคหลอดเลือดหัวใจ.png" alt="ลดภาวะไขมันในเลือดสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันด้วยออริซามิน Orysamin" width="480" height="379" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/07/น้ำมันรำข้าวงาดำ-orysamin-โรคหลอดเลือดหัวใจ.png 480w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/07/น้ำมันรำข้าวงาดำ-orysamin-โรคหลอดเลือดหัวใจ-300x236.png 300w" sizes="(max-width: 480px) 100vw, 480px" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><strong><a title="อาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน นูทริก้า (Nutriga)" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99-nutriga/" target="_blank">&gt;&gt; รายละเอียด : นูทริก้า Nutriga &lt;&lt;</a></strong></p>
<div class="hatom-extra" style="display:none;visibility:hidden;"><span class="entry-title">โรคหัวใจ ภัยร้ายใกล้ตัวคนทำงาน</span> was last modified: <span class="updated">พฤษภาคม 14th, 2017</span> by <span class="author vcard"><span class="fn">admin</span></span></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">โรคหัวใจ ภัยร้ายใกล้ตัวคนทำงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></content:encoded>
			</item>
	</channel>
</rss>
