<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โสม &#8211; TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</title>
	<atom:link href="https://www.tisatrendy.com/tag/%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%A1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.tisatrendy.com</link>
	<description>รวมทุกเทรนด์เพื่อสุขภาพที่ดีและไลฟ์สไตล์ทันสมัย</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Sep 2025 05:31:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.9.7</generator>

<image>
	<url>https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2024/06/cropped-TisaTrendy-Web-Icon-32x32.png</url>
	<title>โสม &#8211; TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</title>
	<link>https://www.tisatrendy.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ปัสสาวะบ่อย เล็ด เหตุ &#8220;ต่อมลูกหมากโต&#8221;</title>
		<link>https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%95/</link>
		<pubDate>Mon, 07 Mar 2016 06:27:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[FAQ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัสสาวะบ่อย เล็ด]]></category>
		<category><![CDATA[กรวยไตอักเสบ]]></category>
		<category><![CDATA[กระเพาะปัสสาวะ]]></category>
		<category><![CDATA[ต่อมลูกหมาก]]></category>
		<category><![CDATA[ต่อมลูกหมากโต]]></category>
		<category><![CDATA[ปัสสาวะบ่อย]]></category>
		<category><![CDATA[ปัสสาวะเล็ด]]></category>
		<category><![CDATA[โรคต่อมลูกหมากโต]]></category>
		<category><![CDATA[โสม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mlm-idea-be-rich.com/?p=4746</guid>
		<description><![CDATA[<p>ต่อมลูกหมากโต สังเกตจาก ปัสสาวะบ่อย และเล็ด ปัญหาปัสสาว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%95/">ปัสสาวะบ่อย เล็ด เหตุ &#8220;ต่อมลูกหมากโต&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #993300;"><strong>ต่อมลูกหมากโต สังเกตจาก ปัสสาวะบ่อย และเล็ด</strong></span></h2>
<p><span style="color: #333333;">ปัญหา<span style="color: #808000;"><strong>ปัสสาวะเล็ดราด</strong></span>ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เนื่องจากไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ก็เป็นอีกโรคหนึ่งที่รบกวนความปกติของชีวิตประจำวันเป็นอย่างมากทีเดียว </span></p>
<p><span style="color: #333333;">อาการของโรคนี้มีตั้งแต่อาการเบาสุดไปจนถึงหนักสุด อาการเบาๆก็คือปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ และอาการที่หนักสุดก็คือ ห้ามใจไม่ได้เลย ปวดทีไรต้องเข้าห้องน้ำทุกที ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ แถมปวดทีไรก็จะมี<strong> ปัสสาวะเล็ด</strong> ออกมา </span><span id="more-4746"></span></p>
<p><span style="color: #333333;">เช่นเดียวกับเวลาไอหรือจามหรือแม้กระทั่งหัวเราะบางคนก็มี<strong>ปัสสาวะเล็ด</strong>ออกมาด้วยเช่นกัน ปัญหานี้ในผู้ชายส่วนใหญ่มักจะพบในผู้สูงอายุ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากปัญหา <span style="color: #808000;"><strong>&#8220;ต่อมลูกหมากโต&#8221;</strong></span> ซึ่งจะแตกต่างกันจากผู้หญิง ซึ่งจะพบปัญหานี้ในแทบทุกช่วงอายุเลย และจะพบมากขึ้นตามอายุที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน</span></p>
<p><span style="color: #666699;">การแพทย์มักเรียกอาการนี้ว่า <strong>โอเอบี(OAB)</strong> ซึ่งย่อมาจาก<strong> Overactive Bladder</strong> หมายถึงกระเพาะปัสสาวะทำงานไวและมีการบีบตัวไม่เป็นจังหวะ แต่ก่อนอื่นเราต้องย้อนไปดูก่อนว่ากระเพาะปัสสาวะมันทำงานอย่างไรบ้าง? </span></p>
<h3><strong><span style="color: #993300;">กระเพาะปัสสาวะทำงานอย่างๆไร?</span></strong></h3>
<p><span style="color: #666699;"><strong>กระเพาะปัสสาวะ </strong>ทำหน้าที่เป็นตัวเก็บและยังเป็นตัวขับปัสสาวะ หน้าที่ของมันก็คล้ายๆกันกับลูกโป่ง คือ มีลักษณะยืดได้และก็ต้องหดลงมาได้ เมื่อไรก็ตามที่มันยืดหมายถึงปัสสาวะมันจะเข้ามาเก็บอยู่ในถุงใบนี้ ซึ่งมันจะเก็บไว้ประมาณหนึ่งร้อยหรือสองร้อยซีซีแล้วเราก็จะเริ่มรู้สึกปวดปัสสาวะนิดๆ สำหรับคนทั่วไปก็จะส่งความรู้สึกมาที่สมอง แล้วรอก่อนได้ กระทั่งมันยืดต่อไปจนถึงประมาณ 3-4 ร้อยซีซีก็จะเริ่มปวดมาก </span></p>
<p><span style="color: #666699;">แต่ถ้าหากเราก็ยังจะควบคุมได้ 5 นาที หรือ 10 นาที หรือเลื่อนต่อไปได้ แต่ถ้าเราจะไปปัสสาวะในช่วง 3-4 ร้อยซีซีกระเพาะปัสสาวะมันจะบีบตัวของมันเอง พอไปถึงห้องน้ำมันก็จะบีบตัวออกมาเองโดยที่เราไม่ต้องเบ่ง อันนี้คือการทำงานที่เป็นปกติ </span></p>
<p><span style="color: #666699;">ปกติคนเรานั้นจะมีการปัสสาวะอยู่ประมาณ 8 ครั้งต่อวัน ปริมาณปัสสาวะจะอยู่ที่สองลิตรครึ่งต่อวัน ซึ่งถือว่ามากแล้ว แต่ถ้าปัสสาวะสิบครั้งต่อวันและครั้งละ 3 ร้อยซีซีขึ้นไปจะเท่ากับสามลิตร ซึ่งปริมาณ 3 ลิตรนี้ถือว่าเยอะเกินไป อย่างไรก็ดีสำหรับคนที่เกิดอาการโอเอบีนี้ มักจะปัสสาวะครั้งหนึ่งไม่ถึงสามร้อยซีซี (อาจจะ 50-100 ซีซี) แต่อาจจะปัสสาวะวันหนึ่งถึง 20 หนเลยทีเดียว</span></p>
<p><span style="color: #333333;">โดยทั่วไปแล้ว<strong>ผู้หญิงจะเป็นมากกว่าผู้ชาย</strong> สาเหตุเนื่องมาจากผู้หญิงจะมีหูรูดซึ่งทำหน้าที่ปลดปล่อยปัสสาวะเพียงสองอัน แต่ผู้ชายมีสามอัน อีกทั้งผู้ชายมีกล้ามเนื้อหูรูด<strong>กระเพาะปัสสาวะ</strong>ที่แข็งแรงกว่าด้วย และเมื่อถึงวัยล่วงเลย การทำงานของหูรูดนั้นเสื่อมสภาพลงทำให้การควบคุมปัสสาวะได้น้อยลงตามไปตามลำดับ </span></p>
<p><span style="color: #333333;">ขณะที่ผู้ชายเมื่อถึงวัยหนึ่งต่อมลูกหมากที่โตขึ้นจะไปก่อให้เกิดการระคายเคืองที่กระเพาะปัสสาวะ ทำให้เกิดการบีบตัวบ่อยขึ้น ทำให้โอกาสที่จะเกิดอาการโอเอบีสูงมากขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ต่อมลูกหมากของเพศชายยังมีส่วนสำคัญในการป้องกันไม่ให้ <strong>ปัสสาวะเล็ด </strong>อีกด้วย </span></p>
<p><span style="color: #333333;">ปัญหา<strong>ปัสสาวะเล็ด</strong>ที่พบในผู้ชายนั้นมักเกิดจากกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินมากกว่าสาเหตุอื่นๆ มักพบในผู้สูงอายุและพบร่วมกับภาวะ <span style="color: #808000;"><strong>&#8220;ต่อมลูกหมากโต&#8221;</strong></span> ดังนั้นผู้ป่วยชายที่มีปัญหากระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินไปและ <strong>ต่อมลูกหมากโต</strong> แพทย์มักแนะนำให้รักษาภาวะ<span style="color: #808000;"><strong>ต่อมลูกหมากโต</strong></span>ก่อนเนื่องจากบ่อยครั้งที่รักษาภาวะ<strong>ต่อมลูกหมากโต</strong>แล้ว ปัญหากระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน<span style="color: #808000;"><strong> ปัสสาวะบ่อย</strong></span>ก็จะดีขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ซึ่ง</span><span style="color: #333333;">อัตราเฉลี่ยของผู้มีโอกาสจะเป็นโรคนี้ส่วนใหญ่มักเริ่มต้นที่อายุ 40 ปีขึ้นไป</span><span style="color: #333333;">    </span></p>
<p>นอกจากกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินแล้ว อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาปัสสาวะเล็ดราดที่พบได้คือ<span style="color: #808000;">ผลข้างเคียงหลังจากการผ่าตัดหรือฉายแสง</span> ซึ่งอาจส่งผลให้การทำงานของกล้ามเนื้อหูรูดในผู้ป่วยบางรายแย่ลง จึงตามมาด้วยปัญหา<strong>ปัสสาวะเล็ดราด</strong> <strong>ต่อมลูกหมากโต</strong>กับปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะ</p>
<p>ภาวะ<strong>ต่อมลูกหมากโต</strong>พบได้ถึงร้อยละ50 ในผู้ชายที่อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และพบได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ในผู้ชายอายุ 80-90 ปี แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีอาการและไม่ใช่ทุกคนที่จะต้องรักษานะ อย่างแรกต้องดูก่อนว่ามีอาการผิดปกติใดหรือไม่? โดยอาการผิดปกติดังกล่าวมักเกิดกับระบบทางเดินปัสสาวะเช่น ปัสสาวะไม่สุด อั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะไม่พุ่ง ต้องเบ่งปัสสาวะ ต้องตื่นมา<span style="color: #808000;"><strong>ปัสสาวะบ่อย</strong></span>ๆ ในตอนกลางคืนเป็นต้น ทั้งนี้ผู้ป่วยแต่ละรายจะมีอาการเด่นที่แตกต่างกันออกไป เช่น บางรายมีอาการเด่นคือปัสสาวะไม่สุด บางราย<strong>ปัสสาวะบ่อย</strong>แบบนี้เป็นต้น</p>
<h3><span style="color: #993300;"><strong>วิธีสังเกตอาการผิดปกติของต่อมลูกหมาก</strong></span></h3>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะตอนกลางคืน</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ต้องเบ่งปัสสาวะ หรือต้องรอนาน</span></li>
<li><span style="color: #666699;"><strong>ปัสสาวะสะดุด</strong> (ไหลๆ หยุดๆ)</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ปัสสาวะไม่สุด (มีหยดตามมาอีก)</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ปวดปัสสาวะแล้วกลั้นไม่อยู่ ต้องรีบไปเข้าห้องน้ำ</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ถุงอัณฑะเย็น หรือชื้น</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ตื่นนอนตอนเช้า มีน้ำเหนียวๆติดอยู่ที่บริเวณปลาย</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ปวดถ่วงที่อวัยวะ หรือฝีเย็บ</span></li>
<li><span style="color: #666699;">คันยิบๆหรือแสบร้อนภายในหรือบริเวณอวัยวะเพศ</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ปวดบั้นเอวช่วงล่าง</span></li>
</ul>
<p><span style="color: #808000;"><strong>หากมีอาการดังกล่าว 3 อย่างขึ้นไป</strong> สันนิษฐานได้เลยว่ามีความผิดปกติบางอย่างกับต่อมลูกหมากของคุณ ควรจะหันมาใส่ใจสุขภาพของต่อมลูกหมากอย่างจริงจังก่อนที่จะนำไปสู่<strong>กรวยไตอักเสบ</strong>และ<strong>ไตวายเรื้อรัง</strong>ได้ในที่สุด</span></p>
<p><span style="color: #333333;"><span style="color: #808000;"><strong>ผู้ป่วยต่อมลูกหมากโต</strong></span>ส่วนใหญ่จะรักษาด้วยยาซึ่งส่วนใหญ่ก็จะอาการดีขึ้นหลังจากใช้ยา ในกรณีผู้ป่วยบางรายที่มีปัญหาปัสสาวะไม่ออกหรือมีอาการรุนแรง หรือรับประทานยาแล้วไม่ได้ผล จึงต้องรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด </span></p>
<p><span style="color: #333333;">ซึ่งปัจจับันเป็นการผ่าตัดแบบส่องกล้องเกือบทั้งหมดและมีด้วยกันหลายเทคนิค เช่น การส่องกล้องเข้าไปแล้วใช้ลวดไฟฟ้าขูด <strong>(Transurethral Resection the Prostate : TURP)</strong> ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้มานานกว่า50 ปี และยังคงเป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้กันมากในการรักษาภาวะ<span style="color: #808000;"><strong>ต่อมลูกหมากโต</strong></span> </span></p>
<p><span style="color: #333333;">นอกจากนี้ยังมีวิธีรักษาด้วยการใช้เลเซอร์ ซึ่งผู้ป่วยจะมีเลือดออกน้อยกว่าและอยู่โรงพยาบาลสั้นกว่าแต่<span style="color: #808080;">ค่าใช้จ่ายในการรักษาแพงกว่าTURPมาก</span> อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพในการผ่าตัดรักษาของทั้ง 2 วิธีนี้เท่ากัน แต่ระยะเวลาในการรักษาและฟื้นตัวอาจแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย โดยเฉลี่ยแล้วไม่ว่ารักษาแบบไหน ผู้ป่วยจะต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นหลังการผ่าตัดอย่างน้อย 1 เดือนโดยระหว่างนั้นผู้ป่วยต้องงดกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากและควรระวังอย่าให้ท้องผูก อย่าขับรถ อย่ายกของหนัง หลังจากผ่านไป 1 เดือนจึงสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทุกอย่าง ผู้ป่วยส่วนใหญ่หากผ่าตัดไปแล้วก็ไม่ต้องรับประทานยาอีกเลย โดยมากแค่นัดตรวจติดตามอาการปีละครั้ง</span></p>
<p>ผู้ชายทุกคนต้องทำใจไว้อย่างหนึ่งว่าเมื่อถึงช่วงอายุหนึ่งจะต้องพบกับ<span style="color: #808000;"><strong>ภาวะต่อมลูกหมากโต</strong></span>แน่ๆ แต่ไม่ควรวิตกกังวลจนเกินไปนะครับ เพราะ<strong>ต่อมลูกหมากโต</strong>เป็นเรื่องของธรรมชาติ อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันก็สามารถรักษาและช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ ซึ่งผู้ป่วยสามารถพูดคุยปรึกษากับแพทย์ถึงวิธีการรักษาที่เหมาะสมได้อย่างเปิดเผย</p>
<p>ในส่วนของปัญหา<span style="color: #808000;"><strong>ปัสสาวะเล็ด</strong></span>ราด โดยหลักการในการรักษาปัญหาปัสสาวะในผู้สูงอายุที่ผู้ป่วยสามารถทำได้ด้วยตนเองคือการปรับพฤติกรรมบางอย่าง เช่น ลดคาเฟอีน แอลกอฮอร์ และเนื่องจากผู้สูงอายุมักมีปัญหาตื่นมา<span style="color: #808000;"><strong>ปัสสาวะบ่อย</strong></span>ตอนกลางคืน จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดในมื้อเย็น ไม่ควรรับประทานอาหารรสเค็ม เพราะการขับเกลือออกจากร่างกายต้องใช้เวลา จึงทำให้ต้องตื่นมาปัสสาวะตอนกลางดึก ในกรณีที่ผู้ป่วยได้ปรับการใช้ชีวิตและได้ผลออกมาในระดับที่ผู้ป่วยเองก็พอใจ อาจไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีอื่นๆเพิ่มเติมก็ได้</p>
<h4><strong><span style="color: #993300;">     ภาวะต่อมลูกหมากโตสามารถป้องกันได้ในระดับหนึ่ง ด้วยการควบคุมอาหาร ลดปริมาณเนื้อสัตว์และอาหารที่มีไขมันสูง เสริมด้วยสมุนไพรเช่น ถั่งเช่า,โสม หรือสารสกัดจากหอยนางรมซึ่งช่วยขยายหลอดเลือดและลดอัตราเสี่ยงของต่อมลูกหมากได้</span></strong></h4>
<p style="text-align: center;"><a title="‘เพิ่มพลัง’เพศชาย Square พลังยกกำลัง3" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-square/" target="_blank"><strong>&gt;&gt; ลดความเสีี่ยงของต่อมลูกหมากได้ด้วย Square &lt;&lt;</strong></a><br />
<a title="โสม ยอดสมุนไพรเสริมสุขภาพ" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b9%82%e0%b8%aa%e0%b8%a1-ginseng/" target="_blank"><strong> &gt;&gt; โสม ยอดสมุนไพรเสริมสุขภาพ &lt;&lt;</strong></a><br />
<strong><a title="ถั่งเช่า ราชาสมุนไพรจีน" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2-king-of-herb/" target="_blank"> &gt;&gt; ถั่งเช่า ราชาแห่งพืชสมุนไพรจีน &lt;</a>&lt;</strong><br />
<a title="‘เพิ่มพลัง’เพศชาย Square พลังยกกำลัง3" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-square/" target="_blank"><strong> &gt;&gt; Square ยกกำลัง3 ฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ &lt;&lt;</strong></a></p>
<p style="text-align: center;"><a title="‘เพิ่มพลัง’เพศชาย Square พลังยกกำลัง3" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-square/" target="_blank"><img class="alignnone size-full wp-image-7445" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2016/11/อาหารเสริมเพิ่มพลังชายSquare.jpg" alt="าหารเสริมเพิ่มพลังชายSquare" width="600" height="338" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/11/อาหารเสริมเพิ่มพลังชายSquare.jpg 600w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/11/อาหารเสริมเพิ่มพลังชายSquare-300x169.jpg 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<div class="hatom-extra" style="display:none;visibility:hidden;"><span class="entry-title">ปัสสาวะบ่อย เล็ด เหตุ &#8220;ต่อมลูกหมากโต&#8221;</span> was last modified: <span class="updated">พฤษภาคม 25th, 2017</span> by <span class="author vcard"><span class="fn">admin</span></span></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%95/">ปัสสาวะบ่อย เล็ด เหตุ &#8220;ต่อมลูกหมากโต&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></content:encoded>
			</item>
		<item>
		<title>สุดยอด สมุนไพรจีน ที่คุณควรรู้จัก</title>
		<link>https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99-useful/</link>
		<pubDate>Sun, 27 Dec 2015 13:15:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[FAQ]]></category>
		<category><![CDATA[สุดยอดสมุนไพรจีน]]></category>
		<category><![CDATA[บำรุงร่างกาย]]></category>
		<category><![CDATA[ยาสมุนไพรจีน]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรจีน]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เห็ดสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[เห็ดหลินจือ]]></category>
		<category><![CDATA[เห็ดหลินจือแดง]]></category>
		<category><![CDATA[โสม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mlm-idea-be-rich.com/?p=4145</guid>
		<description><![CDATA[<p>หากเอ่ยถึง สมุนไพรจีน ที่เป็นยาอายุวัฒนะ แน่นอนว่าคงหนี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99-useful/">สุดยอด สมุนไพรจีน ที่คุณควรรู้จัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>หากเอ่ยถึง <span style="color: #808000;"><strong>สมุนไพรจีน </strong></span>ที่เป็น<strong>ยาอายุวัฒนะ</strong> แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้นที่จะต้องพูดถึงสมุนไพรอย่าง<strong>เห็ดหลินจือ</strong> และ<strong> โสม</strong> ซึ่งถือว่าเป็น <span style="color: #808000;"><strong>สมุนไพรเพื่อสุขภาพ </strong></span>ของจีนที่มี<span style="color: #808000;"><strong>สรรพคุณ</strong></span>และคุณค่าในการรักษาโรคต่างๆเป็นอย่างมาก<span id="more-4145"></span></p>
<h3><strong><span style="color: #993300;">เห็ดหลินจือ</span> </strong></h3>
<p>โดย <span style="color: #808000;"><strong>สมุนไพรจีน </strong></span>ชนิดนี้มีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ซึ่งมีการแบ่งออกไปตามสีและคุณค่าของเห็ด แถมยังถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นมงคลของชาวจีนและยังเป็น <span style="color: #808000;"><strong>อาหารเจ </strong></span>อีกด้วย</p>
<p><strong>&#8220;เห็ดหลินจือ&#8221;</strong> ที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติมีมากมายกว่า 100 สายพันธุ์ สายพันธุ์ที่นิยมและมี<strong>สรรพคุณ</strong>ทางยาที่ดีที่สุดคือ<strong>สายพันธ์สีแดง</strong> หรือ <span style="color: #808000;"><strong>เห็ดหลินจือแดง</strong></span> หรือ<strong><span style="color: #993300;"> การ์โนเดอร์ม่า ลูซิดั่ม (Ganoderma Iucidum)</span></strong></p>
<p>โดยใน<strong>เห็ดหลินจือ</strong>จะมี<strong>สารพอลิแซ็กคาไรด์ (Polysaccharide)</strong> ซึ่งจะช่วยยับยั้งและรักษาอาการต่างๆ ซึ่งแต่ละชนิดจะมีปริมาณสารพอลิแซ็กคาไรด์ในปริมาณที่แตกต่างกันออกไป</p>
<p><img class="size-full wp-image-7423 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2015/12/เห็ดหลินจือสุดยอดสมุนไพรจีน.jpg" alt="เห็ดหลินจือสุดยอดสมุนไพรจีน" width="500" height="326" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2015/12/เห็ดหลินจือสุดยอดสมุนไพรจีน.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2015/12/เห็ดหลินจือสุดยอดสมุนไพรจีน-300x195.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>เห็ดชนิดนี้จัดว่าเป็นของหายากที่มีคุณค่าสูงในทาง <span style="color: #808000;"><strong>สมุนไพรจีน </strong></span>มีการยกย่องว่าเป็นเห็ดที่ดีที่สุด จากที่มีการบันทึกในคัมภีร์โบราณ<strong> &#8216;เสินหนงเปิ่นฉ่า&#8217; </strong>(ตำราเก่าแก่ที่คนจีนนับถือกันมากที่สุด)ซึ่งได้กล่าวไว้ว่า <span style="color: #808000;"><strong>เห็ดหลินจือ </strong></span>นี้เป็นเทพเจ้าแห่งชีวิตที่มีพลังมหัศจรรย์</p>
<p>นักวิทยาศาสตร์พบว่าในเห็ดชนิดนี้มีสารต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า 250ชนิด เป็นยาบำรุงร่างกายและใช้เป็นยา<span style="color: #808000;"><strong>อายุวัฒนะ</strong></span>ในการยืดอายุ</p>
<p>นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งรักษาโรคต่างๆได้มากมายหลายโรค และยังปลอดภัยเพราะไม่มีสารพิษใดๆต่อร่างกายเลย</p>
<p>สำหรับลักษณะทั่วไปของ<strong>เห็ดหลินจือ</strong>นั้น จะมีรูปร่างเหมือนหรือคล้ายกับไตของเรามีสีแดงอมน้ำตาลๆหรืออาจจะเป็นสีม่วงแก่ก็มี บริเวณหมวกเห็ดจะมีลายคล้ายๆวงแหวนมันๆวาวๆอยู่เนื้อแข็งเหมือนกับไม้</p>
<p>ส่วนบริเวณปลายนอกของหมวกเห็ดนี้จะเป็นสีขาว หรืออาจจะเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ ก็ได้ ซึ่งมีลักษณะบางและม้วนเข้าด้านในหน่อยๆและตรงบริเวณก้านของดอกเห็ดหลินจือนี้จะเป็น<strong>สีน้ำตาลอมแดง</strong></p>
<h3><strong><span style="color: #008000;">สรรพคุณของเห็ดหลินจือ</span></strong></h3>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">ช่วยให้ร่างกายสร้าง<strong>ภูมิต้านทานโรค</strong>ได้มากขึ้น ทำให้ร่างกายแข็งแรงไม่เจ็บหรือป่วยง่าย</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ช่วยให้ผิวพรรณสดใส ไม่หมองคล้ำ</span></li>
<li><span style="color: #666699;"><strong>บำรุงระบบสายตา</strong> ช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชะลอการเป็นโรคตาเสื่อม</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ช่วยรักษาอาการปวดตามไขข้อต่างๆทั่วร่างกาย</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ลดคอเลสเตอรอลและไขมันในเลือดได้เป็นอย่างดี</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ช่วยบรรเทา<strong>อาการไมเกรน</strong> หรือปวดศีรษะข้างเดียวได้</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารเกิดภาวะสมดุล ไม่ป่วยด้วยโรคกระเพาะ หรือท้องผูก รวมทั้งริดสีดวงทวารด้วย</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ป้องกัน<strong>โรคมะเร็ง</strong> ช่วยยับยั้งการก่อตัวของเซลล์มะเร็งหรือเนื้องอกร้ายที่เกิดขึ้นอย่างผิดปกติในร่างกาย</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ยืดอายุของผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอดส์ (HIV) ให้มีชีวิตอยู่ได้ยาวนานขึ้น</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ช่วยป้องกันและรักษาโรค<strong>เบาหวาน</strong>ได้ดี</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ช่วยทำให้เลือดในร่างกายทั้งระบบสามารถหมุนเวียนได้อย่างสมดุล</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ช่วยชะลอริ้วรอยแห่งวัยและต้านทานความแก่ชรา</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ช่วยบำรุงระบบประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งความจำดีขึ้น จึงห่างไกลโรคอัลไซเมอร</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ หอบหืด</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ช่วยบำรุงตับ ตับแข็ง ตับอักเสบ</span></li>
<li><span style="color: #666699;">บำรุงไต ในไตเรื้องรังบางชนิด โดยช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงานของไตให้ดีขึ้น</span></li>
<li><span style="color: #666699;">บรรเทาอาการลมบ้าหมู</span></li>
<li><span style="color: #666699;">รักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ช่วยขับปัสสาวะ</span></li>
<li><span style="color: #666699;">แก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดตามข้อ เก้าท์</span></li>
<li><span style="color: #666699;">รักษาโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ SLE</span></li>
<li><span style="color: #666699;">แก้อาการปวดประจำเดือน</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ป้องกันสมรรถภาพทางเพศเสื่อม</span></li>
<li><span style="color: #666699;">แก้ปัญหาภาวะมีบุตรยาก</span></li>
</ul>
<p style="color: #2e363f;"><strong><span style="color: #008000;">มีงานวิจัยศึกษาพบสารเคมีใน สมุนไพรจีน &#8216;หลินจือ&#8217; จำนวนมากมาย แต่ที่สำคัญและมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาแบ่งได้ดังนี้ </span></strong></p>
<ul>
<li><span style="color: #800000;"><strong>กลุ่ม polysaccharide</strong></span> พบสาร<strong> polysaccharide</strong> A, B, C, D, E, G, H <strong> Polysaccharide</strong> BN-3-A, B, C และ<strong> Polysaccharide</strong> อื่นๆ</li>
</ul>
<p style="padding-left: 30px;">ซึ่งสารต่างๆในกลุ่มนี้จะมีฤทธิ์สำคัญในการต้านมะเร็ง และกระตุ้นภูมิต้านทาน ลดการอักเสบได้ และสามารถป้องกันอันตรายจากการฉายรังสี</p>
<ul>
<li><span style="color: #800000;"><strong>กลุ่ม triterpenoids</strong></span> เป็นสารที่สำคัญและมีผู้พบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาได้แก่ <strong>ganoderic acid R&amp;S, ganoderic K, ganoderic acid A, B ,oleic acid </strong></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #800000;"><strong>กลุ่ม protoalkaloid &amp; amino acid</strong></span> ได้แก่ adenosine, adenine, uracil, uridine มีฤทธิ์ในการรักษาอาการกล้ามเนื้อลีบ ยับยั้งการจับตัวของเกร็ดเลือด</li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #800000;"><strong>กลุ่ม peptidoglycan</strong></span> เป็นสารกลุ่มที่มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด คือ ganoderan A,B,C</li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #800000;"><strong>กลุ่ม steroids</strong></span>  มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง และ ganodersterone ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของตับได้</li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #800000;"><strong>โปรตีน</strong></span> ได้มีผู้สกัดพบว่าโปรตีน Ling-Zhi 8(LZ-8) มีฤทธิ์กระตุ้นภูมิต้านทานของร่างกาย</li>
</ul>
<h3 style="font-weight: 500; color: #2e363f;"><span style="color: #008000;"><strong>ฤทธิ์ต้านมะเร็ง</strong></span></h3>
<p style="color: #2e363f;">จากการศึกษาพบว่า สารสกัดด้วยน้ำของ <strong>เห็ดหลินจือ </strong>มีผลทำให้หนูที่ทำให้เป็นมะเร็งมีอายุยาวขึ้น แต่การทดลองในหลอดทดลองสารสกัดเห็ดหลินจือด้วยน้ำไม่มีผลต่อเซลล์</p>
<p style="color: #2e363f;">และสารออกฤทธิ์เป็นพวกกลุ่ม polysaccharide อีกทั้งยังพบว่า สามารถลดพิษของยาพวกที่เป็นพิษต่อเซลล์ (cytotoxic) ได้อีกด้วย จึงสรุปว่า <strong>สมุนไพรจีน</strong> ชนิดนี้มีผลช่วย<strong>ชะลออาการของมะเร็งและช่วยยืดอายุผู้ป่วยได้</strong></p>
<h3 style="font-weight: 500; color: #2e363f;"><span style="color: #008000;"><strong>ฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน</strong></span></h3>
<p style="color: #2e363f;"> มีผู้ศึกษาวิจัยกันมากใช้ทั้งสารสกัดด้วยน้ำ สารสกัดน้ำผสมด่าง และสารสกัดที่ออกฤทธิ์พวก<strong> glycopolysaccharide</strong> พบว่า ช่วยทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันดีขึ้น</p>
<p style="color: #2e363f;">โดยไปเพิ่มประสิทธิภาพเกี่ยวกับการป้องกันและการสร้าง antibody และยังพบว่าสารกลุ่ม polysaccharide จะไปกระตุ้นเซลล์ lymphocyte T ให้ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย</p>
<p style="color: #2e363f;">จึงเป็นผลให้สามารถชะลอการลุกลามของ<strong>มะเร็ง</strong>และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายขึ้นด้วย</p>
<h3 style="font-weight: 500; color: #2e363f;"><span style="color: #008000;"><strong>ฤทธิ์ต่อโรคภูมิแพ้</strong></span></h3>
<p style="color: #2e363f;">สามารถยับยั้งการแพ้ทั้งผื่นคัน และหอบหืด โดย<strong>เห็ดหลินจือ</strong>สามารถยับยั้งการหลั่ง histamine และสามารถลดอาการแพ้ชนิดรุนแรง (anaphylaxis) ได้ด้วย นอกจากนี้ยังลดปฏิกริยาการตอบโต้ของผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ</p>
<p>ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ <span style="color: #008000;"><strong>สมุนไพรเพื่อสุขภาพ </strong></span><span style="color: #808000;"><strong><span style="color: #008000;">เห็ดหลินจือ</span> </strong></span>ออกมาจำหน่ายค่อนข้างมาก สำหรับการเลือกซื้อควรศึกษาตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะปลูก</p>
<p>เพราะเห็ดหลินจือที่จะมีคุณภาพดีนั้น ต้องได้รับการเพาะเลี้ยงในสภาวะที่เหมาะสม ทั้งความชื้น แสงสว่าง รวมไปถึงสารอาหารที่ได้รับ และสิ่งที่ต้องดูอีกเรื่องก็คือ <strong>ขั้นตอนการแปรรูปตรงนี้ก็สำคัญ</strong></p>
<p>เพราะเป็นกระบวนการที่จะต้องสกัดสาร<span style="color: #808000;"><strong>โพลีแซ็กคาไรด์</strong></span>จากเห็ดออกมาให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังรวมไปถึงบรรจุภัณฑ์ควรต้องเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถกันความชื้นได้เป็นอย่างดี</p>
<p>เนื่องจากเห็ดชนิดนี้จะ<strong><span style="color: #808000;">ไวต่อความชื้นเป็นพิเศษ</span></strong>และความความชื้นจะทำให้เห็ดหลินจือขึ้นราได้นั่นเอง</p>
<p>โดยส่วนใหญ่จะทานกันในรูปแบบของการชงดื่ม หรือต้มดื่ม เป็นน้ำสมุนไพรหรืออาจจะผสมกับโสมต้มดื่ม รวมทั้งที่บรรจุเป็นเม็ดแคปซูลมากกว่า</p>
<p>ซึ่งเห็ดหลินจือในประเทศไทยของเรานั้น ก็สามารถพบเห็นได้โดยธรรมชาติเรียกว่าแทบทุกภูมิภาคกันเลยทีเดียว และนอกจากคุณประโยชน์ในด้านอาหารแล้ว</p>
<p>ยังมีสถาบันวิจัยต่างๆทำการศึกษาและนำเห็ดหลินจือนี้ไปใช้ในการรักษาโรคต่างๆ รวมทั้งสามารถนำมาประกอบ<span style="color: #808000;"><strong>อาหารเจ</strong></span>สำหรับผู้ที่ทาน<strong>อาหารเจ</strong>ได้อีกด้วย นับเป็น <strong>สมุนไพรจีน </strong>ที่ทรงคุณค่าและประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว</p>
<h3><span style="color: #993300;"><strong>โสม</strong></span></h3>
<p><img class="size-full wp-image-4299 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2016/01/โสม-ทม.jpg" alt="โสม สุดยอดสมุนไพรจีน เบาหวาน ความดัน มะเร็ง นอนไม่หลับ คลายเครียด ฟืนฟูสุขภาพ" width="265" height="200" /></p>
<p><span style="color: #808000;"><strong>โสม</strong> </span>เป็น <span style="color: #808000;"><strong>สมุนไพรจีน</strong> </span>ที่นิยมใช้กันมาตั้งแต่โบราณนานนับพันปี  โดยเป็นพืชในตระกูล <strong><em>Araliaceae</em></strong> และได้ชื่อว่าเป็น<strong><span style="color: #808000;">ยาบำรุงร่างกาย</span></strong></p>
<p>สามารถรักษาโรคได้มากมายหลายอย่าง เช่น โรคเบาหวาน,โรคหลอดเลือด ,มะเร็งฯ ช่วย<strong><span style="color: #808000;">คลายเครียด</span></strong>แถมช่วย<strong><span style="color: #808000;">เพิ่มพลังแก่ร่างกาย</span></strong>ได้อีกด้วย</p>
<p>ราก<strong><span style="color: #808000;">โสม </span>มีฤทธิ์อุ่น</strong>มีกลิ่นหอมเล็กน้อยรสหวานอมขม <span style="color: #808000;"><strong>โสม </strong></span>ที่มีแหล่งกำเนิดจากโซนเอเซียเรามักเรียกว่า <em>Asian ginseng</em> เช่นโสมจากประเทศ จีน เกาหลี</p>
<p>ส่วนโสมจากประเทศอเมริกานั้นจะมี<span style="color: #808000;"><strong>สรรพคุณ</strong></span>ในการรักษาน้อยกว่า อีกชนิดหนึ่งก็คือ <em>Siberian ginseng</em> อันนี้จะให้ผลการรักษาอ่อนที่สุด</p>
<h3><strong><span style="color: #008000;">สารสำคัญที่พบอยู่ในโสม</span></strong></h3>
<p>สารสำคัญที่พบในบริเวณรากของโสมคือสาร <span style="color: #808000;"><strong>saponin</strong></span> ซึ่งสามารถแบ่งเป็นกลุ่มได้ 3 กลุ่ม คือ <span style="color: #808000;"><strong>ginsenoside</strong></span>, <span style="color: #666699;">panaxoside และ chikusetsusaponin</span></p>
<p>ส่วนประกอบสำคัญที่โดดเด่นของโสมคือ <strong>ginsenoside</strong> ซึ่งจะพบอยู่ใน <strong>สมุนไพรจีน อย่างโสม</strong>เพียงแค่ประมาณ 1-2% เท่านั้น โดยขึ้นอยู่กับชนิดของโสม แหล่งที่ปลูก รวมถึงกระบวนการผลิตด้วย</p>
<p>โดยทั่วไปพบว่าโสมที่ขายในท้องตลาดบางชนิดแทบจะไม่มี<strong> ginsenoside</strong> เลย ดังนั้นเมื่อเราหาซื้อโสมเพื่อมาบำรุงร่างกายจึงควรพิจารณาดูส่วนประกอบของโสมที่ตัว <strong>ginsenoside</strong> เป็นหลักครับ</p>
<p>ในยุคที่รีบเร่ง การแข่งขันสูงขึ้นทำให้หลายคนต้องทำงานหนักมากจนเกิดภาวะ<span style="color: #808000;"><strong>เครียดสะสม</strong></span>ตามมา ซึ่งความเครียดนี้เองที่เป็นภัยเงียบต่อสุขภาพ แม้แต่การรับประทานอาหารในปัจจุบันก็ต้องแข่งกับเวลา</p>
<p>สภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนไปตามมลภาวะต่างๆรอบตัวมากขึ้น ประกอบกับอายุที่มากขึ้นและไม่ได้ดูแลสุขภาพอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้หลายๆคนเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพและที่สำคัญคือ ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ทำให้<strong>เซลล์สมอง</strong>ของเรา<strong>ด้อยประสิทธิภาพ</strong>และ<strong>เสื่อมลง</strong>ตลอดเวลา</p>
<p>ปัจจุบันผู้บริโภคสนใจเรื่องการรักษาสุขภาพมากขึ้นโดยเฉพาะการกลับคืนสู่ธรรมชาติตามศาสตร์การแพทย์แบบตะวันออก ซึ่งรักษาโดยใช้หลักการรักษาสมดุลร่างกายร่วมกับการใช้<strong>สมุนไพร</strong>ที่มีมากกว่า 1,000 ชนิด</p>
<p>ซึ่งแต่ละชนิดก็มีสรรพคุณแตกต่างกันไปเช่น <span style="color: #808000;"><strong>โสม</strong></span> ตังกุย <span style="color: #808000;"><strong>ถั่งเช่า</strong></span> และใบแปะก๊วย เป็นต้น หากกล่าวถึงสุดยอดสมุนไพรที่ชาวตะวันออกใช้กันอย่างแพร่หลาย</p>
<p>คนส่วนใหญ่ต้องนึกถึง<strong>โสม</strong> ซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีส่วนช่วยในการทำงานของม้าม ปอด และหัวใจ รวมถึงมีผล<strong>ปรับสมดุล</strong>ของของเหลวต่างๆในร่างกาย ลดการกระหายน้ำ ช่วยสงบจิตใจ และช่วยบำรุงสมอง</p>
<p>โดยธรรมชาติโสมมีหลายสายพันธุ์และคุณประโยชน์ก็แตกต่างกัน เช่นโสมเอเชีย(จีน เกาหลี) โสมไซบีเรีย และโสมอเมริกาเป็นต้น โสมอเมริกาเป็นน้องใหม่ที่จะว่าไปก็มีมายาวนาน</p>
<p>มีรายงานการใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองที่อ่อนล้าสืบเนื่องจาก<strong>ร่างกายอ่อนเพลีย</strong>และมีความ<strong>เครียดสะสม</strong>ได้ ลด<span style="color: #808000;"><strong>ภาวะหลงลืม</strong> </span>แพทย์แผนจีนกล่าวว่าช่วยทำให้หายใจอิ่ม</p>
<p>ทำให้ชีพจรที่อ่อนกำลังกลับเป็นปกติและช่วยเจริญอาหาร ปัจจุบันได้มีการนำ<span style="color: #808000;"><strong>โสม</strong></span>มาเป็นส่วนประกอบของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพหลายชนิด โสมที่ดีมีคุณภาพควรมีอายุ 6 ปีขึ้นไป</p>
<p>การนำมาผสมกับซุปไก่สกัดจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพ มีรายงานการวิจัยพบว่าสามารถช่วย<strong>ลดความเหนื่อยล้า</strong>ของร่างกายและสมอง</p>
<p>ช่วยลดความวิตกกังวล คลายความเครียด และเพิ่มสมาธิได้ ส่งผลให้เราทำงานต่างๆได้ดีขึ้น เหนื่อยช้าลง</p>
<h3><strong><span style="color: #008000;">คุณสมบัติอันโดดเด่นของโสม</span></strong></h3>
<ul>
<li><span style="color: #666699;"><strong>โสม</strong> เป็น <strong>สมุนไพร </strong>ที่สามารถชะลอความแก่่ <strong>ชะลอความเสื่อม</strong>ได้ เพราะ<strong>อนุมูลอิสระ</strong>ที่สลายตัวจากการเผาพลาญในร่างกาย ซึ่งเป็นตัวทำลายเนื้อเยื่อของอวัยวะต่างๆให้เสื่อมสลายลง </span></li>
</ul>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">อันเป็นสาเหตุหนึ่งของความแก่ชรา โสมสามารถทำลายอนุมูลอิสระของออกซิเจนได้ จึงสามารถช่วยให้เนื้อเยื่อเสื่อมสภาพช้าลง อีกทั้งด้วยคุณสมบัติที่เป็นตัวปรับสภาพให้ร่างกายและจิตใจ </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">มีความทนทานต่อความกดดันได้มากขึ้น จึงช่วยลดขบวนการของความแก่ชราลงได้</span></p>
<ul>
<li><span style="color: #666699;"><strong>ช่วยเพิ่มพลัง</strong> คุณสมบัติอันโดดเด่นของโสมคือต่อต้านความเมื่อยล้า ทำให้ร่างกายมีการปลดปล่อยพลังงานออกมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพขณะที่ทำงานหรือออกกำลังกาย </span></li>
</ul>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">โสมจะช่วยให้ผนังเซลล์ดูดซึมออกซิเจนเพิ่มขึ้น จึงส่งผลให้ขบวนการเผาผลาญภายในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ร่างกายจึงปลดปล่อยพลังงานได้มากขึ้น เหน็ดเหนื่อยช้า และมีความทนทานต่อการทำงานหนักมากยิ่งขึ้นด้วย</span></p>
<ul>
<li><span style="color: #666699;"><strong>เสริมภูมิคุ้มกัน</strong> จากการทดลองพบว่าโสมสามารถเพิ่มการตอบสนองของ<strong>ภูมิคุ้มกัน</strong>ได้เิ่พิ่มขึ้นถึง 50%<strong> มีปฏิกิริยาตอบสนองของเม็ดเลือดขาวต่อสารเคมีสูงขึ้น</strong> </span></li>
</ul>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">เพิ่มอัตราการทำลายจุลินทรีย์หรือสิ่งแปลกปลอมต่างๆของเซลล์เม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น เพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาว จึงส่งผลให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อโรคเพิ่มขึ้น </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ไม่ว่าสาเหตุจะมาจากเชื้อจุลินทรีย์ ไวรัส เชื้อรา หรือสารเคมีต่างๆ ตลอดจนการต่อต้าน</span><strong style="color: #666699;">โรคภูมิแพ้</strong><span style="color: #666699;"> หรือโรคที่เกิดจาก</span><strong style="color: #666699;">ภูมิคุ้มกันบกพร่อง</strong><span style="color: #666699;">ชนิดต่างๆได้เป็นอย่างดี</span></p>
<ul>
<li><span style="color: #666699;"><strong>ใช้ป้องกันโรคมะเร็ง</strong> โดยเพิ่มอัตราการทำลายจุลินทรีย์หรือสิ่งแปลกปลอมต่างๆแก่เซลล์เม็ดเลือดขาว</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">คุณสมบัติเด่นของโสมคือ ช่วย<strong>คลายเครียด</strong> ต้านความเครียด ช่วยปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้ทนต่อความกดดันจากภายนอกได้ โดยเร่งขบวนการเผาผลาญอาหารต่างๆเพื่อปลดปล่อยพลังงานออกมาต่อต้านความเครียด</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">ช่วยลดน้ำตาลในผู้ป่วย<strong>โรคเบาหวาน</strong> ในคนไข้ที่มีระดับ<strong>น้ำตาลในเลือด</strong>สูง โสมทำให้ต่อมในตับอ่อนหลั่งอินซูลินออกมาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น </span></li>
</ul>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ช่วยป้องกันการเกิด อาการมึน ชาตามนิ้วมือนิ้วเท้า และการเกิดแผลเน่าเปื่อย นอกจากนี้ ginsenoside Rb และ ginsenoside Rc ยังออกฤทธิ์คล้ายอินซูลิน จึงช่วยลดขนาดการใช้อินซูลินจากภายนอกในการรักษาคนไข้</span><strong style="color: #666699;">โรคเบาหวาน</strong><span style="color: #666699;">ได้อีกทาง</span></p>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">ฟื้นฟูโรค<strong>สมรรถภาพทางเพศ</strong>เสื่อม การทานโสมมีผลต่อสมรรถภาพทางเพศ ในสมัยโบราณเชื่อกันว่าโสมเป็นตัวกระตุ้นความกำหนัดทางเพศด้วย </span></li>
</ul>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ซึ่งงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ว่าโสมไม่ได้ทำให้ฮอร์โมนทางเพศเปลี่ยนแปลงเลย การที่โสมช่วยให้สมรรถภาพทางเพศดีขึ้น เป็นผลโดยอ้อมจากคุณสมบัติที่ทำให้สุขภาพจิตและสมรรถภาพทางร่างกายดีขึ้น</span></p>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">ช่วยปรับระดับฮอร์โมน phytoestrogen ให้สมดุล เพื่อลดอาการวูบวาบและอาการอื่นๆ ในสตรีหมดประจำเดือน</span></li>
</ul>
<h3><strong><span style="color: #008000;">เก็บโสมอย่างไรให้ได้คุณภาพ</span></strong></h3>
<p>การเก็บราก<span style="color: #808000;"><strong>สมุนไพร</strong><strong>โสม</strong></span><span style="color: #666699;">ต้องทำให้แห้งโดยเร็วที่สุด</span> เพื่อป้องกันมิให้เอ็นไซม์ในรากออกมาทำลาย <strong>saponin</strong>จนหมด ประเทศเกาหลีนั้นจะมีการคัดโสมคุณภาพดีจำนวนหนึ่งแล้วนำมาอบไอน้ำเพื่อฆ่าเอ็นไซม์ให้หมดก่อนอบแห้ง</p>
<p>เรียกโสมที่ผ่านกรรมวิธีนี้ว่า<span style="color: #808000;"><strong> โสมแดง</strong> </span>ซึ่งจัดว่าเป็นโสมที่มีคุณภาพสูงสุด ราคาค่อนข้างแพง ส่วนโสมที่นำไปตากแดดหรือทำให้แห้งโดยวิธีอื่นๆเรียกว่า <strong>โสมขาว</strong> คุณภาพและราคาจะต่ำกว่าชนิดแรกลงมา</p>
<h3><strong><span style="color: #993300;">สรรพคุณทางยาของโสม</span></strong></h3>
<ul>
<li><span style="color: #808000;"><strong>โสม </strong></span>เป็นยาอายุวัฒนะที่วิเศษที่สุดของคนจีน สามารถแก้ได้สารพัดโรค ช่วยทำให้อายุยืนยาว และอุดมไปด้วยวิตามินจำนวนมาก</li>
</ul>
<ul>
<li>โรคมะเร็ง สารบางชนิดที่มีอยู่ใน<strong> </strong><span style="color: #808000;"><strong>โสมเกาหลี</strong> </span>นั้นสามารถกำจัดและทำลายพิษรวมไปถึงสิ่งแปลกปลอมที่จะทำให้เซลล์เกิดการเจริญเติบโตอย่างผิดปกติได้</li>
</ul>
<p style="padding-left: 30px;">ได้มีการนำเอา<strong> </strong><strong>โสมเกาหลี </strong>มาทดลองกับผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ถึงแม้จะไม่ทำให้หายขาดแต่ก็ช่วยยืดระยะเวลาให้ผู้ป่วยได้ไม่น้อยทีเดียว</p>
<ul>
<li>ไข้หวัด <strong>โสม</strong> มีส่วนช่วยฟื้นฟูและเพิ่มศักยภาพในการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติของร่างกาย แต่ก็ต้องดูแลตัวเองควบคู่กันไปด้วย</li>
</ul>
<ul>
<li>ช่วยป้องกันสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปอดอักเสบได้ ด้วยการตัดโอกาสไม่ให้เชื้อโรคลามลงปอด</li>
</ul>
<ul>
<li>โรคกระเพาะอาหาร มีงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าโสมช่วยรักษาและยับยั้ง ไม่ให้เกิดการลุกลามของอาการกระเพาะอักเสบได้เป็นอย่างดี</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>สรรพคุณ</strong>ในการช่วยกำจัดสารพิษและแอลกอฮอล์ที่ปะปนอยู่ในกระแสเลือดได้</li>
</ul>
<ul>
<li>สารโปซานินที่พบในโสมมีส่วนช่วยในการกำจัดโคเลสเตอรอล ส่งผลให้ปริมาณโคเลสเตอรอลดีเพิ่มมากขึ้นด้วย</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>โสม </strong>ช่วยในการสลายลิ่มเลือด,ลดไขมันในเลือด และยังช่วยป้องกันไม่ให้เกล็ดเลือดเกาะตัวกันอีกด้วย</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>โสมเกาหลี</strong> สามารถกระตุ้นให้ตับอ่อน สร้างอินซูลินได้ จึงช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในภาวะสมดุล</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>โสม </strong>ช่วยกระตุ้นให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดได้ดีขึ้น สร้างสารเม็ดสีในเม็ดเลือดแดง จึงช่วยแก้ปัญหาเลือดจางได้</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>โสมเกาหลี</strong> ทำให้เจริญอาหารมากขึ้น <span style="color: #808000;"><strong>นอนหลับได้ </strong><strong>หลับได้นาน หลับลึกขึ้น</strong></span> อาการปวดเมื่อยต่างๆบรรเทาหายไป และทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้น</li>
</ul>
<ul>
<li>ความเมื่อยล้า สารโปซานินจะช่วยบรรเทาความเมื่อยล้า ทำให้ผ่อนคลายทั้งจิตใจและกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวยมีกำลังวังชา</li>
</ul>
<ul>
<li>ช่วย<span style="color: #808000;"><strong>คลายเครียด</strong></span></li>
</ul>
<ul>
<li>เข้าไปบำรุงระบบไหลเวียนของโลหิตให้ดีขึ้น และช่วยเพิ่มปริมาณอสุจิ ทำให้อสุจิแข็งแรงและเคลื่อนไหวได้ดีทำให้<strong>สมรรถภาพทางเพศ</strong>ดีขึ้น</li>
</ul>
<ul>
<li>เป็นยาอายุวัฒนะในวัยทอง<strong> </strong><strong>โสม</strong>จะช่วยให้ผ่อนคลายมากขึ้น ขจัดความรู้สึกซึมเศร้า และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์อวัยวะและชะลอไม่ให้เสื่อมสภาพ</li>
</ul>
<p style="padding-left: 30px;">หรือที่เรียกว่ามีฤทธิ์ชะลอความแก่ สารสกัดจากโสมมีฤทธิ์เป็น antioxidant ต้านการเกิด free radicals ซึ่งเป็นสาเหตุให้เซลล์แก่เร็ว</p>
<p>เพราะสรรพคุณอันมากมายของสุดยอดสมุนไพรจีนทั้งสองชนิดนี้ ทำให้มีการนำคุณค่าของสมุนไพรดังกล่าวมาอันแน่นใส่ลงไปในอาหารเสริม เพื่อให้หลายคนสามารถได้รับคุณประโยชน์ในรูปแบบที่ง่ายและสามารถหาซื้อทานได้โดยไม่ต้องบินไปไกลถึงเมืองจีน</p>
<p style="text-align: center;"><a title="แอดไลน์ เพื่อสั่งซื้อสินค้ากับฐิสา" href="http://line.me/ti/p/~s7514" target="_blank"><img class="alignnone size-full wp-image-7322" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2015/07/อาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกันนูทริก้า-Nutriga.jpg" alt="อาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน นูทริก้า Nutriga" width="600" height="314" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2015/07/อาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกันนูทริก้า-Nutriga.jpg 600w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2015/07/อาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกันนูทริก้า-Nutriga-300x157.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2015/07/อาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกันนูทริก้า-Nutriga-395x207.jpg 395w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2015/07/อาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกันนูทริก้า-Nutriga-20x10.jpg 20w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<h4 style="text-align: center;"><strong><a title="อาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน นูทริก้า (Nutriga)" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99-nutriga/" target="_blank">&gt;&gt; รายละเอียดสินค้า : นูทริก้า (Nutriga) &lt;&lt;</a></strong><br />
<strong> <a title="[รีวิว] รักษา ‘โรคนอนไม่หลับ’ ด้วยนูทริก้า Nutriga" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-nutriga-review/" target="_blank">&gt;&gt; รีวิวสินค้า : นูทริก้ากับโรคนอนไม่หลับ &lt;&lt;</a></strong><br />
<a title="[รีวิว] วิธีรักษา ”โรคแพนิค” ด้วยอาหารเสริม Nutriga" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84-nutriga-cure-panic-disorder/" target="_blank"><strong>&gt;&gt; รีวิวการรักษาโรคแพนิคด้วย Nutriga &lt;&lt;</strong></a></h4>
<div class="hatom-extra" style="display:none;visibility:hidden;"><span class="entry-title">สุดยอด สมุนไพรจีน ที่คุณควรรู้จัก</span> was last modified: <span class="updated">พฤษภาคม 14th, 2017</span> by <span class="author vcard"><span class="fn">admin</span></span></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99-useful/">สุดยอด สมุนไพรจีน ที่คุณควรรู้จัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></content:encoded>
			</item>
	</channel>
</rss>
