<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ไมเกรน &#8211; TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</title>
	<atom:link href="https://www.tisatrendy.com/tag/%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.tisatrendy.com</link>
	<description>รวมทุกเทรนด์เพื่อสุขภาพที่ดีและไลฟ์สไตล์ทันสมัย</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Sep 2025 05:31:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.9.7</generator>

<image>
	<url>https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2024/06/cropped-TisaTrendy-Web-Icon-32x32.png</url>
	<title>ไมเกรน &#8211; TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</title>
	<link>https://www.tisatrendy.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ความจริงของ &#8220;โรคเรื้อรัง&#8221; ที่คุณต้องรู้</title>
		<link>https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87-chronic-illness/</link>
		<pubDate>Mon, 24 Dec 2018 05:54:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[FAQ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเรื้อรัง-chronic]]></category>
		<category><![CDATA[ดื้อยา]]></category>
		<category><![CDATA[มะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[ยาปฏิชีวนะ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เจ็บป่วย]]></category>
		<category><![CDATA[เบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคกระเพาะ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเรื้อรัง]]></category>
		<category><![CDATA[ไมเกรน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mlm-idea-be-rich.com/?p=9833</guid>
		<description><![CDATA[<p>โรคเรื้อรัง กับความเข้าใจที่ยังไม่ถูกต้อง ในช่วงวันหยุด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87-chronic-illness/">ความจริงของ &#8220;โรคเรื้อรัง&#8221; ที่คุณต้องรู้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h2><strong><span style="color: #993300;">โรคเรื้อรัง กับความเข้าใจที่ยังไม่ถูกต้อง</span></strong></h2>
<p>ในช่วงวันหยุดยาวเช่นปีใหม่หรือ<span style="color: #808000;"><strong>สงกรานต์</strong></span> จะมีการรณรงค์เรื่อง 7 วันอันตรายเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ แม้กระทั่งช่วงที่มีปัญหาเรื่องไข้หวัดนก ไข้หวัด 2009 โรคมือเท้าปาก</p>
<p><img class="size-full wp-image-9840 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2018/12/ภาวะเจ็บป่วยคนไทย.jpg" alt="การเจ็บป่วยของคนไทย ที่ไม่ได้รับการใส่ใจอย่างถูกต้อง" width="497" height="399" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/ภาวะเจ็บป่วยคนไทย.jpg 497w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/ภาวะเจ็บป่วยคนไทย-300x241.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/ภาวะเจ็บป่วยคนไทย-370x297.jpg 370w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/ภาวะเจ็บป่วยคนไทย-395x317.jpg 395w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/ภาวะเจ็บป่วยคนไทย-100x80.jpg 100w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/ภาวะเจ็บป่วยคนไทย-200x160.jpg 200w" sizes="(max-width: 497px) 100vw, 497px" /></p>
<p>หลายคนก็ต่างให้ความสนใจกับเรื่องเหล่านี้กันอย่างกว้างขวาง แน่นอนว่าการระมัดระวังในเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่ดี เพราะช่วยลดโอกาสเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตของเราและคนที่เรารักได้</p>
<p><span style="color: #666699;">แต่เรื่องน่าเศร้าและน่าเป็นห่วงก็คือ ผู้คนและรัฐบาลให้ความสนใจหรือใส่ใจต่อ 7 วันอันตรายและโรคดังกล่าวมาก ทั้งๆที่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่ว่านี้ประมาณปีละ 1,000-3,000 คน </span></p>
<p><span style="color: #666699;">แต่ทั้งรัฐบาลและผู้คนทั่วไปกลับให้ความสนใจในเรื่องที่ทำให้คนตายปีนึงนับแสนคน เจ็บป่วยปีหนึ่งนับล้านคนน้อยมาก </span><span style="color: #666699;">ไม่ได้หมายความว่าคนตายน้อยเป็นเรื่องที่ไม่ควรสนใจ </span></p>
<p><span style="color: #666699;">แต่หมายถึงเราควรให้ความสนใจในเรื่องที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยตายเป็นจำนวนมากให้มากกว่านี้</span></p>
<p>กระทรวงสาธารณสุขระบุว่าปี 59 มีผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็ง 2 แสนกว่าคน <strong><span style="color: #808000;">โรคหัวใจ</span></strong>ขาดเลือด 2 แสนกว่าคน <strong><span style="color: #808000;">เบาหวาน</span></strong> 6 แสนกว่าคน <strong><span style="color: #808000;">ความดันโลหิตสูง</span></strong>อีก 8 แสนกว่าคน</p>
<p><img class="size-full wp-image-7953 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2017/09/คนเป็นเบาหวานเสี่ยงเป็นต้อกระจก.jpg" alt="โรคเรื้อรัง การป่วยเป็นเบาหวาน" width="500" height="334" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2017/09/คนเป็นเบาหวานเสี่ยงเป็นต้อกระจก.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2017/09/คนเป็นเบาหวานเสี่ยงเป็นต้อกระจก-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>แถมยังมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ยังไม่รู้ตัวว่าป่วยเลยไม่ได้ไปพบแพทย์ มีผู้ป่วยแอบแฝงมากกว่าตัวเลขดังกล่าวอีกมากเช่น ความจริงอาจมีผู้ป่วยเป็นเบาหวานราว 3 ล้านคนรวมถึงคนที่มีความเสี่ยงอีก 6-7 ล้านคนเป็นต้น</p>
<p>รวมๆกับโรคอื่นๆแล้วน่าจะมีคนป่วยโรคเรื้อรังเกือบครึ่งประเทศ</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">มีคนเสียชีวิตจากโรคมะเร็งประมาณ  50,000 คน โรคหัวใจ 18,000 คน โรคหลอดเลือดสมอง  17,000 คน รวมๆแล้วมีผู้เสียชีวิตจากโรคเรื้อรังเหล่านี้มากกว่า 1 แสนคน/ปี </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">หรือพูดง่ายๆว่า หรือเฉลี่ยกว่าวันละเกือบ 250 คน และ<strong>โรคเรื้อรัง</strong>เหล่านี้เป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆของคนไทยติดต่อกันมานานกว่า 10 ปีแล้ว</span></p>
<p><img class="size-full wp-image-9843 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2018/12/โรคเรื้อรังสาเหตุการตาย.jpg" alt="โรคเรื้อรังเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆของคนไทย" width="500" height="333" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/โรคเรื้อรังสาเหตุการตาย.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/โรคเรื้อรังสาเหตุการตาย-300x200.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/โรคเรื้อรังสาเหตุการตาย-395x263.jpg 395w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<h3><strong><span style="color: #008000;">คนไทยเป็น &#8220;โรคเรื้อรัง&#8221; มากขึ้น</span></strong></h3>
<p>สิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองไทยก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับทั่วโลก คนไทยเป็นโรคเหล่านี้เพิ่มขึ้นจากอดีตหลายเท่าเช่น เป็น<strong>ความดันสูง</strong>เพิ่มจากเมื่อ 10 ปีก่อนประมาณ 500%</p>
<p>เป็น<strong><span style="color: #808000;">เบาหวาน </span></strong>หัวใจ <strong><span style="color: #808000;">มะเร็ง</span></strong> หลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นจากหกปีก่อนเกือบ160% ส่วนคนที่อายุ 60 ปีขึ้นไป เกินครึ่งจะมีโรคประจำตัวอย่างน้อย 1 โรค</p>
<p>แถมในปัจจุบันเด็กประถมก็สามารถเป็นมะเร็งหรือ<strong><span style="color: #808000;">เบาหวาน</span></strong>กันแล้ว โรคเหล่านี้จึงไม่ใช่โรคของคนแก่และไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป&#8230;</p>
<h3><strong><span style="color: #008000;">ไม่ได้เป็นเพราะพันธุกรรมหรือเชื้อโรค</span></strong></h3>
<p>คนบางส่วนอาจเข้าใจผิดว่าการที่คนไทยเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้นเมื่อเทียบกับอดีตเป็นเรื่องของ<strong>พันธุกรรม</strong> หรือเป็นเพราะไปติดเชื้อโรคมา ที่จริงโรคเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปจากอดีตและเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยกลายเป็น<strong>คนอมโรค</strong></p>
<p><img class="size-full wp-image-9839 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2018/12/กินอาหารขยะเป็นโรคเรื้อรัง.jpg" alt="พฤติกรรมการกินแบบฝรั่งทำให้เป็นโรคเรื้อรัง" width="500" height="333" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/กินอาหารขยะเป็นโรคเรื้อรัง.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/กินอาหารขยะเป็นโรคเรื้อรัง-300x200.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/กินอาหารขยะเป็นโรคเรื้อรัง-395x263.jpg 395w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>และมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคก็คืออาหารการกินและ<strong><span style="color: #808000;">พฤติกรรม</span></strong>ที่เปลี่ยนไปนั่นเอง&#8230;พูดง่ายๆว่า เป็นเพราะคนไทยรับเอาวัฒนธรรมการกินทางตะวันตกเข้ามามากไป จึงทำให้เราเป็น<strong> โรคเรื้อรัง</strong> มากขึ้นนั่นเอง</p>
<h3><strong><span style="color: #008000;">แพทย์ไม่ใช่ที่พึ่งทั้งหมด</span></strong></h3>
<p><strong><span style="color: #808000;"> โรคเรื้อรัง</span></strong>นั้นเราไม่สามารถพึ่งพาแพทย์ส่วนใหญ่ได้ เพราะแพทย์ส่วนใหญ่ก็ยังไม่สามารถเอาตัวรอดจากโรคเรื้อรังเหล่านี้ สาเหตุเพราะตอนเรียนแพทย์จะเรียนเกี่ยวกับโภชนาการ (อาหารการกิน) ที่เป็นต้นเหตุของ <strong><span style="color: #808000;">โรคเรื้อรัง </span></strong>น้อยมากๆ</p>
<p>ส่วนใหญ่จะเรียนเกี่ยวกับการใช้ยาและการผ่าตัดเพื่อรักษา หลังจากเรียนจบส่วนใหญ่ก็จะมุ่งศึกษาเฉพาะทางจึงมีความรู้เฉพาะสาขาที่เรียน</p>
<p>ส่งผลให้แพทย์ส่วนใหญ่มีความรู้ด้านอาหารการกินน้อยมากๆ และยิ่งถ้าเราเจาะลึกลงไปจะพบว่า ตำราแพทย์จำนวนมากก็ล้วนแล้วแต่เขียนหรือสนับสนุนโดยบริษัทที่ผลิตยา  ผลงานวิจัยทางการแพทย์ส่วนใหญ่ก็มาจากบริษัทที่ผลิตยาหรือเครื่องมือทางการแพทย์</p>
<h3><strong><span style="color: #008000;">คนไทยกินยาเกินจำเป็น</span></strong></h3>
<p>ด้วยเหตุที่แพทย์ถนัดการใช้ยาจึงทำให้องค์ความรู้ของคนไทยส่วนใหญ่เป็นลักษณะที่รักษาอาการป่วยต่างๆด้วยการใช้ยาเช่น เป็น<strong><span style="color: #808000;">ไมเกรน</span></strong>ก็ใช้ยา ปวดข้อก็ใช้ยา เป็น<span style="color: #808000;"><strong>โรคกระเพาะ</strong></span>ก็ใช้ยา คนไทยส่วนหนึ่งจึงเริ่มติดนิสัยที่จะต้อง<strong>กินยา</strong></p>
<p><img class="size-full wp-image-7414 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2015/11/ยาไมเกรนอันตรายกว่าที่คิด.jpg" alt="ยาไมเกรนอันตรายกว่าที่คิด" width="500" height="259" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2015/11/ยาไมเกรนอันตรายกว่าที่คิด.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2015/11/ยาไมเกรนอันตรายกว่าที่คิด-300x155.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>เช่น เวลาเป็นไข้หวัดธรรมดาก็จะกินยาพารา ทั้งๆที่ถ้าพักผ่อนก็จะหายไปเองได้ และเมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยก็มักจะไปซื้อยาตามร้านขายยามากินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ด้วยเหตุนี้คนไทยจำนวนมากจึงบริโภคยาเกินจำเป็นและเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ปริมาณยาที่คนไทยบริโภคเฉลี่ยต่อคนมากกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วถึงประมาณ 2-3 เท่า </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">ในขณะที่สุขภาพของคนไทยก็ไม่ได้ดีกว่าประเทศอื่นเลย นั่นยิ่งชี้ให้เห็นได้ว่ากินยามากก็ไม่ได้ช่วยให้สุขภาพดี</span></p>
<p>ที่น่ากลัวของเรื่องนี้ก็คือ 80%ของร้านขายยา ไม่มีเภสัชกรคอยให้คำแนะนำ นอกจากจะทำให้เรามีโอกาสได้รับยามากเกินไปแล้วยังมีโอกาสได้รับยาผิดทำให้เกิดโทษและเกิดการสะสมสารพิษที่เป็นอันตรายกับร่างกายได้</p>
<h3><strong><span style="color: #008000;">คนไทยเริ่มดื้อยา</span></strong></h3>
<p>คนไทยที่ซื้อยามากินเอง (โดยเฉพาะ<strong>ยาปฏิชีวนะ </strong>เช่น<strong> แอสไพริน</strong>) ส่วนหนึ่งก็จะกินยาไม่ครบตามขนาดที่เหมาะสม ส่วนหนึ่งก็จะกินตามที่คนอื่นแนะนำโดยไม่ปรึกษาแพทย์</p>
<p><img class="size-full wp-image-9837 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2018/12/โรคเรื้อรังจากการดื้อยาปฏิชีวนะ.jpg" alt="โรคเรื้อรังจากการทางยาปฏิชีวนะจนเกิดการดื้อยา" width="500" height="333" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/โรคเรื้อรังจากการดื้อยาปฏิชีวนะ.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/โรคเรื้อรังจากการดื้อยาปฏิชีวนะ-300x200.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/โรคเรื้อรังจากการดื้อยาปฏิชีวนะ-395x263.jpg 395w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>ทำให้ได้รับยาไม่ตรงกับโรค ส่วนหนึ่งก็จะเลือกกินยาแรงเอาไว้ก่อน ส่วนนึงก็จะกินน้อยเกินไปพอใจแล้วก็หยุด</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">การกระทำเหล่านี้ทำให้เกิดแบคทีเรียสายพันธุ์ใหม่ที่ดื้อยาเพิ่มขึ้น ทำให้ในเวลาที่แพทย์ต้องใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาในยามจำเป็น ก็จะใช้ไม่ได้ผลเท่าไหร่ </span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">พบว่าคนไทย</span><strong>ดื้อยาปฏิชีวนะ</strong><span style="color: #666699;">สูงถึง 80% ทั้งๆที่เมื่อ 10 ปีก่อน คนไทยดื้อยาเหล่านี้เพียง 1-2% เท่านั้น</span></p>
<p>สิ่งที่ตามมาหลังจากร่างกาย<strong><span style="color: #808000;">ดื้อยา</span></strong>ก็คือ จะทำให้เกิดเชื้อฝีหนอง,E.coli ,ติดโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ, ติดเชื้อในช่องท้อง, <strong><span style="color: #808000;">ติดเชื้อในกระแสเลือด</span></strong>ได้ง่ายขึ้น</p>
<p>ที่น่ากังวลก็คือ อาการ<strong><span style="color: #808000;">ดื้อยา</span></strong>ในเด็กเล็กมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นด้วย โดยเฉพาะการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และในระบบลำไส้ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเกือบ 90%</p>
<p>เนื่องจากมีการใช้ยาชนิดเดิมติดต่อนานหลายปี ทำให้เชื้อมีภูมิต้านทานต่อยา ส่งผลให้การรักษาที่ง่ายกลายเป็นยากขึ้น จนต้องมีการเปลี่ยนตัวยาใหม่ให้แรงมากกว่าเดิม</p>
<p>และบางครั้งอาจต้องใช้ยาหลายชนิดในการรักษา ซึ่งผลเสียก็คือ ยิ่งรักษาก็จะยิ่งเสียค่ารักษาที่สูงขึ้น และอาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนขึ้นได้ โดยเฉพาะกรณีที่เด็กมีภูมิต้านทานต่ำเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้</p>
<h3><strong><span style="color: #008000;">ร่างกายพังเพราะยา</span></strong></h3>
<p>ยาหลายๆขนานถ้ากินมากเกินไป หรือต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็อาจจะส่งผลต่อผิวหนัง ทำให้มีอาการ<strong>ผื่นคัน ผิวหนังพอง แพ้แดด</strong> หรือส่งผลต่อทางเดินอาหาร ทำให้เกิด<strong>แผลในกระเพาะอาหาร</strong></p>
<p><img class="wp-image-5461 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2016/05/โรคผิวหนังผื่นคัน.jpg" alt="ผื่นคันตามผิวหนัง" width="490" height="298" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/05/โรคผิวหนังผื่นคัน.jpg 329w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/05/โรคผิวหนังผื่นคัน-300x182.jpg 300w" sizes="(max-width: 490px) 100vw, 490px" /></p>
<p>หรือส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ง่วงซึม มึนงง ซึมเศร้า หรือขัดขวางการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด จึงมีผลต่อการทำงานของไต ทำให้<strong>ไตบวม ไตวาย</strong></p>
<p>หรือทำให้เป็นแผลในระบบหัวใจและหลอดเลือด หลอดเลือดสมองอุดตัน ทำให้เสียชีวิตได้ แม้แต่ยาพาราเซตามอลที่มีการใช้อย่างแพร่หลาย</p>
<p>ถ้าเราใช้ยานี้เกินปริมาณที่แนะนำก็จะนำไปสู่การเกิดพิษต่อตับ จะนำไปสู่ภาวะตับวายและเสียชีวิตในที่สุดเช่นกัน</p>
<h4><span style="color: #808000;"><strong>โรคเรื้อรังกับการใช้ยารักษา</strong></span></h4>
<p>ในการรักษา<strong><span style="color: #808000;">โรคเรื้อรัง</span></strong> แพทย์ส่วนใหญ่ก็จะใช้ยาในการรักษาทำให้ร่างกายของผู้ป่วยได้รับผลกระทบจากยาที่ใช้ต่อเนื่องนานๆ (หลายคนได้โรคตับโรคไตเพิ่มจากโรคที่เป็นอยู่)</p>
<p><img class="size-full wp-image-9841 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2018/12/กินยาเพื่อรักษาโรคเรื้อรัง.jpg" alt="ในการรักษาโรคเรื้อรัง แพทย์ส่วนใหญ่ก็จะใช้ยาในการรักษา" width="500" height="333" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/กินยาเพื่อรักษาโรคเรื้อรัง.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/กินยาเพื่อรักษาโรคเรื้อรัง-300x200.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/กินยาเพื่อรักษาโรคเรื้อรัง-395x263.jpg 395w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>ฉะนั้นหากใครเป็น<strong>โรคเรื้อรัง</strong>และหวังพึ่งยา ชีวิตที่เหลืออยู่ก็จะเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานเป็นอย่างยิ่ง เพราะต้องกินยาไปเรื่อยๆ และมีสุขภาพที่อ่อนแอลงเรื่อยๆ (เหลือชีวิตยาวนานแค่ไหน ก็ทรมานยาวนานเท่านั้น)</p>
<h3><strong><span style="color: #008000;">ป้องกันดีกว่ารักษา</span></strong></h3>
<p>โรคเรื้อรังเหล่านี้มักจะแสดงอาการเมื่อเป็นหนักแล้ว คนที่ยังไม่เข้าโรงพยาบาลจึงไม่ได้แปลว่าเป็นคนที่สุขภาพดี ไม่ป่วย แข็งแรง เพราะโรคเหล่านี้จะแอบแฝงอยู่ภายในโดยที่เราไม่รู้ตัว เหมือนฆาตกรเงียบ บางคนจึงชะล่าใจโดยเฉพาะคนอายุไม่มาก</p>
<p><span style="color: #666699;">โรคเหล่านี้เมื่อเป็นแล้วจะมีแต่ความทุกข์ทรมาน และต้องเสียเงินในการรักษาจำนวนมาก บางโรคต้องใช้เงินหลายแสน เป็นล้านจนถึงหลายสิบล้าน</span></p>
<p><img class="size-full wp-image-9842 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2018/12/การรักษาเมื่อเจ็บป่วย.jpg" alt="การป้องกันก่อนเป็นโรคเรื้อรังย่อมดีกว่าการรักษาเมื่อป่วยแล้ว" width="500" height="554" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/การรักษาเมื่อเจ็บป่วย.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/การรักษาเมื่อเจ็บป่วย-271x300.jpg 271w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/การรักษาเมื่อเจ็บป่วย-395x438.jpg 395w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/12/การรักษาเมื่อเจ็บป่วย-300x332.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p><span style="color: #666699;">บางโรคต้องรักษาไปเรื่อยๆจนกว่าจะตาย พูดง่ายๆว่าถ้าใครเป็นโรคเหล่านี้เงินที่เก็บมาทั้งชีวิตก็แทบหมดไปเลย บางคนก็อาจจะถึงขั้นต้องกู้หนี้มารักษา และเป็นเรื่องน่าเศร้าที่การยื้อชีวิตกลับเป็นการทำให้อยู่อย่างทรมานยาวนานขึ้น </span></p>
<p><span style="color: #666699;"><strong><span style="color: #993300;">และเหตุนี้เองที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงมักจะรู้สึกเสียใจที่ไม่ดูแลตัวเองตั้งแต่ตอนที่ยังไม่เป็นโรคซะก่อน</span></strong></span></p>
<p>ขณะที่ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่าโรคเรื้อรังเหล่านี้สามารถป้องกันได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และค่าใช้จ่ายในการพยายามป้องกันนั้นน้อยกว่านับ 10 เท่า เมื่อเป็นอย่างนี้จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะเลือกปล่อยให้เป็นแล้วค่อยรักษา</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #666699;">สำหรับคนที่กำลังป่วยหากเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมก็สามารถบรรเทาอาการที่เป็นอยู่ได้ดีกว่าการรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียว ความรู้ในเรื่องพฤติกรรมดังกล่าวจึงมีความสำคัญต่อชีวิตและสุขภาพของเราเป็นอย่างมาก</span></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโรคเรื้อรังก็ควรจะได้รับการดูแลและรับคำปรึกษาจากแพทย์ด้วยไม่ควรตัดสินใจด้วยตัวเอง เพราะบางคนอาจมีอาการหนักมากจนชีวิตเหมือนอยู่บนเส้นด้าย <strong>อย่าลดยาด้วยตัวเอง</strong> ควรให้<strong>แพทย์เป็นผู้พิจารณา</strong>จะดีที่สุด</p>
<p><img class="size-full wp-image-8843 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2018/06/ปรึกษาแพทย์-see-doctor.jpg" alt="หากมีอาการเจ็บป่วย ควรปรึกษาแพทย์" width="500" height="333" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/06/ปรึกษาแพทย์-see-doctor.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/06/ปรึกษาแพทย์-see-doctor-300x200.jpg 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/06/ปรึกษาแพทย์-see-doctor-395x263.jpg 395w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2018/06/ปรึกษาแพทย์-see-doctor-20x13.jpg 20w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p><center><iframe src="https://www.youtube.com/embed/lNAPcFLEb3k" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe><center></center></center></p>
<h3><strong><span style="color: #008000;">หนทางป้องกันและรักษาที่ถูกต้อง</span></strong></h3>
<p>ถ้าถามแพทย์ว่า ถ้าต้องการจะห่างไกลจากโรคเรื้อรังเราจะต้องทำยังไง แพทย์ก็จะต้องแนะนำว่าให้กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ</p>
<p>ซึ่งเรื่องนี้เป็นหลักการที่เด็กประถมก็รู้จักและเข้าใจเป็นอย่างดี และคนส่วนใหญ่ก็เชื่อว่า รู้แค่นี้แล้วทำตามหลักการนี้ก็พอแล้ว</p>
<p><img class="size-full wp-image-7625 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2017/07/ออกกำลังกายตอนเช้าช่วยให้สุขภาพดี.jpg" alt="ออกกำลังกายตอนเช้าช่วยให้สุขภาพดี" width="500" height="333" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2017/07/ออกกำลังกายตอนเช้าช่วยให้สุขภาพดี.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2017/07/ออกกำลังกายตอนเช้าช่วยให้สุขภาพดี-300x199.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p><span style="color: #993300;"><strong>แต่เหตุที่คนส่วนใหญ่ไม่สามารถป้องกันตัวเองจากโรคดังกล่าวได้หรือดูแลตัวเองเมื่อเป็นโรคเรื้อรังไม่ได้ ก็เพราะว่าความรู้ดังกล่าวยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ </strong></span></p>
<p><span style="color: #993300;"><strong>คนที่มีความเข้าใจแค่นี้ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าจะต้องทำหรือไม่ต้องทำอะไร ความรู้ที่ขาดหายไปและช่วยให้ห่างไกลโรคเรื้อรัง คุณจะพบได้ในตอนต่อไป&#8230;</strong></span></p>
<p><strong>บทความที่น่าสนใจ</strong></p>
<ul>
<li><strong><a href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%a7-older-than-age/" target="_blank" rel="noopener">ไม่อยากแก่เร็ว ต้องดูแลสุขภาพอย่างไร</a></strong></li>
<li><strong><a href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/why-you-eat-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/" target="_blank" rel="noopener">อาหารเพื่อสุขภาพ ดีอย่างไร?</a></strong></li>
<li><strong><a href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99-immunity/" target="_blank" rel="noopener">ภูมิคุ้มกัน..เกราะป้องกันของมนุษย์</a></strong></li>
</ul>
<div class="hatom-extra" style="display:none;visibility:hidden;"><span class="entry-title">ความจริงของ &#8220;โรคเรื้อรัง&#8221; ที่คุณต้องรู้</span> was last modified: <span class="updated">มกราคม 20th, 2019</span> by <span class="author vcard"><span class="fn">admin</span></span></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87-chronic-illness/">ความจริงของ &#8220;โรคเรื้อรัง&#8221; ที่คุณต้องรู้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></content:encoded>
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;พืชสมุนไพร&#8221; กินแล้ว &#8216;ผิวสวย&#8217;</title>
		<link>https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2/</link>
		<pubDate>Mon, 04 Apr 2016 06:40:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[FAQ]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรคู่หูเพื่อผิวสวย]]></category>
		<category><![CDATA[ตกขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ตังกุย]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำว่านหางจระเข้]]></category>
		<category><![CDATA[ประจำเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับสมดุลฮอร์โมน]]></category>
		<category><![CDATA[ปวดท้องประจำเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[วัยทอง]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เก๋ากี้]]></category>
		<category><![CDATA[โรคมะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[ไมเกรน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mlm-idea-be-rich.com/?p=5046</guid>
		<description><![CDATA[<p>2 สุดยอด &#8220;พืชสมุนไพร&#8221; เพื่อผิวสวย สาเหตุที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2/">&#8220;พืชสมุนไพร&#8221; กินแล้ว &#8216;ผิวสวย&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #993300;">2 สุดยอด &#8220;พืชสมุนไพร&#8221; เพื่อผิวสวย</span></h2>
<p>สาเหตุที่ทำให้ระดับฮอร์โมนของผู้หญิงเปลี่ยนแปลงนั้นมีมากมายหลายสาเหตุ เช่น ช่วงมีประจำเดือน คลอดบุตร ภาวะวัยทอง</p>
<p>ทำให้เกิดปัญหาต่อร่างกาย จิตใจ ผิวพรรณ รวมทั้งอารมณ์ที่แปรเปลี่ยน การใช้ <span style="color: #808000;"><strong>สมุนไพร </strong></span>และอาหาร สามารถช่วยบรรเทาอาการได้ดีทีเดียว<span id="more-5046"></span></p>
<p>โดยเฉพาะ<span style="color: #808000;"><strong>สมุนไพร</strong></span>จีนที่มีองค์ความรู้ถ่ายทอดกันมานับหลายพันปี มารู้จัก<strong>สมุนไพรจีน</strong>ยอดนิยม 2 ชนิดที่ช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมนของผู้หญิงกันคะ</p>
<h2><strong><span style="color: #993300;">1. ตังกุย พืชสมุนไพรจีน (ฤทธิ์อุ่น)</span></strong></h2>
<p style="padding-left: 30px;"><strong>ตังกุย (Dong Guai)</strong> แม้จะเป็น <span style="color: #808000;"><strong>พืช</strong><strong><span style="color: #808000;">สมุนไพร</span> </strong></span>ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย แต่กลับเป็นที่รู้จักและนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายเลยในประเทศฝั่งตะวันตก คนไทยเรียก<strong>ตังกุย</strong>ว่า<strong>โกศเชียง</strong> หรือบางแห่งเรียกว่า<strong>โสมผู้หญิง</strong></p>
<p style="padding-left: 30px;">เนื่องจากมีสรรพคุณเกี่ยวกับการปรับสมดุลฮอร์โมนในผู้หญิงที่เด่นมาก <span style="color: #808000;"><strong>สมุนไพร</strong></span>ชนิดนี้มีฤทธิ์อุ่น รสหวานปนขม เผ็ดเล็กน้อย รากแห้งใช้ทำเป็นยาควรเลือกหญ้าขนาดใหญ่ที่มีรากฝอยน้อย จะได้คุณภาพแถมมีกลิ่นหอมมาก</p>
<h3><span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #008000; text-decoration: underline;">ตังกุยแก้โรคสตรียอดฮิต</span></strong></span></h3>
<p>เนื่องจาก<strong>ตังกุย</strong>มีฤทธิ์อุ่นจึงช่วย<strong>ปรับสมดุลฮอร์โมน</strong>ได้ดี โดยเฉพาะคนที่มีหยินเกิน ช่วยบำรุงเลือด และช่วยแก้อาการผิดปกติของสตรีได้มากมาย เช่น</p>
<ol>
<li><span style="color: #333399;">รักษาอาการ<strong>ปวดท้องประจำเดือน ตกขาว</strong></span></li>
<li><span style="color: #333399;">บำรุงมดลูก</span></li>
<li><span style="color: #333399;">ช่วยแก้ภาวะมีบุตรยากทั้งเพศหญิงและเพศชายเนื่องจากมีสารแอนติออกซิแดนต์ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยเพิ่มคุณภาพสเปิร์ม น้ำเชื้อแข็งแรง</span></li>
<li><span style="color: #333399;">ช่วยฟื้นฟูสุขภาพผู้หญิงหลังคลอดลูกได้อย่างดี</span></li>
<li><span style="color: #333399;">บรรเทาอาการร้อนวูบวาบ หงุดหงิด เหงื่อออกตอนกลางคืนจากภาวะ<strong>วัยทอง</strong> เนื่องจากมีสารไฟโตรเอสโทรเจนที่ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศหญิงอย่างอ่อนๆ</span></li>
</ol>
<h3><span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #008000; text-decoration: underline;">ตังกุยชะลอวัยได้ผลจริง</span></strong></span></h3>
<p>เพราะตังกุยช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้นและ<span style="color: #808000;"><strong>ปรับสมดุลฮอร์โมน</strong></span>จึงช่วยบำรุงผิวและสามารถชะลอวัยได้ มีสรรพคุณดังนี้</p>
<ol>
<li><span style="color: #666699;">บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล</span></li>
<li><span style="color: #666699;">แก้ปัญหาผมร่วง ผื่นคัน และทำให้แผลหายได้เร็วขึ้น</span></li>
<li><span style="color: #666699;">บำรุงสมอง ตับ ต่อมน้ำเหลือง เพราะมีวิตามินและแร่ธาตุที่หลากหลาย เช่น วิตามินA B E</span></li>
<li><span style="color: #666699;">เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ จึงช่วยป้องกัน<strong>โรคความดันโลหิตสูง</strong></span></li>
<li><span style="color: #666699;">แก้ภาวะโลหิตจาง บำรุงเลือด เพราะมีวิตามินและแร่ธาตุที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดเลือด ได้แก่ โฟลิก ไนอะซิน ไบโอติน และวิตามินบี 12</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ช่วยต้านการอักเสบ ลดอาการปวด เช่น ปวดข้อ ปวดเส้นประสาท <strong>ไมเกรน</strong></span></li>
<li><span style="color: #666699;">แก้อาการอ่อนเพลีย (Fatigue)</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ช่วยทำให้การขับถ่ายดีขึ้น ลำไส้มีความชุ่มชื่น</span></li>
</ol>
<p><img class=" wp-image-5060 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2016/04/พืชสมุนไพรบำรุงผิวสวย.jpg" alt="สุดยอดพืชสมุนไพร ที่ทานแล้วทำให้ผิวสวย เปล่งปลั่ง" width="226" height="311" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/04/พืชสมุนไพรบำรุงผิวสวย.jpg 291w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/04/พืชสมุนไพรบำรุงผิวสวย-218x300.jpg 218w" sizes="(max-width: 226px) 100vw, 226px" /></p>
<h3><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #008000;"><strong>ใครไม่ควรใช้ตังกุยบ้าง?</strong></span></span></h3>
<p>สำหรับผู้ที่ไม่ควรกินตังกุยคือ</p>
<ol>
<li><span style="color: #666699;">สตรีตั้งครรภ์และระหว่าให้นมบุตร</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ผู้กินยาต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือด</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ผู้ป่วย<strong>โรคมะเร็ง</strong>หรือเนื้องอกที่มีสาเหตุสัมพันธ์กับฮอร์โมนเอสโทรเจน</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ผู้แพ้พืชในวงศ์ Apiaceae</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระดับน้ำตาลในเลือด</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ผู้ที่ใช้ยา Tretinoin ยาแก้โรคซึมเศร้า ยาต้านมะเร็งบางชนิด ซึ่งส่งผลให้ผิวไวต่อแสง</span></li>
</ol>
<h2><span style="color: #993300;"><strong>2. เก๋ากี้ พืชสมุนไพรจีน (ฤทธิ์กลาง)</strong></span></h2>
<p>ส่วน<span style="color: #808000;"><strong>สมุนไพร</strong></span>จีนอีกชนิดหนึ่งที่นำเสนอก็คือ<strong> เก๋ากี้</strong> หรือที่ชาวผรั่งมักเรียกกันว่า <strong>โกจิเบอร์รี่</strong> นั่นเอง ในตำราสมุนไพรจีนโบราณชื่อ<strong> Shen Nong Ben Cao Jing</strong> ได้แบ่งคุณภาพสมุนไพรเป็น 3 ระดับ คือ สูง กลาง และต่ำ</p>
<p>เก๋ากี้เองจัดเป็นหนึ่งใน<strong> &#8216;พืชสมุนไพร&#8217;</strong> จำนวน 120 ชนิดที่มีคุณภาพในระดับสูง ซึ่งมีประโยชน์สารพัดมากมาย ทั้งช่วยให้สุขภาพแข็งแรง ชีวิตยืนยาว<strong>ชะลอวัย</strong> และยังมีความปลอดภัยสูงด้วย</p>
<p>สมุนไพรจีนชนิดนี้พบได้ในแถบเอเชีย บริเวณภูเขาหิมาลัย ทวีปอเมริกาเหนือ กลาง แต่ที่มีคุณภาพดีจะอยู่ที่เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย ประเทศจีน</p>
<p><strong>เก๋ากี้</strong> เป็น<strong>สมุนไพรฤทธิ์กลาง</strong> รสหวาน มี<span style="color: #808000;"><strong>สรรพคุณ</strong></span>ช่วยหล่อเลี้ยงและปรับการทำงานของตับและไต (ซึ่งจำเป็นสำหรับชีวิตมนุษย์ หากการทำงานลดลงจะทำให้ร่างกายแก่ชรา) ช่วยบำรุงเลือดและปรับสภาพโดยรวมให้ร่างกายเข้าสู่สมดุลตามธรรมชาติ</p>
<h3><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #008000;"><strong>สารอาหารที่ดีต่อสุขภาพใน &#8216;เก๋ากี้&#8217;</strong></span></span></h3>
<p>พบสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพและช่วยป้องกันโรคใน<strong>เก๋ากี้</strong>ดังนี้</p>
<ol>
<li><span style="color: #666699;">สารแอนติออกซิเดนต์ โดยมีค่า ORAC Score ซึ่งเป็นค่าที่บอกถึงความสามารถในการกำจัดอนุมูลอิสระถึง 25,300 นอกจากนี้ยังพบสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์และโพลีฟีนอล ได้แก่ <strong>เบต้า แคโรทีน ลูทีน ไลโคปีน</strong>อีกด้วย จึงช่วยทำให้<strong>ผิวพรรณอ่อนเยาว์</strong></span></li>
<li><span style="color: #666699;">มีกรดแอมิโนที่จำเป็น 18 ชนิด ช่วยเสริมภูมิต้านทานแก่ร่างกาย</span></li>
<li><span style="color: #666699;">ใยอาหาร และมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ จึงไม่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดให้สูงเกินมาตรฐาน</span></li>
<li><span style="color: #666699;">วิตามินและแร่ธาตุ เช่นวิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี 1 บี2 บี5 บี6 วิตามินอี สังกะสี เหล็ก ทองแดง แคลเซียม ซีลีเนียม โพแทสเซียม จึงช่วยเรื่องการมองเห็น ป้องกันเลนส์ตาเสื่อม</span></li>
<li><span style="color: #666699;">โพลีแซคคาไรด์ ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวทำงานดีขึ้น</span></li>
<li><span style="color: #666699;">สารบีเทน ช่วยป้องกันดีเอ็นเอไม่ให้ถูกทำร้าย ทำให้จิตใจสงบ ไม่ตื่นตัว เพิ่มความจำ ขจัดความอ่อนล้า และช่วยเรื่องการนอนหลับ</span></li>
<li><span style="color: #666699;">สารไฟซาลีน ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ป้องกัน<strong>โรคมะเร็ง</strong></span></li>
<li><span style="color: #666699;">สารเซสควิเทอร์พีนอยด์ ช่วยกระตุ้นการหลั่งโกร๊ธฮอร์โมน ชะลอวัย ลดอาการผิดปกติเกี่ยวกับประจำเดือน ช่วยการทำงานของหัวใจและลดความเสี่ยงเกิด<strong>โรคความดันโลหิตสูง</strong></span></li>
<li><span style="color: #666699;">สารเบต้าไซโทสเตอรอล ช่วยต้านการอักเสบ ลดระดับคอเลสเตอรอล บรรเทาอาการต่อมลูกหมากโต และ<strong>เพิ่มสมมรรถภาพทางเพศ</strong></span></li>
</ol>
<h4><span style="color: #993300;"><strong>     คุณค่ามากมายจาก &#8216;พืชสมุนไพร&#8217; ทั้งสองชนิดนี้ ช่วยให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงและอ่อนเยาว์ได้ดีทีเดียวค่ะ</strong></span></h4>
<p><a title="น้ำว่านหางจระเข้ S VERA PLUS" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89-s-vera-plus/" target="_blank"><img class="size-full wp-image-6133 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2016/09/เครื่องดื่มสุขภาพ-น้ำว่านหางจระเข้-S-Vera-plus.jpg" alt="เครื่องดื่มสุขภาพ น้ำว่านหางจระเข้คุณภาพ S Vera Plus" width="669" height="350" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/09/เครื่องดื่มสุขภาพ-น้ำว่านหางจระเข้-S-Vera-plus.jpg 669w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/09/เครื่องดื่มสุขภาพ-น้ำว่านหางจระเข้-S-Vera-plus-300x156.jpg 300w" sizes="(max-width: 669px) 100vw, 669px" /></a></p>
<p><a title="แอดไลน์ เพื่อสั่งซื้อสินค้ากับฐิสา" href="http://line.me/ti/p/~s7514" target="_blank"><img class="size-full wp-image-6056 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2016/04/แอดไลน์-add-line-id.png" alt="กดเพื่อแอดไลน์ line id : s7514" width="341" height="86" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/04/แอดไลน์-add-line-id.png 341w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/04/แอดไลน์-add-line-id-300x76.png 300w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2016/04/แอดไลน์-add-line-id-20x5.png 20w" sizes="(max-width: 341px) 100vw, 341px" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a title="น้ำว่านหางจระเข้ S VERA PLUS" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89-s-vera-plus/" target="_blank"><strong>&gt;&gt; รายละเอียด : น้ำว่านหางจระเข้ ผสมโกจิเบอร์รี่ &lt;&lt;</strong></a><br />
<a title="รีวิวน้ำว่านหางจระเข้ S Vera Plus" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89/" target="_blank"><strong>&gt;&gt; รีวิวน้ำว่านหางจระเข้ S Vera Plus Gogiberry &lt;&lt;</strong></a></p>
<div class="hatom-extra" style="display:none;visibility:hidden;"><span class="entry-title">&#8220;พืชสมุนไพร&#8221; กินแล้ว &#8216;ผิวสวย&#8217;</span> was last modified: <span class="updated">กันยายน 19th, 2016</span> by <span class="author vcard"><span class="fn">admin</span></span></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2/">&#8220;พืชสมุนไพร&#8221; กินแล้ว &#8216;ผิวสวย&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></content:encoded>
			</item>
		<item>
		<title>ทำไม ยา&#8217;ไมเกรน&#8217; ร้ายกว่าที่คิด</title>
		<link>https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%99-danger/</link>
		<pubDate>Thu, 05 Nov 2015 15:01:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[FAQ]]></category>
		<category><![CDATA[ยาไมเกรน ร้ายกว่าที่คิด]]></category>
		<category><![CDATA[ปวดหัว]]></category>
		<category><![CDATA[ปวดไมเกรน]]></category>
		<category><![CDATA[ยารักษาไมเกรน]]></category>
		<category><![CDATA[ยาแก้ปวด]]></category>
		<category><![CDATA[ยาแก้ไมเกรน]]></category>
		<category><![CDATA[ยาไมเกรน]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาไมเกรน]]></category>
		<category><![CDATA[อาการไมเกรน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคไมเกรน]]></category>
		<category><![CDATA[ไมเกรน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mlm-idea-be-rich.com/?p=3775</guid>
		<description><![CDATA[<p>ไมเกรน หรือ โรคปวดศีรษะ เป็นโรคที่พบได้บ่อยและรู้จักกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%99-danger/">ทำไม ยา&#8217;ไมเกรน&#8217; ร้ายกว่าที่คิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #808000;"><strong>ไมเกรน</strong> </span>หรือ <strong>โรคปวดศีรษะ </strong>เป็นโรคที่พบได้บ่อยและรู้จักกันดีในคนทั่วไปในปัจจุบัน  โดยเป็นโรคปวดศีรษะที่เกิดจาก<strong>สมองมีความไวมากกว่าปกติ</strong> เวลามีสิ่งกระตุ้น เช่น นอนน้อย, มี<strong>ความเครียด</strong>, อากาศเปลี่ยน, เจอแสงแดด<span id="more-3775"></span></p>
<p>ก็จะทำให้ระบบสมองหลั่งสารเคมีบางชนิดออกมา ทำให้เกิดการ<strong>อักเสบของเส้นเลือดและเส้นประสาท</strong> รวมทั้งทำให้เกิดการคลื่นไส้และอาเจียนอีกด้วย</p>
<p>คนไทยเป็น<strong>โรคไมเกรน </strong>มากถึง 8 ล้านคน ซึ่งส่วนมากมักจะซื้อ <span style="color: #808000;"><strong>ยาไมเกรน </strong></span>มารับประทานเอง และยาที่นิยมรับประทานเพราะเป็นยาที่ราคาถูก หาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยา คือ <strong><span style="color: #808000;">เออร์โกทามีน </span>(Ergotamine)</strong></p>
<p><strong>สารเออร์กอต (Ergot)</strong> ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของตัวยา<strong>เออร์โกทามีน</strong>นั้น ถูกค้นพบโดยคนที่รับประทานธัญพืชหรือขนมปังที่มีการติดเชื้อราชนิดหนึ่งเข้าไปชื่อ <strong>Claviceps purpurea</strong></p>
<p>แล้วเกิดอาการแสบร้อนและเกิด<strong>การเน่าที่ปลายมือ-ปลายเท้า</strong>จากการ<strong>ขาดเลือด</strong> ต่อมาก็พัฒนาสกัดเอาตัว<strong>ยาเออร์โกทามีน</strong>ออกมาจาก<strong>สารเออร์กอต</strong>ได้เป็นผลสำเร็จ</p>
<p>และได้นำเออร์โกทามีนมาใช้ในการรักษา<strong>ไมเกรน</strong>ได้เป็นผลดี จึงมีการใช้อย่างแพร่หลายมาตั้งแต่นั้นมา</p>
<p><strong>เออร์โกทามีน</strong> จะออกฤทธิ์ไม่จำเพาะเจาะจงในระบบประสาท โดยจะไปกระตุ้นตัวรับในสมองหลายชนิด ทำให้สารสื่อประสาทในสมอง เช่น <strong>สารซีโรโทนิน (serotonin)</strong>, <strong>โดปามีน (dopamine)</strong>, <strong>นอร์เอพิเนฟริน (norepinephrine)</strong> มีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งยังทำให้<strong>เส้นเลือดเหดตัว</strong></p>
<p><strong>เออร์โกทามีน</strong>ที่มีในท้องตลาดมักผสม<strong>คาเฟอีน</strong>เข้าไปด้วยเพื่อเพิ่มการดูดซึมยา ซึ่งจากผลของตัว<strong>ยาเออร์โกทามีน</strong>เองนั้น จะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้</p>
<p>จึงไม่ควรใช้ยาชนิดนี้ในผู้ที่มี<strong>อาการไมเกรน</strong>ร่วมกับอาการคลื่นไส้อาเจียน ซึ่งอาจทำให้<strong>ความดันโลหิตสูง</strong>จากฤทธิ์ที่ทำให้หลอดเลือดหดตัว ในรายที่ใช้ยามากกว่า 10 เม็ดต่อเดือน</p>
<p>อาจทำให้อาการปวด <strong>ไมเกรน </strong>เป็นมากขึ้นได้เรียกว่า <strong>ปวดศีรษะจากการใช้ยาแก้ปวดเกินขนาด (Medication overuse headache)</strong></p>
<p><img class="size-full wp-image-7414 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2015/11/ยาไมเกรนอันตรายกว่าที่คิด.jpg" alt="ยาไมเกรนอันตรายกว่าที่คิด" width="500" height="259" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2015/11/ยาไมเกรนอันตรายกว่าที่คิด.jpg 500w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2015/11/ยาไมเกรนอันตรายกว่าที่คิด-300x155.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>การใช้เออร์โกทามีนร่วมกับยาอื่นๆเช่น <strong>ยาต้านเศร้า (Antidepressants)</strong>, <strong>ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics)</strong>, <strong>ยาฆ่าเชื้อรา (Antifungals)</strong>, <strong>ยาต้านไวรัส HIV</strong>, <strong>ยารักษาโรคจิต (Antipsychotics)</strong></p>
<p>จะทำให้ระดับยาเออร์โกทามีนในร่างกายสูงขึ้นเป็นอย่างมาก จนเกิดเส้นเลือดหดตัวอย่างรุนแรงทำให้<span style="color: #808000;"><strong>สมองขาดเลือด</strong> <strong>หัวใจขาดเลือด</strong></span> ปลายมือปลายเท้าเน่าจากการขาดเลือดได้ และอาจถึงแก่ชีวิต</p>
<h3><span style="color: #008000;"><strong>ข้อห้ามในการใช้ยาเออร์โกทามีน</strong></span></h3>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">ห้ามใช้ในผู้ที่มีความดันโลหิตสูงที่ยังควบคุมไม่ได้</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">ห้ามใช้ในผู้ที่มีการทำงานของตับหรือไตผิดปกติ</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">ห้ามใช้ในผู้ที่มีโรคเส้นเลือดตีบตันหรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อ<strong>เส้นเลือดตีบ</strong>ตัน เช่น ผู้ป่วยโรคเส้นเลือดสมอง เส้นเลือดหัวใจ เส้นเลือดส่วนปลายผิดปกติ </span></li>
</ul>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: rgb(102, 102, 153);">เนื่องจากตัวยามีฤทธิ์ทำให้เส้นเลือดเกิดการหดตัว ทำให้เส้นเลือดตีบตันที่เป็นอยู่เดิมเกิดการตีบตันมากขึ้นจนอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้</span></p>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">ห้ามใช้คู่กับยาแก้ปวดชนิดทริปแทน (Triptans) เนื่องจากจะทำให้เส้นเลือดหดตัวอย่างรุนแรง</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #666699;">ห้ามใช้ยาที่มีเออร์โกทามีน ในหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจทำให้แท้งบุตรได้</span></li>
</ul>
<p>ในรายที่มีอาการปวดศีรษะ<span style="color: #808000;"><strong>ไมเกรน</strong></span>ไม่บ่อย (น้อยกว่า 2 ครั้งต่อเดือน) และไม่มีโรคประจำตัว หรือไม่ได้รับประทานยาชนิดอื่นๆอยู่ สามารถรับประทานยาแก้ปวด</p>
<p>เช่น <span style="color: #808000;"><strong>พาราเซตามอล</strong></span> (Paracetamol), ยาลดการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs; Ibuprofen, Naproxen, Mefenamic acid, Diclofenac เป็นต้น),เออร์โกทามีน, หรือยาในกลุ่มทริปแทนได้</p>
<p>การใช้ยาเออร์โกทามีนอย่างถูกต้องนั้น<strong> <span style="color: #808000;">ควรใช้เฉพาะเวลาปวดศรีษะไมเกรนเท่านั้น </span></strong>การรับประทานติดต่อกันทุกวันเป็นการใช้ยาที่ผิด และยาชนิดนี้ไม่ควรรับประทานเกิน 3 เม็ดต่อสัปดาห์</p>
<p>หรือต่อเนื่องมากกว่า 3 วัน เนื่องจากการรับประทานยาที่มากเกินไปอาจเกิดผลข้างเคียงจากตัวยาแล้วทำให้เกิดอาการปวดศีรษะมากขึ้น</p>
<h3 style="font-weight: bold; color: #000000;"><strong><span style="color: #008000;">รับมือกับไมเกรน</span></strong></h3>
<p><span style="color: #000080;">แม้ว่า <strong>ไมเกรน </strong>จะรักษาไม่หาย แต่ผู้ป่วยก็สามารถดูแลตัวเองเพื่อบรรเทา และลดความถี่ในการถูกกระตุ้นได้โดยปฏิบัติดังนี้</span></p>
<ul style="color: #000000;">
<li><span style="color: #000080;">หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นไมเกรน ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น แต่บางคนอาจมีปัจจัยกระตุ้นอื่นอีกได้ ทางที่ดี ควรหมั่นสังเกตตัวเองให้ดี รวมทั้งพิจารณาจากประสบการณ์ที่ผ่านมา และพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นนั้น ๆ</span></li>
</ul>
<ul style="color: #000000;">
<li><span style="color: #000080;">นอนหลับให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมงแต่อย่าให้มากเกินไป  พยายามเข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลาทุกวัน</span></li>
</ul>
<ul style="color: #000000;">
<li><span style="color: #000080;">หยุดพักเมื่อมีอาการ ถ้าเป็นไปได้ควรพยายามพักผ่อนในห้องเงียบ ๆ มืด ๆ ร่วมกับการประคบเย็นบริเวณต้นคอ พร้อมกับนวดบริเวณที่ปวดก็จะช่วยบรรเทาอาการได้</span></li>
</ul>
<ul style="color: #000000;">
<li><span style="color: #000080;">ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่น้อยกว่า 30 นาที จะช่วยให้ร่างกายโดยรวมแข็งแรง และลดความเครียดซึ่งอาจจะช่วยลดความถี่ของการปวดได้</span></li>
</ul>
<ul style="color: #000000;">
<li><span style="color: #000080;">เสริมอาหารเช่น <strong>เบต้ากลูแคน</strong>เพื่อฟื้นฟูสุขภาพ ระบบประสาท <strong>ลดการอักเสบของเส้นเลือดและเส้นประสาท</strong></span></li>
</ul>
<p>ดังนั้นด้วยผลข้างเคียงจากยาไมเกรนที่มีผลอันตรายต่อร่างกายของผู้ใช้ได้นั้น จึงควรเลือกในช่วงเวลาจำเป็นและใช้เฉพาะเวลาปวดเท่านั้น</p>
<p><a title="อาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน นูทริก้า (Nutriga)" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99-nutriga/" target="_blank"><img class="size-full wp-image-7343 aligncenter" src="http://www.mlm-idea-be-rich.com/wp-content/uploads/2017/05/อาหารเสริมบำรุงร่างกายเบต้ากลูแคน-นูทริก้า-nutriga.jpg" alt="อาหารเสริมบำรุงร่างกายเบต้ากลูแคน นูทริก้า nutriga" width="323" height="250" srcset="https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2017/05/อาหารเสริมบำรุงร่างกายเบต้ากลูแคน-นูทริก้า-nutriga.jpg 323w, https://www.tisatrendy.com/wp-content/uploads/2017/05/อาหารเสริมบำรุงร่างกายเบต้ากลูแคน-นูทริก้า-nutriga-300x232.jpg 300w" sizes="(max-width: 323px) 100vw, 323px" /></a></p>
<h4 style="text-align: center;"><strong> <a title="อาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน นูทริก้า (Nutriga)" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99-nutriga/" target="_blank">&gt;&gt; รายละเอียดสินค้า : นูทริก้า (Nutriga) &lt;&lt;</a></strong><a title="อาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน นูทริก้า (Nutriga)" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99-nutriga/" target="_blank"><strong> </strong></a><br />
<strong><a title="เบต้ากลูแคน กับ การรักษาโรคร้ายต่างๆ" href="http://www.mlm-idea-be-rich.com/faq/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%99-betaglucan/" target="_blank">&gt;&gt; เบต้ากลูแคนกับการรักษาโรคร้าย &lt;&lt;</a></strong></h4>
<div class="hatom-extra" style="display:none;visibility:hidden;"><span class="entry-title">ทำไม ยา&#8217;ไมเกรน&#8217; ร้ายกว่าที่คิด</span> was last modified: <span class="updated">พฤษภาคม 14th, 2017</span> by <span class="author vcard"><span class="fn">admin</span></span></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com/faq/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%99-danger/">ทำไม ยา&#8217;ไมเกรน&#8217; ร้ายกว่าที่คิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.tisatrendy.com">TisaTrendy : Wellness &amp; Smart Living</a>.</p>
]]></content:encoded>
			</item>
	</channel>
</rss>
